"ทักษิณ" ระทึก! ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำสั่งคดีนอนชั้น 14 รพ.ตำรวจ 9 ก.ย.
ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง ได้นัดไต่สวนคดีชั้น 14 รพ.ตำรวจ ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หรือการไต่สวนการบังคับโทษตามคำพิพากษาของศาลฎีกาฯ ซึ่งการไต่สวนวันนี้เป็นการไต่สวนนัดที่ 7 และเป็นนัดสุดท้าย หลังศาลฎีกาฯ มีการตั้งองค์คณะฯ ไต่สวนเรื่องดังกล่าวเมื่อ 30 เม.ย. และเริ่มเปิดห้องพิจารณาคดีศาลฎีกาฯ ไต่สวนคดีนี้มาตั้งแต่ นัดแรก 13 มิ.ย.จนมาสิ้นสุดในวันนี้
โดยการไต่สวนในวันนี้ มีพยานบุคคลเข้าเบิกความ-ให้ถ้อยคำต่อองค์คณะฯ คือนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรียุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งนายวิษณุ เป็นพยานบุคคลที่ฝ่ายทนายความของนายทักษิณได้ยื่นเรื่องขอให้องค์คณะฯเรียกมาไต่สวน
ศาลไต่สวนพยานจำเลยปาก นาย วิษณุ เครืองาม โดยศาลอนุญาตให้โจทก์ (คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.) ชักถามพยานเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร
นาย วิษณุ ได้ส่งเอกสารประกอบการเบิกความล่วงหน้าต่อศาล 1 ฉบับ ทำให้วันนี้เป็นการที่ศาลซักถามเพิ่มเติมตามแต่ละข้อสงสัย โดยทาง นายวิษณุ ได้มีการแก้ข้อมูลในส่วนของเอกสาร 2 จุดก่อนจะเริ่มเบิกความ
นาย วิษณุ กล่าวย้อนไปตั้งแต่ก่อนที่จำเลย (นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี) เดินทางกลับประเทศไทยวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ว่า ได้มีการประชุมกับเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรมเพื่อเตรียมพร้อมในการรับตัวนักโทษ ที่ต้องมีการเตรียมพร้อม ด้วยเหตุผล 3 ข้อ คือ 1.จำเลยเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีถือเป็นบุคคลสำคัญทางการเมืองของประเทศไทย 2.จำเลยน่าจะมีผู้ที่เห็นต่างถึงขั้นเป็นศัตรู และ3.คาดว่าน่าจะมีการเจ็บป่วยเนื่องจากสูงอายุ
นายวิษณุ ได้เบิกความต่อศาลว่าได้เดินทางไปพิจารณาสถานที่กักขังของนักโทษหลายรายเพื่อประกอบการตัดสินใจแต่ไม่ได้มีการเตรียมการสำหรับการย้ายตัวไปรักษาพยาบาลนอกทัณฑสถาน แต่ทั้งนี้มีการหารือว่าหากมีการเจ็บป่วยจะต้องส่งตัวไปที่โรงพยาบาลใด
ซึ่งเบื้องต้นตั้งหลักให้เป็นโรงพยาบาลของรัฐบาลแต่หากมีอาการป่วยจำเพาะที่ต้องการหมอเฉพาะทางให้พิจารณาส่งไปตามโรงพยาบาลที่มีข้อตกลงร่วม (MOU)
นาย วิษณุ ยังระบุอีกว่า ได้รับข้อมูลการเดินทางกลับของนายทักษิณจากสื่อมวลชนซึ่งทำให้มีการเตรียมพร้อมเก้อหลายครั้ง จนกระทั่งได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงและสถานทูต จึงทราบว่าจะเป็นวันที่ 22 สิงหาคม 2566
อย่างไรก็ตาม นาย วิษณุ ไม่ได้เดินทางไปรับที่สนามบินแต่ได้มาพบทักษิณที่สถานพยาบาล ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ซึ่งได้เข้าไปพร้อมคณะเจ้าหน้าที่ ได้พูดคุยกับทักษิณเป็นระยะเวลา 20 นาที ขณะนั้นยืนยันว่าไม่ได้มีการพูดถึงการพักโทษหรือการย้ายตัวคุมขัง แต่นายทักษิณสอบถามตนเองเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งต่อมา นายทักษิณได้ขอยื่นพระราชทานอภัยโทษโดยไม่ผ่านตนเองที่ตอนนั้นเป็นรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
นอกจากนี้ยังได้พูดถึงปัญหาสุขภาพของนายทักษิณ และการออกกำลังกายในครั้งที่อยู่ต่างประเทศ โดยตนเองได้ให้คำแนะนำว่าหลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการต่างๆตามกฎหมาย อยากให้นายทักษิณได้บวชเข้าสู่ทางธรรม ซึ่งนายทักษิณแจ้งว่ามีปัญหาส่วนตัวเล็กน้อยจึงไม่สะดวก
ในช่วงกลางดึกของวันที่ 22 สิงหาคม ที่มีการย้ายตัวนายทักษิณเข้ารักษาตัวด่วนที่โรงพยาบาลตำรวจ ตนเองได้ทราบข้อมูลภายหลังจากการส่งตัวแล้วจากปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งตนได้สอบถามว่าย้ายตัวไปโรงพยาบาลใด ทางปลัดฯจึงระบุว่าเป็นโรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งก่อนหน้าทักษิณระบุว่าต้องการไปโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งตามระเบียบเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
ทั้งนี้ นายวิษณุ ใช้เวลาเบิกความต่อศาลในฐานะพยานฝั่งจำเลย 34 นาทีรวมทั้งการตอบคำถาม ป.ป.ช.
ต่อมา ศาลนัดฟังคำสั่งการบังคับโทษเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ในวันที่ 9 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. และให้ออกหมายเรียกผู้บัญชาการเรือนจำคนปัจจุบันมา แต่ไม่ได้เรียกตัวนายทักษิณ จำเลยมาแต่อย่างใด