โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐบาลเดินหน้าส่งเสริมอุตสาหกรรมอนาคตดึงนักลงทุนทั่วโลก เผยแค่ 4 เดือน ดึงเม็ดเงินลงทุนกว่า 5.7 หมื่นล้านบาท

VoiceTV

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 04.15 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 03.05 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า รายงานว่าในช่วง 4 เดือน แรกของปี 2568 (ม.ค.-เม.ย.) มีการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย ภายใต้ พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 จำนวน 363 ราย (เพิ่มขึ้น 43%) เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 87 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ผ่านช่องทางการลงทุนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และการใช้สิทธิตามสนธิสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศ) 276 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 57,860 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 5%)

โดยชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. ญี่ปุ่น จำนวน 71 ราย คิดเป็น 20% ของธุรกิจต่างชาติในไทย มูลค่าการลงทุน 17,255 ล้านบาท เน้นลงทุนในธุรกิจจัดหาชิ้นส่วนและส่วนประกอบสำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ธุรกิจบริการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ การเปลี่ยนและทำการเชื่อมต่อท่อส่งใต้ทะเล ระหว่างแท่นหลุมผลิตในโครงการขุดเจาะน้ำมัน ธุรกิจบริการสถานี บริการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานพาหนะไฟฟ้า และธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า

2. สหรัฐฯ จำนวน 51 ราย คิดเป็น 14% ของธุรกิจต่างชาติในไทย มูลค่าการลงทุน 2,485 ล้านบาท ส่วนใหญ่ลงทุนในธุรกิจค้าปลีกสินค้า ธุรกิจบริการคลังสินค้า ธุรกิจบริการ Data Center และธุรกิจบริการรับจ้างผลิต

3.สิงคโปร์ จำนวน 45 ราย คิดเป็น 12% ของธุรกิจต่างชาติในไทย มูลค่าการลงทุน 9,126 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ลงทุนในธุรกิจบริการออกแบบ จัดซื้อ จัดหา ติดตั้ง ทดสอบ ตลอดจนการฝึกอบรม การให้คำปรึกษาแนะนำด้านการปฏิบัติการของงานระบบควบคุมกำกับดูแลและเก็บข้อมูลสำหรับโครงการรถไฟฟ้า ธุรกิจบริการศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย ธุรกิจบริการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อจำหน่าย และธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า

4.จีน จำนวน 43 ราย คิดเป็น 12% ของธุรกิจต่างชาติในไทย มูลค่าการลงทุน 6,471 ล้านบาท ส่วนใหญ่ลงทุนในธุรกิจจัดหาจัดซื้อวัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อค้าส่งในประเทศ ธุรกิจบริการดำเนินพิธีการศุลกากรในเขตปลอดอากร (Free Zone) ธุรกิจบริการให้เช่าอาคารโรงงานพร้อมสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก และธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า

5.ฮ่องกง จำนวน 40 ราย คิดเป็น 11% ของธุรกิจต่างชาติในไทย มูลค่าการลงทุน 5,766 ล้านบาท ส่วนใหญ่ลงทุนในธุรกิจบริการศูนย์กระจายสินค้าด้วยระบบที่ทันสมัย ธุรกิจบริการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานพาหนะไฟฟ้า ธุรกิจบริการ Data Center Cloud Services และธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า

สำหรับการลงทุนในพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติในช่วง 4 เดือนของปี 2568 มีจำนวน 108 ราย คิดเป็น 30% ของนักลงทุนต่างชาติในไทย (เพิ่มขึ้น 40%) มูลค่าการลงทุนรวม 31,363 ล้านบาท คิดเป็น 54% ของเงินลงทุนทั้งหมด เป็นนักลงทุนจากประเทศ ญี่ปุ่น 32 ราย ลงทุน 10,008 ล้านบาท จีน 25 ราย ลงทุน 3,867 ล้านบาท สิงคโปร์ 10 ราย ลงทุน 5,934 ล้านบาท และประเทศอื่น ๆ 41 ราย ลงทุน 11,554 ล้านบาท

ซึ่งธุรกิจที่ลงทุน อาทิ ธุรกิจค้าปลีกสินค้าแม่พิมพ์ (Mould) ที่ใช้สำหรับผลิตชิ้นส่วนพลาสติก อุปกรณ์และชิ้นส่วนสำหรับซ่อมแซมเครื่องทำความเย็น ชิ้นส่วนสำหรับซ่อมแซมเครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการผลิตยางรถยนต์ ธุรกิจบริการเคลือบผิวผลิตภัณฑ์โลหะ เป็นต้น

“รัฐบาลส่งเสริมอุตสาหกรรมอนาคตทั้งในด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ยานยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการปรับปรุงกฎระเบียบ เร่งยกระดับบริการภาครัฐให้ทันสมัย และลดขั้นตอนการขออนุญาตด้านธุรกิจ

รัฐบาลขอยืนยันถึงความพร้อมของประเทศไทยทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และนโยบายที่ทันสมัย เพื่อรองรับการลงทุนคุณภาพจากทั่วโลก และย้ำว่าการขยายตัวของเม็ดเงินลงทุนในครั้งนี้คือสัญญาณแห่งความมั่นใจของโลกที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทยในระยะยาว“ นางสาวศศิกานต์ กล่าว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...