โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาษีสหรัฐฯ ปมตะวันออกกลาง ค้าชายแดนกัมพูชา การเมืองป่วน ซ้ำเติมเศรษฐกิจ ‘หอการค้า’ หั่น GDP ไทยเหลือแค่ 1.7%

THE STANDARD

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 00.45 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 00.45 น. • thestandard.co
ภาษีสหรัฐฯ ปมตะวันออกกลาง ค้าชายแดนกัมพูชา การเมืองป่วน ซ้ำเติมเศรษฐกิจ ‘หอการค้า’ หั่น GDP ไทยเหลือแค่ 1.7%

เศรษฐกิจโลกและไทยยังไม่แน่นอนสูง ทั้งสงครามตะวันออกกลาง กรอบเวลาที่กระชั้นชิดของการเจรจาภาษีสหรัฐฯ ‘ม.หอการค้าไทย’ หั่น GDP ปีนี้ 2568 โตต่ำ 1.7% ชี้ภาพรวมเศรษฐกิจเผชิญแรงกดดันรุนแรง สินค้าจีนทะลัก หนี้ครัวเรือนสูง แนะรัฐเร่งเจรจาการค้า เบิกจ่ายงบรัฐ

ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เปิดเผยว่า ได้ปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทย ในปี 2568 ลงเหลือ 1.7% จากคาดการณ์เดิมที่เคยประเมินไว้ล่าสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่ระดับ 3%

เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2568 เผชิญแรงกดดันรุนแรง การเติบโตเศรษฐกิจปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยที่แนวโน้ม GDP สามารถผันผวนได้ในช่วง 0.9-2.3% ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัจจัยเสี่ยงต่างๆ

เจรจาภาษีกับสหรัฐฯ-ปมตะวันออกกลาง-ค้าชายแดนกัมพูชา-เสถียรภาพรัฐบาล ซ้ำเติม GDP ไทย

โดยมองว่า มาตรการภาษีของสหรัฐฯ กระทบการส่งออกหนัก คาดว่าการส่งออกลดลง 1.26-1.93% ขึ้นอยู่กับผลการเจรจา ขณะที่สินค้าจีนไหลทะลักเข้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ทั้งนี้ การลงทุนเอกชนหดตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 4 คาดหดตัว -1.2% ใน 2568 สะท้อนความเชื่อมั่นที่อ่อนแอและปัญหาโครงสร้างที่ลึกซึ้ง ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 65.1% เท่านั้น

ขณะที่การผลิตฟื้นตัวช้ากว่าการส่งออก การบริโภคเอกชนชะลอเหลือ 2.4% จากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังสูงถึง 87.4% ต่อ GDP กดดันกำลังซื้อในช่วงที่เหลือของปี และภาคท่องเที่ยวฟื้นตัวล่าช้า นักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวเพียง 40.3% เทียบก่อนโควิด-19 จากปัญหาความปลอดภัยและการแข่งขันในภูมิภาคที่รุนแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนจากหลายปัจจัยเสี่ยง รวมถึงการเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ (กรกฎาคม 2568), ความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน, ความตึงเครียดไทย-กัมพูชาและเสถียรภาพรัฐบาล ขณะที่การปรับเปลี่ยนจากโครงการแจกเงินฯ ไปสู่โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท มี Fiscal Multiplier สูงกว่า (1.3 เท่า) แต่ประสิทธิผลขึ้นอยู่กับความสามารถในการเบิกจ่าย

ทั้งนี้ ประเมินว่าการเติบโตเศรษฐกิจปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยให้กรอบ 1.5-2.0% ค่ากลางที่ 1.7% ลดลงจากประมาณการเดิม 3.0% โดยอยู่ในกรณีฐานที่ไทยถูกเรียกเก็บภาษี (Tariff) ในอัตรา 15-20% ความขัดแย้งอิหร่าน-อิสราเอล และความตึงเครียดไทย-กัมพูชา สามารถคลี่คลายได้เร็ว งบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท สามารถเบิกจ่ายได้ 50% และ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งจนถึงสิ้นปี 2568

จับตาในวันที่ 1 กรกฎาคม ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคลิปเสียงนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม แนวโน้ม GDP สามารถผันผวนได้ในช่วง 0.9-2.3% ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัจจัยเสี่ยงต่างๆ พร้อมเสนอให้รัฐเร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ, เร่งรัดการเบิกจ่าย, ดูแลกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบ, แก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน, กระตุ้นการลงทุนเอกชน และเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบเศรษฐกิจเพื่อรับมือความไม่แน่นอน

