เปิดประวัติ “ปราสาทตาเมือนธม” พรมแดนพิพาท จ.สุรินทร์
จากกรณีพิพาทพรมแดนไทย – กัมพูชา เดือด!!!
เช้าวันนี้ (24 ก.ค.68) ทหารกัมพูชา เปิดฉากยิงไทย บริเวณพื้นที่ ปราสาทตาเมือนธม โบราณสถานสำคัญริมแนวสันเขาพนมดงรัก จ.สุรินทร์ หนึ่งในพรมแดนพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา
“ปราสาทตาเมือนธม” (Ta Muen Thom) เป็นมรดกแห่งอารยธรรมขอมโบราณ หนึ่งในโบราณสถานสุดยิ่งใหญ่ของจังหวัดสุรินทร์ ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนสันเขาพนมดงรัก ใกล้ชายแดนไทย – กัมพูชา ปราสาทตาเมือนธม ไม่เพียงเป็นหลักฐานทางศาสนาและศิลปกรรมในอดีต หากยังเป็นศูนย์กลางของเส้นทางโบราณที่เชื่อมโยงอารยธรรมอันรุ่งเรืองจากเมืองพระนคร (Angkor) สู่ภูมิภาคอีสานตอนใต้ของไทย
ทำเลแห่งยุทธศาสตร์บนสันเขา
ปราสาทตั้งอยู่ใน ต.บ้านจารย์ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ บนแนวสันเขาพนมดงรัก จุดเชื่อมโยงระหว่างไทย-กัมพูชา ที่ไม่เพียงเป็นเส้นทางการค้าในอดีต แต่ยังเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของอาณาจักรขอมอีกด้วย ผู้เดินทาง ราชทูต หรือกองทัพจากเมืองพระนครต้องผ่านจุดนี้เพื่อเข้าสู่แผ่นดินอีสาน
ศิลปะขอมคลาสสิก งดงามด้วยหินทรายชมพู
ปราสาทตาเมือนธม เป็นปราสาทขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่ม “ปราสาทตาเมือน” ได้แก่ ตาเมือน – ตาควาย – ตาเมือนธม สร้างขึ้นด้วยหินทรายสีชมพู ศิลาแลง และหินชนวน โดดเด่นด้วยปรางค์ประธาน บรรณาลัย ระเบียงคด และโคปุระ (ซุ้มประตู)
สิ่งน่าสนใจภายในปราสาท เช่น
– ศิวลึงค์และฐานโยนี : แสดงถึงการบูชาพระศิวะ ตามคติไศวนิกายในศาสนาฮินดู
– ท่อโสมสูตร : ท่อระบายน้ำมนต์จากศิวลึงค์ สะท้อนพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์
– ทับหลังและลวดลายจำหลัก : พบภาพเทวดา ปราสาทจำลอง และลายหน้ากาลคายพวงมาลัย
– ศิลาจารึก : ใช้อักษรขอมโบราณ ภาษาสันสกฤต กล่าวสรรเสริญพระศิวะ และบันทึกชื่อทาสและเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลศาสนสถาน
นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 16 – 17 (ราว ค.ศ. 1000–1150) ตรงกับยุคของพระเจ้าสูริยวรมันที่ 1 หรือ 2 แห่งอาณาจักรขอม ศิลปะเป็นแบบ “บาปวน” และ “นครวัดตอนต้น” ซึ่งเป็นยุคเรืองอำนาจของอารยธรรมเขมรโบราณ
มากกว่าแค่ปราสาท คือ ศูนย์กลางศาสนาและการเดินทาง นอกจากใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีทางศาสนาฮินดู ยังเป็นจุดพักและด่านควบคุมเส้นทางสำคัญของผู้เดินทางในสมัยโบราณ ถือเป็นทั้งศาสนสถานและจุดยุทธศาสตร์กลางเทือกเขา
จากจุดพิพาทชายแดนสู่โบราณสถานแห่งชาติ
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ปราสาทตาเมือนธมได้รับความสนใจจากกรมศิลปากร แม้เคยอยู่ในพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย – กัมพูชา และเป็นจุดความขัดแย้งทางชายแดน แต่ในปัจจุบัน ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมแล้ว โดยโบราณวัตถุบางส่วนจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสุรินทร์
ที่มา: ทีมโฆษกกองทัพบก, https://www.silpa-mag.com, adventures