โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘มทภ.2-มทภ.1’ต้อนรับ ‘ผบ.ทสส.มาเลเซีย’ แจงข้อเท็จจริงชายแดนไทย-กัมพูชา

เดลินิวส์

อัพเดต 30 ก.ค. 2568 เวลา 21.36 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 13.24 น. • เดลินิวส์
‘มทภ.2-มทภ.1’ต้อนรับ ‘ผบ.ทสส.มาเลเซีย’ ชี้แจงข้อเท็จจริงชายแดนไทย - กัมพูชา ก่อนส่งทีมสังเกตการณ์ลงพื้นที่

เมื่อวันที่ 30 ก.ค.พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยผลการประชุมหารือระหว่าง พล.อ.ดาโต๊ะ โมฮัมหมัด นิซัม จาฟฟาร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย กับแม่ทัพภาคที่ 2 และแม่ทัพภาคที่ 1 ในโอกาสนำคณะเดินทางเข้าหารือรับทราบข้อเท็จจริงกรณีปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชา เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย ได้พบปะหารือกับ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ที่กองบินที่ 21 จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับฟังสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา และแนวทางการแก้ไขปัญหา

พล.ต.วินธัย กล่าวต่อว่า โดยแม่ทัพภาคที่ 2 ได้ชี้แจงถึงมูลเหตุของสถานการณ์ก่อนจะนำมาสู่การสู้รบกันของทั้งสองประเทศ ทั้งในเรื่องของความเห็นต่างเรื่องแผนที่และแนวทางการแก้ไขสถานการณ์ โดยฝ่ายไทยยึดแนวทางสันติ หากมีปัญหา ฝ่ายไทยจะใช้การประท้วงการละเมิดตาม เอ็มโอยูส่วนฝ่ายกัมพูชาเลือกใช้การวางกำลังทหารและวางทุ่นระเบิดในพื้นที่พิพาท ซึ่งเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา รวมถึงมีการใช้มวลชนเข้ามาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ซึ่งสถานการณ์ได้เกิดความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง จนฝ่ายกัมพูชาตัดสินใจเริ่มการปะทะที่ปราสาทตาเมือนธม หลังจากที่ฝ่ายไทยได้ทำการปิดพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและประชาชนของทั้งสองประเทศ

พล.ต.วินธัย กล่าวอีกว่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซียได้แสดงความเข้าใจในบริบทของทั้งสองฝ่าย และเสนอให้ใช้กลไกความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ จากผลการประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศ ได้ตกลงร่วมกันในการจัดผู้ช่วยทูตทหารกลุ่มอาเซียน เข้าสังเกตการณ์ในพื้นที่ของไทยและกัมพูชา ก่อนการประชุม GBC ที่จะมีขึ้นในวันที่ 4 ส.ค. 2568 นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซียยังได้กล่าวอีกว่า ในกรณีที่ฝ่ายไทยรู้สึกว่าถูกยั่วยุ เสนอให้ใช้กลไกประสานงานผ่านผู้ช่วยทูตทหารไทย–มาเลเซีย หรือคณะประสานงานที่จัดตั้งไว้เข้าแก้ไขปัญหา เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

พล.ต.วินธัย กล่าวด้วยว่า พร้อมย้ำว่าการหยุดยิงจะประสบความสำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งสองประเทศ ซึ่งมาเลเซียพร้อมจะให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ ฝ่ายมาเลเซียยังสอบถามเรื่องทหารกัมพูชาที่อยู่ภายใต้การควบคุม ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าได้ดำเนินการและดูแลอย่างเหมาะสมตามหลักมนุษยธรรม และจะเร่งส่งกลับภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ

พล.ต.วินธัย กล่าวต่อว่า จากนั้นที่กองทัพภาคที่ 1 พล.อ.ดาโต๊ะ โมฮัมหมัด นิซัม จาฟฟาร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย หารือกับ พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 ที่กองทัพภาคที่ 1 กรุงเทพมหานคร โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย กล่าวว่า มาเลเซียพร้อมจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการทำให้เกิดความสงบและสันติสุขในภูมิภาคชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเตรียมจัดตั้งทีมผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศ (DA TEAM) และทีมสังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Monitoring Team) เพื่อสังเกตการณ์หยุดยิงและรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้กลุ่มประเทศอาเซียนได้รับทราบข้อเท็จจริง

พล.ต.วินธัย กล่าวด้วยว่า ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย กล่าวเน้นว่า จุดมุ่งหมายคือสันติภาพ โดยเสนอ 3 ข้อหลัก ได้แก่ 1. หยุดยิงในทันที, 2. ห้ามเพิ่มกำลังทหาร และ 3. เน้นความช่วยเหลือทางการแพทย์ พร้อมแนะให้ฝ่ายไทยประสานกับกัมพูชาแบบไม่เป็นทางการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว ในส่วนของแม่ทัพภาคที่ 1 ได้สรุปสถานการณ์หลังการหยุดยิง และผลการพบปะกับผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 ของฝ่ายกัมพูชาให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซียได้รับทราบ พร้อมยืนยันว่าฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด และยินดีให้การสนับสนุนทีมสังเกตการณ์ที่จะตั้งขึ้นต่อไป.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...