เปิดเบื้องหลัง อดีตพระพรหมเมธี ได้ไฟเขียวให้กลับไทย สู้คดีเงินทอนวัด หลังลี้ภัยอยู่เยอรมนี 7 ปี
เปิดเบื้องหลัง อดีตพระพรหมเมธี ได้ไฟเขียวให้กลับไทย สู้คดีเงินทอนวัด หลังลี้ภัยไปอยู่เยอรมนี 7 ปี
วันที่ 5 มิ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อมาสู้คดีของอดีตพระพรหมเมธีนั้น ได้มีการดำเนินการประสานงานกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 21 เม.ย.68 และเมื่อวันที่ 2 พ.ค.68 สำนักพุทธฯ ได้มีหนังสือถึง สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (สุชิน อัคคชิโน) เรื่อง กรณี อดีตพระพรหมเมธี ระบุว่า ด้วย พระจำนงค์ ธมฺมจารี อดีตพระพรหมเมธี มีลิขิตแจ้งกำหนดการกลับประเทศไทย ดังนี้ เดินทางออกจากแฟรงก์เฟิร์ต สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในวันพุธ ที่ 4 มิ.ย.68 (เวลาท้องถิ่น) และจะเดินทางถึงประเทศไทย เวลาประมาณ 06.30 น. ของวันที่ 5 มิ.ย.68 ตามเวลาในประเทศไทย
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงขอความเมตตานุเคราะห์พระคุณเจ้า ในฐานะเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช นำความกราบทูลสมเด็จพระสังฆราช ทราบฝ่าพระบาท การจะควรมีควรประการใดสุดแต่จะโปรด และในฐานะเลขาธิการคณะธรรมยุต ขอความเมตตานุเคราะห์พระคุณเจ้าโปรดแจ้งเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ทราบ จึงนมัสการมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุเคราะห์ จักเป็นพระคุณยิ่ง ขอนมัสการมาด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
โดยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ได้เขียนด้วยลายมือตอบกลับในหนังสือดังกล่าว ว่า เรียนเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์เพื่อทราบ และจัดที่พักถวายท่านจำนงค์ ธมฺมจารี ถวายความสะดวก สัปปายะ ตามสมควร ลงชื่อ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ 4 พ.ค.2568
กล่าวสำหรับ คดีเงินทอนวัด เป็นคดีที่สะเทือนวงการสงฆ์ เหตุเกิดเมื่อกลางปี พ.ศ.2561 พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ในขณะนั้น) เดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษคดีทุจริตในพื้นที่กรุงเทพฯ ต่อกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นข้อหาการทุจริตเกี่ยวกับการทุจริตงบการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา แผนกธรรม และแผนกบาลี และงบเผยแผ่พระพุทธศาสนา มีความเสียหายทั้งสิ้น 70 ล้านบาท
นำมาซึ่งปฏิบัติการตรวจค้นวัดดังมีชื่อเสียงและจับกุมพระชั้นผู้ใหญ่ 3 รูป ซึ่งเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม คือ พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธัมโม) วัดสามพระยา, พระพรหมสิทธิ (ธงชัย สุขญาโณ) วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และพระพรหมเมธี (จำนงค์ ธัมมจารี) วัดสัมพันธวงศาราม
ที่ฮือฮาที่สุด คงไม่พ้นกรณี “พระพรหมเมธี” ซึ่งหลบหนีไปขอลี้ภัยที่ประเทศเยอรมนี ถึงขนาดที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ขณะนั้น ต้องบินไปประสานทางการสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อจะไปรับตัวกลับมา แต่ไม่เป็นผล
ประวัติ พระพรหมเมธี (จำนงค์ ธัมมจารี) ปัจจุบัน อายุ 84 ปี มีนามเดิม จำนงค์ เอี่ยมอินทรา เกิดเมื่อวันที่ 22 ก.พ.2484 เป็นชาว ต.บางระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม อุปสมบทเมื่อวันที่ 26 พ.ย.2504 ที่วัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ ต่อมาเป็นกรรมการสนามหลวง แผนกธรรม, เป็นเลขานุการวัดสัมพันธวงศ์, เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ พ.ศ.2546 เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม
สมณศักดิ์ พ.ศ.2553 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้น เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ ในราชทินนามที่ พระพรหมเมธี
สำหรับคดีเงินทอนวัด ในเวลาต่อมา ศาลมีคำพิพากษาว่า พระเถระของวัดสระเกศและวัดสามพระยา ไม่พบการทุจริตและไม่ได้มีความผิดเข้าข่ายอาบัติปาราชิก จนต้องทำให้พ้นจากความเป็นสงฆ์ กระทั่งเมื่อวันที่ 17 มี.ค.2566 ได้มีพระบรมราชโองการประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ พระพรหมดิลก และเมื่อวันที่ 15 พ.ค.2567 ได้มีพระบรมราชโองการประกาศสถาปนาสมณศักดิ์ พระพรหมสิทธิ โดยให้กลับมาดำรงสมณศักดิ์เดิม และให้ถือว่าไม่เคยถูกถอดถอนสมณศักดิ์มาก่อน นอกจากนี้ ยังมีพระราชดำริเห็นควรให้คืนตำแหน่งต่างๆ ที่ทั้ง 2 รูปเคยดำรงตำแหน่งก่อนที่จะถูกถอดถอนอีกด้วย
- อ่านข่าว : เปิดภาพนาที ‘พระพรหมเมธี’ ถึงไทย สู้คดีเงินทอนวัด หลังลี้ภัยอยู่เยอรมนี 7 ปี
- อ่านข่าว : พระพรหมเมธี ยื่น 4 แสนประกันตัว สู้คดีเงินทอนวัด ตร.แจ้ง 2 ข้อหา ก่อนให้ปล่อยตัว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดเบื้องหลัง อดีตพระพรหมเมธี ได้ไฟเขียวให้กลับไทย สู้คดีเงินทอนวัด หลังลี้ภัยอยู่เยอรมนี 7 ปี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th