โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"กัมพูชา" เชิญทูต 13 ชาติลงพื้นที่ชายแดน ดูซากอนุสาวรีย์ "ตาอม" กล่าวหาไทยเป็นผู้ทำลาย

สยามรัฐ

อัพเดต 30 ก.ค. 2568 เวลา 07.52 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 07.52 น.

วันที่ 30 ก.ค.68 Army Military Force - สำรอง โพสต์ภาพ พร้อมข้อความระบุว่า…

กัมพูชารุกคืบเชิญทูต 13 ชาติ ลงพื้นที่ชายแดน พาดูซากอนุสาวรีย์ตาอม แถมใส่ร้ายไทยเป็นผู้ทำลาย
วันนี้ (30 ก.ค.) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา มีรายงานด่วนว่า กัมพูชาได้เชิญคณะทูตและผู้ช่วยทูตทหารจาก 13 ประเทศ พร้อมด้วยนักข่าวต่างประเทศ ลงพื้นที่ที่อนุสาวรีย์ตาอม ซึ่งพลเอกฮุน มาเนต เคยสร้างขึ้นโดยละเมิดบันทึกความเข้าใจปี 2543 (MoU2543) บริเวณจุดผ่อนปรนช่องอานม้า (หรือที่กัมพูชาอ้างว่าเป็นช่องอานแซะ) เพื่อให้ตรวจสอบซากปรักหักพังจากการสู้รบ ภายหลังการหยุดยิง


ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ทางการกัมพูชายังได้กล่าวหาฝ่ายไทยอย่างบิดเบือนว่าเป็นผู้ทำลายอนุสาวรีย์ตาอมดังกล่าว อย่างไรก็ตาม มีข้อเท็จจริงว่าทหารกัมพูชาเป็นผู้ยิงปืนใหญ่พลาดไปโดนเอง


ตามรายงานของสื่อกัมพูชา คณะผู้แทนประกอบด้วยทูตและผู้ช่วยทูตทหารจากประเทศต่างๆ และประเทศสมาชิกอาเซียนรวม 13 ประเทศ ได้เข้าตรวจสอบสถานการณ์จริงในพื้นที่บริเวณจุดผ่อนปรนช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี หรือ ช่องอานแซะ จ.พระวิหาร โดยมีผู้เข้าร่วมจาก สหรัฐอเมริกา, จีน, ญี่ปุ่น, รัสเซีย, เกาหลี, ออสเตรเลีย, รวมถึงประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ลาว, เวียดนาม และเมียนมาร์
ทั้งนี้ ทางการกัมพูชาระบุว่า การเชิญคณะผู้แทนทูตทหารจาก 13 ประเทศลงพื้นที่ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้นานาชาติเห็นว่ากัมพูชาได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่เที่ยงคืนที่ผ่านมา พร้อมทั้งย้ำว่ากองทัพกัมพูชาได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และเคารพเงื่อนไขต่างๆ อย่างเคร่งครัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...