โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ส่งออกจีน” เดือน มิ.ย.โตเกินคาด 5.8% เร่งส่งสินค้าก่อนเส้นตายภาษี 12 ส.ค.

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 10.21 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 03.21 น.

"ส่งออกจีน" เดือน มิ.ย.พุ่ง 5.8% สูงกว่าคาดการณ์ ท่ามกลางการเร่งส่งออกก่อนเส้นตายภาษีสหรัฐรอบใหม่ ขณะที่การเจรจาการค้าระหว่างสองชาติมหาอำนาจเริ่มเห็นสัญญาณบวก

วันที่ 14 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.09 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า การส่งออกของจีนในเดือนมิถุนายนเติบโตเกินความคาดหมาย ขณะที่ผู้ส่งออกเร่งจัดส่งสินค้าออกนอกประเทศเพื่อฉวยโอกาสช่วงเวลาผ่อนผันภาษีชั่วคราว ก่อนถึงเส้นตายเดือนสิงหาคม

ข้อมูลจากกรมศุลกากรจีนที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ระบุว่า ยอดส่งออกในเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 5.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่าในรูปดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์จากโพลของสำนักข่าว Reuters คาดไว้ที่ 5%

ในขณะเดียวกันยอดนำเข้าเพิ่มขึ้น 1.1% จากปีก่อน แม้ว่าจะต่ำกว่าคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ที่ 1.3% แต่นี่ถือเป็นครั้งแรกในปีนี้ที่ยอดนำเข้ากลับมาเติบโต หลังจากที่หดตัวต่อเนื่องเนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังอ่อนแรง

นโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้ผู้ส่งออกจีนต้องเร่งกระจายตลาดไปยังภูมิภาคอื่น โดยในเดือนเมษายนและพฤษภาคม การส่งออกของจีนยังแสดงความแข็งแกร่ง โดยเพิ่มขึ้น 8.1% และ 4.8% ตามลำดับเมื่อเทียบรายปี โดยยอดส่งออกไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสหภาพยุโรปที่พุ่งสูงขึ้น สามารถชดเชยยอดที่ลดลงจากการส่งออกไปยังสหรัฐได้

ทั้งนี้สหรัฐเคยบังคับใช้ภาษีนำเข้าต่อสินค้าจีนในอัตราสูงถึง 145% ชั่วคราวเมื่อเดือนเมษายน ซึ่งจีนตอบโต้ด้วยภาษีสามหลักและมาตรการลงโทษอื่น ๆ เช่น การควบคุมการส่งออกแร่หายาก

ข้อตกลงหยุดยิงทางการค้าเบื้องต้นที่ทั้งสองประเทศบรรลุร่วมกันที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ซึ่งนำไปสู่การยกเลิกภาษีส่วนใหญ่ชั่วคราวเป็นเวลา 90 วัน เคยเกือบล่ม เนื่องจากสหรัฐกล่าวหาจีนว่าไม่เร่งคลายข้อจำกัดการส่งออกแร่หายาก ขณะที่จีนตอบโต้ด้วยการประณามมาตรการควบคุมการส่งออกด้านเทคโนโลยีและการเพิกถอนวีซ่านักเรียนจีนของสหรัฐ

อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจเริ่มดีขึ้นหลังการประชุมสองวันที่กรุงลอนดอนเมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงกันในกรอบความร่วมมือเพื่อดำเนินการตามฉันทามติที่เคยบรรลุไว้ โดยจีนยินยอมกลับมาส่งออกแร่หายากอีกครั้ง ส่วนสหรัฐเสนอจะผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกสินค้าหลายรายการ เช่น ก๊าซอีเทน ซอฟต์แวร์ออกแบบชิป และชิ้นส่วนเครื่องยนต์เจ็ต ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังเดินหน้าสู่เส้นตายวันที่ 12 สิงหาคม เพื่อบรรลุข้อตกลงถาวร

หวัง หลิงจวิ้น รองหัวหน้ากรมศุลกากรจีน กล่าวในงานแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า ข้อตกลงที่เจนีวาและกรอบความร่วมมือที่ลอนดอนนั้นได้มายากมาก และทั้งสองฝ่ายกำลังเร่งดำเนินการตามข้อตกลงดังกล่าวให้เป็นรูปธรรม

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ ให้สัมภาษณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เขาได้หารือกับหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนอย่างสร้างสรรค์และยึดหลักความเป็นจริง และมีแนวโน้มสูงที่ทรัมป์จะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

หวังยังย้ำว่าทั้งสองประเทศควรยึดมั่นในฉันทามติของผู้นำ และเปลี่ยนให้กลายเป็นนโยบายและการดำเนินการที่เป็นรูปธรรม

ทั้งนี้จีนมีกำหนดประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ในวันอังคาร โดยนักวิเคราะห์ในแบบสำรวจของ Reuters คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 5.1% ซึ่งชะลอลงจากระดับ 5.4% ในไตรมาสแรก

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...