โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องเทรนด์พฤติกรรมท่องเที่ยวแบบ ‘Solo Travel’ คนไทยกว่า 60% ชอบบินเดี่ยว

The Bangkok Insight

อัพเดต 03 ส.ค. 2568 เวลา 14.44 น. • เผยแพร่ 04 ส.ค. 2568 เวลา 01.00 น. • The Bangkok Insight

Scoot เผยรายงานเทรนด์พฤติกรรมท่องเที่ยวแบบ "Solo Travel" พบคนไทยกว่า 60% ออกเดินทางคนเดียว เพื่อค้นหาตัวตน และความมีอิสระเวลาเที่ยว

Scoot สายการบินราคาประหยัดในเครือของสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส (SIA) เผยผลสำรวจเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวคนเดียวของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจัดทำกับ YouGov โดยสำรวจกลุ่มตัวอย่างกว่า 5,000 คน ใน 5 ประเทศ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย

Solo Travel

รายงานฉบับนี้ เจาะลึกในหลายด้าน ทั้งด้านข้อมูลประชากร แรงจูงใจและข้อควรพิจารณา พฤติกรรมการวางแผนเดินทาง ตลอดจนทัศนคติทางวัฒนธรรม เพื่อนำเสนอมุมมองความคิดของนักท่องเที่ยวชาวไทย และนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เลือกเที่ยวคนเดียว (Solo Travel) ในปัจจุบัน

Solo Travel หนึ่งทางเลือกหลักนักท่องเที่ยวไทย

จากที่เคยเป็นที่นิยมเฉพาะกลุ่ม ปัจจุบันการท่องเที่ยวคนเดียวในประเทศไทยกลายเป็นอีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ที่ผู้คนนิยมมากขึ้น โดย 68% ของนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เที่ยวคนเดียว เผยว่าตนไปเที่ยวคนเดียวหลายครั้งในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา

ขณะที่ 35% เผยว่าไปเที่ยวคนเดียวมากกว่า 3 ครั้ง ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา คนรุ่นมิลเลนเนียลถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เที่ยวคนเดียวมากที่สุด (38%) ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (40%) ซึ่งคนรุ่นมิลเลนเนียลก็เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เที่ยวคนเดียวมากที่สุดเช่นกัน

ผู้ตอบแบบสำรวจชาวไทย 67% ระบุว่า จะแนะนำให้คนอื่นลองไปเที่ยวคนเดียว และเกือบครึ่ง (46%) ให้เหตุผลว่าอิสระ และความยืดหยุ่นในการวางแผนทริปด้วยตัวเอง คือเหตุผลหลักในการไปเที่ยวคนเดียว ขณะที่อีก 43% ให้ความสำคัญกับอิสระในการไปสำรวจสถานที่ใหม่ ๆ ตามใจตัวเอง และ 39% มองว่าการท่องเที่ยวคนเดียวเป็นโอกาสพักผ่อน และใช้เวลากับตัวเอง

แรงบันดาลใจมาจากโซเชียล

เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เข้าร่วมการสำรวจ คนไทยคือกลุ่มที่ระบุว่าได้แรงบันดาลใจในการลองเที่ยวคนเดียวจากอินฟลูเอนเซอร์ หรือคอนเทนต์ครีเอเตอร์มากที่สุด (25%, เทียบกับค่าเฉลี่ยของภูมิภาค 19%)

แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ค่านิยมในสังคมไทยที่มีโซเชียลมีเดียเป็นตัวขับเคลื่อน โดยแพลตฟอร์มอย่าง TikTok, Instagram และ YouTube มีบทบาทสำคัญในการกำหนดแรงบันดาลใจด้านไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงการตัดสินใจต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว

สำหรับคนไทยหลายคน การเที่ยวคนเดียวกลายมาเป็นหนึ่งในวิธีพักจากการจ้องหน้าจอในทุกวัน แล้วหันมาสนใจสุขภาพจิตของตัวเอง

