โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กดดันเดือด! กลุ่ม "รวมพลังแผ่นดิน" ไล่นายกฯ ลาออก ชี้กระทบมั่นคง-เข้าข่ายผิดกม.

WeR NEWS

เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 06.27 น.

วันที่ 20 มิถุนายน 2568 ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ กลุ่มนักเคลื่อนไหวภาคประชาชนและนักวิชาการจากหลากหลายเครือข่าย ได้ร่วมแถลงจุดยืนภายใต้ชื่อ “รวมพลังแผ่นดิน” เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่ง หลังปรากฏคลิปเสียงการสนทนาระหว่างเธอกับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา

โดยนายนิติธร ล้ำเหลือ หรือ “ทนายนกเขา” ซึ่งเป็นหนึ่งในแกนนำกลุ่ม ได้อ่านแถลงการณ์ระบุว่า คลิปเสียงดังกล่าวมีเนื้อหาที่เข้าข่ายขัดต่อประมวลกฎหมายอาญาหมวดความมั่นคง เนื่องจากมีการพาดพิงถึงแม่ทัพภาคที่ 2 ของไทยในลักษณะว่าอยู่ตรงข้ามกับรัฐบาลกัมพูชา อีกทั้งยังมีถ้อยคำที่อาจสื่อถึงการสมคบคิดหรือเอื้อประโยชน์ต่อผู้นำต่างชาติ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ขาดความเหมาะสมและบั่นทอนศรัทธาของประชาชน

นอกจากนี้ กลุ่มรวมพลังแผ่นดินยังเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวจากการร่วมบริหารประเทศ หากยังคงสนับสนุนนายกรัฐมนตรีต่อไป อาจเข้าข่ายร่วมกระทำความผิด หรืออย่างน้อยก็เป็นการเพิกเฉยต่อปัญหาเชิงจริยธรรมและความมั่นคง

ด้านแกนนำร่วมรายอื่น เช่น นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายไพศาล พืชมงคล ต่างเห็นพ้องว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นการบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล และอาจสะท้อนถึงแนวโน้มที่รัฐบาลจะพายเรือให้ศัตรูนั่ง ซึ่งไม่อาจยอมรับได้ในบริบทของความมั่นคงระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ กลุ่มผู้จัดกิจกรรมได้ประกาศนัดหมายจัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 28 มิถุนายน ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เวลา 16.00–21.00 น. เพื่อเปิดเวทีแสดงพลังของประชาชนทุกภาคส่วน เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก และให้มีการทบทวนโครงสร้างอำนาจทางการเมืองใหม่ โดยอิงหลักธรรมาภิบาลและอธิปไตยของชาติ

อย่างไรก็ดี เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน นายกรัฐมนตรีได้ออกมาแถลงชี้แจงว่า การสนทนาดังกล่าวเป็นเพียงการหารือประเด็นความร่วมมือด้านชายแดนระหว่างสองประเทศเท่านั้น พร้อมย้ำว่ารัฐบาลยังคงทำงานร่วมกับกองทัพอย่างใกล้ชิด ไม่มีความขัดแย้งหรือแทรกแซง

แม้คำชี้แจงจะถูกนำเสนออย่างเป็นทางการ แต่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมยังคงดำเนินต่อ โดยเฉพาะในหมู่กลุ่มนักวิชาการและภาคประชาชนที่มองว่า เรื่องนี้สะท้อนถึงปัญหารากลึกของภาวะผู้นำและความไว้วางใจต่อฝ่ายบริหาร ซึ่งอาจนำไปสู่แรงกดดันทางการเมืองที่รุนแรงขึ้น หากยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนหรือการรับผิดชอบในระดับนโยบาย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...