โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“พิชัย”ย้ำไทยต้องลดพึ่งพาส่งออก-เน้นบริโภคในปท.สู้ภาษีทรัมป์ เตรียมซอฟต์โลน 2 แสนลบ.ช่วยผู้ประกอบการ

efinanceThai

เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 04.22 น.

พิชัยย้ำไทยต้องลดพึ่งพาส่งออก-เน้นบริโภคในปท.สู้ภาษีทรัมป์ เตรียมซอฟต์โลน 2 แสนลบ.ช่วยผู้ประกอบการ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -14 ก.ค. 68 11:22 น.

รมว.คลัง ชี้ไทยต้องปรับโครงสร้างภาษี มุ่งบริโภคในประเทศลดพึ่งพาส่งออก เล็งเพิ่มสินค้าอีก 3 รายการ ให้สิทธิภาษี 0% เพิ่มในการเจรจากับสหรัฐฯ พร้อมจ่อออกซอฟต์โลน 2 แสนล้านบาท อุ้มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงานหัวข้อสัมมนา TRUMPS THE ART OF THE (RE) DEAL ว่า เศรษฐกิจไทยจะต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้าง โดยลดการพึ่งพาภาคการส่งออกให้ลดน้อยลงจากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 58-60% และหันมาพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น รวมถึงการขยายตลาดไปยังประเทศใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น ขณะที่กรอบการเจรจาภาษีสหรัฐ ที่จะมีผล 1 ส.ค. นี้ โดยล่าสุดไทยได้ดำเนินการทบทวน และปรับเงื่อนไขใหม่เพิ่มเติมและส่งกลับไปยังสหรัฐเรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่าข้อเสนอจะเป็นประโยชน์กับทั้งสองประเทศ (Win Win)

ตอนนี้คงไม่มีใครสรุปได้ว่าทิศทางจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาตอนนี้ คือ การเดินหน้าเจรจา ตอบโต้ไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะเจอกำแพงภาษีในเวลาอันรวดเร็ว ขณะเดียวกัน การเจรจานั้นจะต้องคำนึงถึงประเทศที่ 3 ด้วย ต้องดูว่าข้อเสนอนั้นจะเป็นการชักศึกเข้าบ้านหรือไม่ ขณะเดียวกันการเจรจานั้น ต้องวางหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกันกับสิ่งที่เป็นอยู่ ดังนั้นการเจรจาต้องรักษาผลประโยชน์ร่วมกัน ไม่ใช่ชั่วคราว รักษาความสมดุลอย่างยั่งยืน ซึ่งยากมาก แต่ต้องทำให้ได้นายพิชัย กล่าว

นอกจากด้านการเจรจาแล้ว สิ่งสำคัญ คือ การหามาตรการรองรับผู้ประกอบการ ผู้ผลิต โดยเฉพาะเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายทางภาษีดังกล่าว โดย รัฐบาลเตรียมที่จะออกมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) วงเงิน 200,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 0.01% จากสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ ทั้งจากธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (Exim bank) เพื่อส่งเสริมสภาพคล่อง ปรับเปลี่ยน บริหารจัดการสินค้า เป็นต้น

ขณะที่ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ มีมาตรการอะไรที่จะเข้าช่วยสนับสนุนเพิ่มเติมจากที่ผู้ประกอบการดำเนินการบ้าง ทั้งนี้ นอกจากมาตรการที่รัฐบาลดำเนินการได้ทันที ยังมีบางมาตรการที่จะต้องเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้พิจารณาด้วย

สำหรับด้านการเจรจานั้น ยืนยันว่า ไทยยังคงยึดหลัก คือ

1. เมื่อสหรัฐฯขาดดุลการค้าในระดับสูง สิ่งที่สหรัฐจะต้องดำเนินการคือ การต้องการตลาดเพื่อส่งออกสินค้า ดังนั้นไทยจะต้องเปิดตลาดให้กว้างขึ้น ในสิ่งที่สหรัฐอยากขาย และไทยมีความต้องการซื้อ เช่น สินค้าเกษตรแปรรูป พลังงาน เป็นต้น

2.ส่งเสริมการลงทุนในสหรัฐ นอกเหนือจากการที่ไทยจะเป็นผู้ซื้อแล้ว ไทยจะมีความสามารถในการเข้ามาไปลงทุนได้หรือไม่ ในมุมของพลังงาน เป็นต้น

วันนี้ สิ่งที่ต้องระวัง คือ รายการสินค้าใดที่เปิดกว้าง อยากซื้อ แน่นอนว่า ประเทศเกือบทุกประเทศ ทำ FTA มายาวนาน มีไม่เยอะที่ไม่ใช่ 0% ดังนั้นเพื่อให้เกิดการนำเข้าและแข่งขันได้ สินค้าหลายอย่างซึ่งเป็น 0% อยู่แล้ว ก็ต้องเสนอให้ใกล้ 0% เพื่อให้เกิดการลงทุนได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า สิ่งที่ไทยจะนำเข้า คือ สิ่งที่ไทยผลิตไม่ได้ หรือ ผลิตในไทยแต่ไม่เพียงพอ แต่ก็ต้องมีการกำหนดภาษี ที่ปกป้องภาคการผลิตของไทยด้วย ในเบื้องต้น เตรียมเพิ่มรายการสินค้าในอัตราภาษี 0% กับสหรัฐ เช่น ลำไย ปลานิล รถยนต์พวงมาลัยซ้าย เป็นต้น เพราะทุกวันนี้ไทยเปิดอัตราภาษีต่ำ สำหรับผลไม้ให้หลายๆประเทศ เว้นสหรัฐที่ยังเก็บสูงนายพิชัย กล่าว

3.การแก้ไขปัญหาการสวมสิทธิสินค้า หรือ Local content ที่จะต้องมีความชัดเจน โดยอาจจะต้องมีการทบทวนคำนิยามใหม่ จากเดิมที่จะต้องมีสัดส่วนสินค้าไทย 40% อาจจะต้องเพิ่มเป็น 60-80% เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สหรัฐฯ จับตามองอยู่

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว พบว่า ปัจจุบัน มีวิธีการที่เปลี่ยนไปของนักท่องเที่ยว การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพมีมากขึ้น สิ่งที่ไทยจะต้องเสนอคือต้องปรับเปลี่ยนใหม่ให้เหมาะสม เพราะเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ และพบว่าปีนี้นักท่องเที่ยวหายไป จากความระมัดระวังในการใช้จ่ายเงินด้วย นอกจากนี้ จะต้องเร่งทำ Digital Economy มาดำเนินการอย่างจริงจังมากขึ้น

ครั้งนี้ ไทยต้องปรับตัวจากการพึ่งพาผู้อื่น เป็นเศรษฐกิจภายในประเทศ บริหารและพึ่งพาตนเอง ใช้ทรัพยากรตนเองในการเป็นผู้ผลิตและส่งออก ต้องปรับเปลี่ยนวิธีขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อให้อยู่ได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวนายพิชัย กล่าว

ส่วนการเลือกผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ภายในวันนี้จะแจ้งให้ทราบว่าจะสามารถเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 15 ก.ค.68 ได้ทันหรือไม่

เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...