ผลสำรวจของ Scoot ยังสอดคล้องกับเทรนด์การใช้ชีวิตอย่างมีสติ การให้ความสำคัญกับสุขภาวะ และการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เน้นให้เห็นว่าการเดินทางท่องเที่ยว โดยเฉพาะการเที่ยวคนเดียว ไม่ใช่แค่กิจกรรมยามว่างแล้ว แต่ได้กลายเป็นกิจกรรมที่ผู้คนพยายามหาเวลาทำ เพื่อไตร่ตรองและค้นหาตัวเอง

ที่พัก งบประมาณ และความปลอดภัย สำคัญที่สุด

ผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยเกือบครึ่ง (48%) ระบุว่า ความปลอดภัยส่วนบุคคลเป็นความท้าทายอันดับ 1 ที่เผชิญเมื่อเที่ยวคนเดียว ซึ่งเพื่อจัดการกับความท้าทายดังกล่าว มากกว่าครึ่งหนึ่ง (55%) ของคนไทยที่เที่ยวคนเดียวจึงศึกษาข้อมูลจุดหมายปลายทางอย่างละเอียดก่อนเดินทาง ขณะที่ 45% วางแผนการท่องเที่ยวทางล่วงหน้า เพื่อลดโอกาสเผชิญกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างทริป

นอกจากนี้ ยังพบว่า 3 สิ่งแรกที่คนไทยที่เที่ยวคนเดียวให้ความสำคัญมากที่สุดเมื่อวางแผนการท่องเที่ยว คือ การเลือกที่พัก (50%) การบริหารงบประมาณ (46%) และปัจจัยด้านความปลอดภัย (45%)

คนกลุ่มนี้มักใช้รีวิวออนไลน์ เว็บไซต์ของโรงแรม รวมไปถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ด้านการท่องเที่ยว (online travel agency) เป็นแหล่งข้อมูลหลักประกอบการตัดสินใจเวลาจองตั๋วเครื่องบินและที่พัก ขณะเดียวกันโซเชียลมีเดียก็เป็นแหล่งสำคัญในการหาแรงบันดาลใจสำหรับการหาร้านอาหาร และกิจกรรมระหว่างทริป

อากาธา แยป ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด การสื่อสาร และลูกค้าสัมพันธ์ Scoot กล่าวว่า ผลการสำรวจครั้งนี้ไม่ได้บ่งชี้ว่าผู้คนเลิกเดินทางท่องเที่ยวกันเป็นกลุ่มหรือเป็นครอบครัว แต่ชี้ให้เห็นว่านักท่องเที่ยวในปัจจุบัน โดยเฉพาะคนที่เที่ยวคนเดียว กำลังแสวงหาประสบการณ์ที่สะท้อนถึงความเป็นตัวของตัวเอง และส่งเสริมการค้นหาตัวเองมากขึ้นเรื่อย ๆ

พฤติกรรมการใช้จ่าย และจุดหมายต่อไปของคนเที่ยวคนเดียว

นักท่องเที่ยวชาวไทยให้ความสำคัญกับที่พัก อาหาร และตั๋วเครื่องบินมากเท่ากัน คิดเป็น 38% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยจำนวนงบที่ใช้จ่ายมากที่สุดคือ ประมาณ 6,528–32,458 บาท1 ตามมาด้วยกิจกรรม (36%) และค่าเดินทาง (34%)

สำหรับจุดหมายปลายทางยอดนิยม 5 อันดับแรก ของนักท่องเที่ยวชาวไทย ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ได้แก่ ญี่ปุ่น (32%) จีน (16%) สิงคโปร์ (12%) สาธารณรัฐเกาหลี (11%) ไต้หวัน (11%) และเวียดนาม (10%)

เมื่อพูดถึงเดินทางโดยเครื่องบิน เกือบ 2 ใน 3 (63%) ของนักท่องเที่ยวชาวไทยเลือกที่นั่งชั้นประหยัด และมากกว่า 1 ใน 4 (28%) เลือกสายการบินราคาประหยัด โดยปัจจัยสำคัญในการเลือกสายการบิน ได้แก่ ราคาตั๋วเครื่องบิน (31%) ความสะดวก เช่น มีตัวเลือกเวลาบินและเส้นทางที่ตรงความต้องการ (22%) และระยะเวลาเที่ยวบิน (25%)

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...