โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อินเดียร้อง ปากีสถานละเมิดข้อตกลงหยุดยิง แต่ปากีฯ ปฏิเสธ

SpringNews

อัพเดต 10 พ.ค. 2568 เวลา 23.55 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. 2568 เวลา 23.52 น.

อินเดียและปากีสถานบรรลุข้อตกลง "หยุดยิงทันที" เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังทั้งสองประเทศได้ยกระดับการทหารเพื่อโจมตีอีกฝ่ายมานานหลายวันจนเกิดการนองเลือด ท่ามกลางความกังวลว่าสถานการณ์การสู้รบจะถูกกระตุ้นให้กลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบเป็นครั้งที่ 5 นับตั้งแต่ปี 1947

โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในฐานะตัวกลางที่สำคัญในการไกล่เกลี่ย ได้โพสต์ข้อความว่า “หลังจากการเจรจายาวนานตลอดทั้งคืนโดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง ผมรู้สึกยินดีที่จะประกาศว่าอินเดียและปากีสถานได้ตกลงที่จะยุติการยิงกันอย่างสมบูรณ์แบบในทันที และขอแสดงความยินดีกับทั้งสองประเทศที่ใช้สามัญสำนึกและสติปัญญาอันยิ่งใหญ่ในการยุติปัญหา”

อย่างไรก็ตาม ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังบรรลุข้อตกลงหยุดยิง มีรายงานว่าเกิดเหตุระเบิดขึ้นในเมืองและหมู่บ้านตามแนวชายแดน มีผู้พบเห็นการยิงปืนใหญ่และโดรนโจมตีในชัมมูและแคชเมียร์ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการสู้รบ ขณะที่เสียงระเบิดจากระบบป้องกันภัยทางอากาศยังคงดังสนั่นในเมืองต่างๆ

นายวิกรม มีศรี รัฐมนตรีต่างประเทศอินเดีย กล่าวในการแถลงข่าวว่า ปากีสถานได้ละเมิดข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศเพิ่งบรรลุร่วมกันในช่วงเช้าที่ผ่านมา และกองทัพอินเดียได้รับคำสั่งให้ "จัดการอย่าเด็ดขาด" หากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงซ้ำรอย พร้อมเรียกร้องให้ปากีสถานเรียกร้องให้ปากีสถานดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความจริงจังและความรับผิดชอบ

ขณะที่กระทรวงต่างประเทศของปากีสถานได้ออกมาตอบโต้ โดยระบุว่า ปากีสถานยึดมั่นต่อข้อตกลงหยุดยิง กองกำลังของพวกเขากำลังจัดการกับสถานการณ์นี้ด้วยความรับผิดชอบและความอดทน และกล่าวโทษอินเดียว่าเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงดังกล่าว

ทั้งนี้ แม้จะมีการสงบศึก แต่แหล่งข่าวในรัฐบาลอินเดียเปิดเผยว่า มาตรการตอบโต้ปากีสถานที่ประกาศโดยอินเดีย เช่น การระงับการค้าและการยกเลิกวีซ่า จะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปในตอนนี้

อินเดียและปากีสถานมีข้อพิพาทเรื่องการครออบครอง 'แคชเมียร์' มาตั้งแต่ช่วงปลายการปกครองอาณานิคมของอังกฤษในปี 1947 โดยอินเดียซึ่งมีชาวฮินดูเป็นส่วนใหญ่และปากีสถานซึ่งเป็นมุสลิมต่างก็ปกครองแคชเมียร์เพียงบางส่วน แต่พยายามอ้างสิทธิ์ในพื้นที่ทั้งหมด

ที่ผ่านมาพวกเขาได้ทำสงครามกันไปแล้วสามครั้ง และยังเกิดการสู้รบเล็กๆ น้อยๆ อีกหลายครั้ง โดยอินเดียกล่าวโทษปากีสถานว่าเป็นต้นเหตุของการก่อความไม่สงบในพื้นที่แคชเมียร์ของอินเดียตั้งแต่ปี 1989 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปหลายหมื่นคน และกล่าวโทษกลุ่มก่อการร้ายอิสลามในปากีสถานว่าเป็นต้นเหตุของการโจมตีในพื้นที่อื่นๆ ในอินเดียด้วย

ขณะที่ปากีสถานปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งสองข้อมาโดยตลอด โดยระบุว่าปากีสถานให้การสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวแคชเมียร์เพียงในด้านศีลธรรม การเมือง และการทูตเท่านั้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...