รศ.ดร.ธนวรรธน์ กล่าวอีกว่า ประมาณการเศรษฐกิจไทยครั้งนี้ เป็นการประเมินที่อยู่บนพื้นฐานความไม่แน่นอน หากการเมืองมีเสถียรภาพ และสามารถเบิกจ่ายงบกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท ได้ถึง 70% มีโอกาสที่จีดีพีจะขยับขึ้นไปแตะ 2-2.3%

“หากการเจรจากับสหรัฐฯ ไม่ทันภายในกรอบระยะเวลา 90 วัน หรือวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 ขณะนี้ก็เชื่อว่าสหรัฐฯ มีโอกาสที่จะขยายเวลาออกไป”

นอกจากนี้ ยังต้องจับตาในวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องกรณีคลิปเสียง และมีคำสั่งให้ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

ส่วนกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับประมาณการเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นเป็น 2.3% มองว่าอาจจะเห็นโอกาสที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัว จึงยังไม่ลดดอกเบี้ย ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวานนี้ (25 มิ.ย.) อย่างไรก็ตาม มองว่า กนง.จะลดดอกเบี้ยนโยบายอีก 2 ครั้ง ในปีนี้ เหลือ 1.25%

สำหรับข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย คือ เร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ, เร่งรัดการเบิกจ่าย, ดูแลกลุ่มผู้ที่ได้รับผลกระทบ, แก้ไขปัญหาหนี้สินครัวเรือน, กระตุ้นการลงทุนเอกชน และเสริมสร้างความยืดหยุ่นของระบบเศรษฐกิจเพื่อรับมือความไม่แน่นอน

เร่งแก้ 7 ข้อ ระยะเร่งด่วน (1-6 เดือน)

  • เร่งเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ก่อนครบกำหนด 9 กรกฎาคม 2568 เพื่อลดอัตราภาษีลงจากระดับสูงสุดที่ 36%

  • เร่งเบิกจ่ายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท โดยเน้นกลุ่มลดผลกระทบส่งออก/เพิ่มผลิตภาพ

  • เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ โดยเฉพาะรายจ่ายลงทุน เป้าหมายไม่ต่ำกว่า 70%

  • ฟื้นฟูความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวจีนแบบเร่งด่วน พร้อมขยายตลาดทดแทน

  • ดูแลผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการการค้า ทั้งผู้ส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ และผู้ผลิตที่กระทบจากสินค้าทะลักเข้าไทย

  • ดูแลผู้ค้าชายแดนที่สูญเสียรายได้ 100% และธุรกิจส่งออก เพื่อรักษาสภาพคล่องระหว่างรอสถานการณ์คลี่คลาย

  • กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศแบบมีเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มรายได้ปานกลาง

ห่วงกัมพูชาห้ามนำเข้าสินค้าไทย-ภาษีสหรัฐฯ กระทบคำสั่งซื้อปลายปี

ด้าน พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยมีเห็นถึงความตั้งใจของหน่วยงานภาครัฐที่กำลังเร่งทำงานอย่างเต็มที่สำหรับการเจรจาการค้ากับสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางกรอบเวลาที่กระชั้นชิด

“ด้วยข้อจำกัดของเวลาและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในช่วงฤดูกาลรับคำสั่งซื้อปลายปี หอการค้าฯจึงขอให้ทุกฝ่ายเร่งสร้างความชัดเจนในแนวทางการดำเนินงานโดยเร็ว เพื่อให้ภาคธุรกิจสามารถเตรียมตัวและปรับแผนได้ทันที ซึ่งสัญญาณยอดคำสั่งซื้อชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม และต้นเดือนมิถุนายน หากไม่มีความชัดเจนก็จะกระทบยอดส่งออกครึ่งปีหลังอย่างมาก”

นอกจากนี้ หอการค้าไทยยังติดตามสถานการณ์ด้านการค้าการลงทุนกับประเทศกัมพูชาอย่างใกล้ชิด โดยกัมพูชาออกมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าบางประเภทจากประเทศไทย

“เชื่อว่ายังมีแนวทางในการบริหารจัดการสินค้าเหล่านี้ให้สามารถกระจายไปยังตลาดอื่นได้ ล่าสุดหอการค้าไทยได้ร่วมมือกับห้างสรรพสินค้าชั้นนำในการกระจายสินค้าที่ได้รับผลกระทบ เช่น ผักและผลไม้”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...