โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ไขข้อสงสัย กำลังพลสำรอง คือ ใครบ้าง แล้วจะถูกเรียกไหม

สยามนิวส์

เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2568 เวลา 04.58 น. • สยามนิวส์
ไขข้อสงสัย กำลังพลสำรอง คือ ใครบ้าง แล้วจะถูกเรียกไหม

ปมพิพาท ชายแดนไทย - กัมพูชา ตลอดหลายวันที่ผ่านมา แม้ไทยประกาศจุดยืน แก้ปมขัดแย้งชายแดน ยืนยันใช้กรอบ JBC ในการเจรจา ไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก แต่หลายคนที่ยังกังวลถึงความสงบหวั่นจะบานปลายไปจนถึงการสู้รบ จนกองทัพ โพสต์เฟซบุ๊ก เชิญชวนคนไทย ส่งกำลังใจให้กำลังพลของกองทัพ ติดแฮชแท็ก #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด

นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้กระทรวงมหาดไทย สั่งการ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ได้แก่ ตราด จันทบุรี สระแก้ว อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ และบุรีรัมย์ เตรียมรับมือสถานการณ์ความไม่สงบ โดยให้เตรียมแผนอพยพ กำหนดจุดรวมพลและจุดพักพิง เตรียมกำลังพลสนับสนุนหน่วยทหาร แจ้งข่าวสารให้ประชาชนทราบต่อเนื่อง ป้องกันความตื่นตระหนก

ท่ามกลางความตึงเครียดไทย-กัมพูชา ที่ยังไม่รู้จุดจบอยู่ที่ตรงไหน แน่นอนว่า กระแสรักชาติมาเต็มเปี่ยม จนมีการพูดถึง กำลังพลสำรอง ที่จะสามารถช่วยชาติได้อย่างไรบ้าง โดยทางเว็บไซต์ กองบัญชาการ กองทัพภาคที่ 3 ได้อธิบายถึง กำลังสำรอง ไว้ว่า

กำลังที่มิใช่กำลังประจำการและกองประจำการที่เตรียมไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย ของชาติ แต่คือการประกอบกันของกำลังกลุ่มต่างๆ ซึ่งประกอบไปด้วย กำลังพลสำรอง กำลังกึ่งทหาร กลุ่มพลัง มวลชนจัดตั้งโดยมีกฎหมายรองรับ และกลุ่มพลังมวลชนอื่นๆ

กำลังสำรอง ประกอบด้วยกำลังต่างๆ 4 กลุ่ม ได้แก่

1.กำลังพลสำรอง อาทิ ผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 3, ชั้นปีที่ 5 และพลทหารกองประจำการที่รับ ราชการครบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นกำลังสำรองที่ ทบ. สามารถนำมาใช้ในภารกิจทางทหาร และยังสามารถสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจของกระทรวงกลาโหมได้ตามที่กฎหมายกำหนด

2.กำลังกึ่งทหาร เช่น ตำรวจตระเวนชายแดน หน่วยอาสาสมัครทหารพราน และหน่วยกองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดน ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลพลเรือนที่ได้รับการฝึกวิชาทหารให้มีความสามารถในการทำการรบ

3.กลุ่มพลังมวลชนจัดตั้งโดยมีกฎหมายรองรับ เช่น นักศึกษาวิชาทหาร ไทยอาสาป้องกันชาติ และกลุ่ม กองหนุนเพื่อความมั่นคงของชาติ

4.กลุ่มพลังมวลชนอื่นๆ เช่น กลุ่มลูกเสือชาวบ้าน กลุ่มสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดน สมาคมศิษย์เก่า นักศึกษาวิชาทหาร สมาคมกำลังสำรองรักษาดินแดนไทย ชมรมการกำลังสำรองแห่งประเทศไทย เป็นต้น ซึ่งเป็น กลุ่มที่ประกอบขึ้นจากบุคคลพลเรือนที่มีเจตนารมณ์ที่จะสนับสนุนภารกิจของกองทัพ

จากที่ได้กล่าวไปข้างต้นจะเห็นได้ว่า กำลังสำรอง เป็นกำลังที่ประกอบขึ้นจากกลุ่มบุคคลทุกสถานภาพทาง สังคม ไม่จำกัดเพศ อายุ อาชีพ การศึกษา ขอเพียงมีเป้าหมายเดียวกัน คือ มีจิตสำนึกรักชาติ และอาสาเข้าร่วมกับ กลุ่มพลังมวลชนต่างๆ ที่ได้จัดตั้งขึ้น โดยในยามสถานการณ์บ้านเมืองเป็นปกติจะเป็นการรวมตัวกันเพื่อทำ ประโยชน์ให้กับประเทศชาติตามขีดความสามารถของตน สรุปสั้นๆ ได้ว่า … “กำลังสำรอง คือพลังแห่งมวลชน คือพลังแห่งการรักษาดินแดน

กำลังพลสำรอง กับ ทหารอาสา แตกต่างกันอย่างไร ?

กำลังพลสำรอง เป็นบุคคลซึ่งเป็นทหารกองหนุน ที่มีรายชื่อในบัญชีบรรจุกำลังของหน่วยตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการเตรียมพล หรือบุคคลที่เป็นกำลังสำรองประเภทหนึ่งตามกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมที่มี การบรรจุในบัญชีบรรจุกำลังตามกฏหมายว่าด้วยกำลังพลสำรอง สรุปง่ายๆ คือ มาจาก นักศึกษาวิชาทหาร และ พลทหารกองประจำการที่ปลดเป็นกองหนุนแล้ว

ทหารอาสา เป็นกำลังพลสำรองที่เข้าทำหน้าที่ทหารเป็นการชั่วคราว มีทั้งประเภทที่เป็นนายทหารสัญญาบัตร นายทหารประทวน และพลทหารประจำการ แต่ไม่ใช่อาสาสมัครทหารพราน

กำลังพลสำรองถูกเรียกให้ไปทำงานไหม ?

การเรียกกำลังพลสำรองเข้ารับราชการทหาร หมายความว่า การนำ กำลังพลสำรอง เข้าปฏิบัติภารกิจตามอำนาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหม โดยการเรียกกำลังพลสำรอง เพื่อ ตรวจสอบ เพื่อฝึกวิชาทหาร เพื่อปฏิบัติราชการ หรือเพื่อทดลองความพรั่งพร้อม และในการระดมพล ตามกฎหมาย ว่าด้วยกำลังพลสำรอง ซึ่งประกอบด้วย การเรียกกำลังพลสำรองเข้ารับราชการทหารแบบไม่เต็มเวลา และการ เรียกกำลังพลสำรองเข้ารับราชการทหารแบบเต็มเวลา

ดังนั้น กระทรวงกลาโหม มีอำนาจในการออกคำสั่ง ระดมพล เพื่อเสริม กำลังพลประจำการจัดลำดับตามอายุ ชั้นที่ 1 อายุต่ำกว่า 30 ปีบริบูรณ์ ชั้นที่ 2 อายุ 30 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่ถึง 40 ปี ชั้นที่ 3 อายุ 40 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่ถึง 46 ปี และผู้พ้นกำหนดการรับราชการทหาร อายุเกิน 46 ปีบริบูรณ์

ขอบคุณข้อมูล กองบัญชาการ กองทัพภาคที่ 3

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...