โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ความเสี่ยงข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ผลกระทบต่อ บริษัทจดทะเบียน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 10.21 น.

วันที่ 5 พ.ค.2568 บล.เอเซีย พลัส ประเมินความเสี่ยงข้อพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชาส่งผลต่อ บริษัทจดทะเบียน (บจ.) กลุ่มเครื่องดื่ม คาด CBG ได้รับผลกระทบด้านลบ กลุ่มโรงพยาบาล ไม่กระทบ กลุ่มพลังงาน OR ยืนยันดำเนินงานปกติ และยังไม่ได้รับผลกระทบ กลุ่มค้าปลีก คาดกระทบน้อย

  • กลุ่มเครื่องดื่ม คาด CBG ได้รับผลกระทบด้านลบ เนื่องจากมียอดขายเครื่องดื่มชูกำลังจากต่างประเทศหลักมาจากประเทศกัมพูชา คิดเป็นสัดส่วนราว 37% ของยอดขายเครื่องดื่มชูกำลัง และ 21% ของยอดขายทั้งหมด นอกจากนี้ CBG ยังมีแผนเข้าไปลงทุนสร้างโรงงานในกัมพูชาในรูปแบบกิจการร่วมค้า (JV) ซึ่งตามแผนจะเริ่มผลิตได้ในต้นปี 2569 ส่วน OSP คาดได้รับผลกระทบน้อย เนื่องจากยอดขายในกัมพูชา คิดเป็นเพียง 1-2% ของยอดขายรวม
  • กลุ่มโรงพยาบาล คาดไม่กระทบ เนื่องจากค้นไข้กัมพูชาที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่ทำงานในไทย ส่วนคนไข้กัมพูชาที่บินเข้ามารักษาในโรงพยาบาที่่ไทยเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง และการรักษาพยาบาลยังเป็นสิ่งที่จำเป็นแต่ฐานคนไข้กลุ่มนี้ชะลอลงติดต่อกันหลายไตรมาสก่อนหน้า ทำให้เทียบสัดส่วนต่อรายได้ปัจจุบันไม่ได้มีนัย ส่วนโรงพยาบาลที่อยู่ตามขอบชายแดนไทย-กัมพูชา อาจทำให้ลูกค้าชะลอเข้าใช้บริการบ้างเล็กน้อย สร้าง Sentiment เชิงลบต่อ BCH เนื่องจากมีโรงพยาบาล 1 แห่ง ที่อรัญประเทศ สำหรับ BDMS มีโรงพยาบาล 2 แห่งที่อยู่ในกัมพูชา แต่กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่อาศัยหรือทำงานในกัมพูชา จึงคาดไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัย ทั้งนี้ 2 โรงพยาบาลดังกล่าวคิดเป็นเพียง 1% ของรายได้ธุรกิจโรงพยาบาลของ BDMS
  • กลุ่มโรงไฟฟ้า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ฝ่ายวิจัยศึกษาไม่ได้มีการเข้าลงทุนในประเทศกัมพูชา มีเพียง BGRIM ที่มีโรงไฟฟ้า SOLAR 39MWE คิดเป็นสัดส่วนเพียง 1% ของกำลังการผลิตทั้งหมดที่จำหน่ายกระแสไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ในปัจจุบัน จึงคาดจะไม่มีนัยต่อกำไรของ BGRIM
  • กลุ่มพลังงาน OR มีธุรกิจในประเทศเวียดนามผ่านสถานีบริการน้ำมันในกัมพูชา 186 สถานี(จากทั้งหมด 2,761 สถานีในไทย+ต่างประเทศ) ร้าน CAFE AMAZON 254ร้านค้า (จากทั้งหมด 4,898 ร้านค้า) และร้านสะดวกซื้อ 71 ร้านค้า(จากทั้งหมด 2,421 ร้านค้า) โดยในปี 2567 มีส่วนแบ่ง EBITDA มาจากประเทศเวียดนามราว1,200 ล้านบาท หรือราว 7.0% ของ EBITDA รวมของ OR ปัจจุบัน OR ยืนยันการดำเนินงานเป็นไปตามปกติ และยังไม่ได้รับผลกระทบ จึงยังอยู่ในช่วงของการติดตามสถานการณ์ต่อไป
  • กลุ่ม ICT คาดไม่กระทบ เพราะการให้บริการหลักอยู่ในไทย
  • กลุ่มค้าปลีก คาดผลกระทบน้อย แม้มี CPALL, CPAXT และ BJC ที่มีการไปเปิดสาขาในกัมพูชา แต่ถือเป็นสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับสาขาทั้งหมด
  • กลุ่มมีเดีย MAJOR มีโรงหนัง 6 แห่ง รวม 33 จอในประเทศกัมพูชา คิดเป็น 3.8% ของจำนวนจอภาพยนตร์ทั้งหมด
  • กลุ่มวัสดุก่อสร้าง บริษัทในกลุ่มวัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่จะมีการขายสินค้าวัสดุก่อสร้างเช่น ปูนซีเมนต์ กระเบื้องไปในประเทศกลุ่ม CLMV ซึ่งกัมพูชา ถือเป็นหนึ่งในประเทศสำคัญที่มีการค้าชายแดนกับไทย โดย SCCC มีบริษัทร่วมทุนในกัมพูชา คือ CHIPMONG INSEE CEMENT CORPORATION สัดส่วน 40% โดยมีส่วนแบ่งกำไรประมาณปีละ 200-250 ล้านบาท คิดเป็น 5-8% ของกำไรทั้งหมด ขณะที่ SCC มีรายได้จากกัมพูชาประมาณ 5-7% ของรายได้ทั้งหมด
  • กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ คาดไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากกลุ่มผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งเพื่อขาย และเพื่อเช่า รวมถึงผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม ไม่มีการลงทุนในประเทศกัมพูชา และไม่มีการพัฒนาโครงการที่ตั้งอยู่ใกลัชายแดนไทย-กัมพูชา
  • กลุ่มเกษตรอาหาร แม้ CPF มีการลงทุนในกัมพูชา แต่เป็นฐานการผลิตเพื่อขายในประเทศกัมพูชาเป็นหลัก และคิดเป็นสัดส่วนรายได้เพียง 3-4% ของรายได้รวม จึงไม่กระทบอย่างมีนัย ขณะที่บริษัทอื่น เช่น TU ,ITC และ GFPT ไม่มีการลงทุนในกัมพูชา จึงไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...