โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

พรรคประชาชนแฉรัฐบาล ‘ลักหลับ’ เร่งเซ็น “สัญญาซื้อไฟ” โดยไม่เปิดเผยราคา จี้นายกฯ-รมว.พลังงานยกเลิก

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 27 ก.ค. 2568 เวลา 15.22 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 17.37 น.

วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ และ นายวรภพ วิริยะโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงข่าวความคืบหน้าในการคัดค้านการลงนามในสัญญารับซื้อไฟฟ้าหมุนเวียนเพิ่มเติมรอบ 3,600 เมกะวัตต์ ที่รัฐสภา

“พรรคประชาชน”แฉรัฐบาล ‘ลักหลับ’ เร่งเซ็น “สัญญาซื้อไฟ” ภายใน 29 ก.ค.นี้ โดยไม่เปิดเผยราคา จี้นายกฯ – รมว.พลังงานยกเลิกทันที ส่อเอื้อกลุ่มทุนพลังงาน – คนไทยต้องจ่ายไฟแพง

วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ และ นายวรภพ วิริยะโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงข่าวความคืบหน้าในการคัดค้านการลงนามในสัญญารับซื้อไฟฟ้าหมุนเวียนเพิ่มเติมรอบ 3,600 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโครงการที่เต็มไปด้วยข้อกังวล ทั้งด้านความโปร่งใส ความคุ้มค่า และผลกระทบต่อประชาชน ที่รัฐสภา

แม้การรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดจะเป็นเป้าหมายที่ดีในหลักการ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่สะท้อนถึงหลักธรรมาภิบาล หรือ การวางแผนพลังงานที่ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง พรรคประชาชนได้คัดค้านประเด็นนี้ตั้งแต่ปลายปี 2567 โดยระบุปัญหาหลัก 3 ประการ ได้แก่

  • ไม่มีการเปิดประมูลแข่งขันอย่างโปร่งใส การกำหนดราคาซื้อขายไฟฟ้าในรอบนี้ใช้ข้อมูลต้นทุนพลังงานหมุนเวียนจากอดีต ซึ่งสูงกว่าราคาจริงในปัจจุบัน ทั้งที่ต้นทุนพลังงานหมุนเวียนทั่วโลกลดลงต่อเนื่องทุกปี จึงเป็นราคาที่ “แพงเกินจริง” โดยไม่มีการแข่งขันใด ๆ มากำกับ
  • ไม่มีความจำเป็นต้องรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติม ประเทศไทยในขณะนี้มีสำรองไฟฟ้าเกินความจำเป็นแล้ว การเดินหน้ารับซื้อเพิ่มเติมจะยิ่งเพิ่มภาระให้กับระบบโดยไม่จำเป็น และจะผลักต้นทุนส่วนเกินเหล่านี้ไปสู่ค่าไฟฟ้าของประชาชน
  • มีการล็อกโควตาให้เฉพาะกลุ่มทุนรายเดิม โครงการรอบนี้กำหนดให้เฉพาะเอกชนที่เคยยื่นโครงการไว้ตั้งแต่ปี 2565 ได้รับการคัดเลือกก่อนโดยอัตโนมัติ เป็นการปิดโอกาสผู้ประกอบการรายใหม่ และทำลายหลักการแข่งขันเสรี

ในช่วงปลายปี 2567 ภายใต้แรงกดดันจากภาคประชาชนและฝ่ายค้าน คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้มีมติให้ “ชะลอ” การลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารอบนี้ไว้ก่อน จนกว่าจะมีการพิจารณาใหม่อย่างรอบคอบ แต่แทนที่รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร จะรับฟังเสียงคัดค้านและยกเลิกโครงการดังกล่าว กลับมีมติ กพช. เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 ให้เดินหน้ากระบวนการเจรจากับเอกชนต่อไป โดยให้มีการปรับลดราคารับซื้อบางส่วนก่อนลงนามในสัญญา

“แม้จะมีการ “เจรจาต่อรอง” เพื่อให้ราคาถูกลง แต่ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ราคาเพียงอย่างเดียว เพราะการดำเนินโครงการที่ไม่จำเป็นนี้ยังจะสร้างภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชนไปอีกกว่า 25 ปีตลอดอายุของสัญญา ซึ่งเป็นภาระระยะยาวที่ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่ต้น”

สิ่งที่สำคัญและน่ากังวลที่สุด คือความไม่โปร่งใสของกระบวนการล่าสุด เมื่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 ให้เอกชนที่ได้รับคัดเลือก ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า 2,180 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรอบ 3,600 เมกะวัตต์ ภายในวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 โดยไม่มีการเปิดเผยผลของการเจรจาราคาต่อสาธารณะแต่อย่างใด ประชาชนจึงไม่สามารถรู้ได้ว่ามีการปรับลดราคากันจริงหรือไม่

“ถ้าราคาที่เจรจาลดลงเพียงเล็กน้อย เช่น 1 สตางค์ และรีบเร่งให้ลงนามในสัญญาโดยไม่มีการเปิดเผย รายละเอียดต่อประชาชน นั่นเท่ากับว่าเป็นการ “ลักหลับ” เอาผลประโยชน์ของประชาชนไปมอบให้กับ กลุ่มทุนพลังงานโดยไร้ความยุติธรรม”

พลังงานควรเป็นของประชาชน ไม่ใช่สินค้าของกลุ่มทุนไม่กี่รายที่สามารถล็อกสัญญาระยะยาวกับรัฐไปได้โดยไม่ต้องแข่งขัน พรรคประชาชนขอยืนยันว่าการเปลี่ยนผ่านพลังงานควรเป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ ไม่ใช่เป็นเพียงข้ออ้างเพื่อผลักภาระใหม่ให้ประชาชนจ่ายค่าไฟแพงขึ้นในอนาคต

เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนและยกเลิกกระบวนการรับซื้อไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นนี้ทันที และดำเนินการจัดทำกระบวนการใหม่ที่มีความยุติธรรม โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แต่หากรัฐบาลยืนยันที่จะเพิ่มภาระค่าไฟแก่ประชาชน ภายในสัปดาห์หน้าพรรคประชาชนจะยื่นเรื่องนี้ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นกลไกสุดท้ายเพื่อหยุดยั้งกระบวนการนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...