ประกันรถชะลอครึ่งปีหลัง ยอดขายตกหนัก-เคลมอีวีพุ่งกระฉูด
แนวโน้มธุรกิจประกันวินาศภัยในปี 2568 นี้ ยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะตลาดซื้อขายรถยนต์ในประเทศที่ชะลอตัว โดยเฉพาะมองไปข้างหน้า ในช่วงครึ่งปีหลังที่ดูจะมีหลายปัจจัยเข้ามากระทบ
ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และในฐานะนายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย (TGIA) กล่าวว่า ในช่วงครึ่งปีแรกการประกันภัยรถยนต์ในภาพรวม ยังมีอัตราการเติบโตได้กว่า 3% แต่ประเมินว่า ในช่วงครึ่งหลังของปีจะชะลอตัวลง และคาดว่าทั้งปีอัตราการเติบโตของประกันภัยรถยนต์จะอยู่ที่ประมาณ 1.5-2% เท่านั้น
ในส่วนของประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ปัจจุบันประชาชนเริ่มมีความกังวลในการซื้อรถยนต์อีวีมาใช้ ทำให้เห็นการชะลอตัวของยอดขายรถยนต์อีวีอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะกระทบต่อเบี้ยประกันวินาศภัยและเบี้ยประกันรถยนต์ ขณะเดียวกันรถยนต์อีวีที่มีการขายออกมาแล้ว ก็มีการปรับลดราคาลงอีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ภาคธุรกิจประกันภัยจะต้องหาแนวทางการแก้ไข ว่าจะดำเนินการอย่างไรให้ความคุ้มครองสะท้อนมูลค่าของรถ ณ วันที่เกิดเหตุได้จริง
ขณะที่แนวโน้มการปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัยรถอีวีนั้น จากการสำรวจบริษัทประกันสมาชิกพบว่า เกือบทุกบริษัทมีอัตราการสูญเสีย (Loss Ratio) ของประกันภัยรถยนต์อีวีค่อนข้างจะสูงถึงสูงมาก ดังนั้น เชื่อว่าจะมีการทยอยปรับตัวเบี้ยประกันภัยรถยนต์อีวีแน่นอน แต่ขึ้นอยู่กับ Loss Record ของแต่ละบริษัทประกัน โดยปัจจุบันภาพรวมของ Loss Ratio ของประกันภัยรถยนต์เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 65% ของอุตสาหกรรมประกันภัย ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
“ตอนนี้ Loss Ratio ของประกันภัยรถอีวีเรียกว่าทะลุ 100% ไปแล้ว แต่ก็ขึ้นกับ Loss Record ของแต่ละบริษัท บางรายก็ทะลุ 100% ไปไกล ๆ แล้ว บางรายก็ปริ่ม ๆ เกือบ 100% แต่โดยภาพรวมเรียกว่า 100% กว่า ๆ ซึ่งขณะนี้เราก็เห็นแล้วว่ามีบริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่ของไทยออกมาประกาศแล้วว่า มีแนวโน้มที่จะปรับเบี้ยประกันภัยอีวี ขณะเดียวกันก็มีหลายบริษัทประกันภัยที่จะทยอยลดการรับประกันภัยรถยนต์อีวี”
นายเสรี กวินรัชตโรจน์ ประธานคณะกรรมการประกันภัยยานยนต์ สมาคมประกันวินาศภัยไทย กล่าวว่า ในปี 2568 จะเห็นว่า ยอดขายรถยนต์ใหม่ไม่ได้ขยายตัวมากนัก เนื่องจากสถาบันการเงินค่อนข้างเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะเซ็กเมนต์รถกระบะ เพราะผู้ใช้รถกระบะเป็นเกษตรกร ซึ่งหลักทรัพย์ค้ำประกันหรือความมั่นคงทางรายได้ไม่แน่นอน ทำให้การขอสินเชื่อยากกว่ากลุ่มอื่น
อย่างไรก็ดี เซ็กเมนต์รถยนต์ส่วนบุคคลยังสามารถขยายตัวได้อยู่ โดยคาดว่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ในปี 2568 น่าจะขยายตัวได้อยู่ที่ราว 1-2%
สำหรับกลุ่มเซ็กเมนต์รถยนต์อีวี จะเห็นการแข่งขันค่อนข้างสูง จะมีรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ออกมาต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทประกันก็ได้มีการปรับตัว เพราะมองว่า เบี้ยประกันภัยรถอีวีในปัจจุบันยังไม่เหมาะสมกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ไม่ได้มองว่า Loss Ratio สูง
ทั้งนี้ หากมองไปข้างหน้าจะเห็นว่า ในช่วงปีก่อน ถือเป็นปีแรกที่มีกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์อีวีออกมาให้ผู้ขับขี่ ซึ่งเดือน มิ.ย. 2568 เป็นครั้งแรกของการต่อกรมธรรม์อีวีปีแรก โดยใช้คะแนนพฤติกรรมผู้ขับขี่มาพิจารณาด้วย ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เน้นให้บริษัทประกันภัยเคร่งครัดการใช้คะแนนพฤติกรรมผู้ขับขี่
“คนที่ขับรถดีควรจะได้รับส่วนลด และคนที่ขับรถไม่ดีและมีเคลม จะต้องถูกปรับเพิ่มเบี้ยโดยธรรมชาติ เช่น ในเกณฑ์ระบุว่าภายใน 12 เดือน 24 เดือน หรือ 36 เดือน หากผู้ขับขี่ไม่มีเคลมจะได้คะแนน 3-4 แต่หากมีเคลม 1 ครั้ง คะแนนจะลดลงมาเหลือระดับ 1 จะไม่มีส่วนลด เป็นต้น”
นายเสรีกล่าวว่า จากเกณฑ์ดังกล่าวมองว่า จะสามารถจูงใจให้คนผู้ขับขี่ขับรถดีขึ้น หรือระมัดระวังมากขึ้น และในอนาคตเบี้ยประกันภัยรถยนต์จะถูกปรับตัวให้เหมาะสมกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป อาจจะไม่ได้เห็นผลภายในปีนี้หรือปีหน้า เพราะกรมธรรม์อีวีเพิ่งออกเมื่อปีก่อน แต่คนที่ขับรถดีไม่มีเคลม จะได้ส่วนลดประมาณ 10% อาจจะยังไม่ได้จูงใจในการปรับพฤติกรรมหรือบทลงโทษไม่เยอะ แต่หากใช้รถไปแล้ว 3-4 ปี จะต้องมีบทลงโทษที่สูงตาม เช่น เกิดเหตุทุกครั้ง เบี้ยจะต้องกลับไปไม่มีส่วนลดเลย
สำหรับแนวโน้มเบี้ยประกันภัยรถอีวีในช่วงที่เหลือของปีนี้ มองว่า ค่ายรถยนต์ที่อยู่ในตลาดวันนี้ เบี้ยประกันภัยน่าจะทรงตัว ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน จากเกณฑ์กำกับดูแลของ คปภ. มองว่า ทิศทางเบี้ยประกันภัยรถอีวี คงไม่ได้มีทิศทางสูงขึ้นเรื่อย ๆ เพราะจะมีเรื่องของส่วนลดเข้ามาช่วย และพฤติกรรมผู้ขับขี่เปลี่ยนไปทำให้เบี้ยไม่จำเป็นต้องเพิ่มขึ้น ปัจจุบันสัดส่วนพอร์ตรถยนต์อีวีอยู่ที่ 20% ของพอร์ตรถยนต์ใหม่ทั้งหมด และหากเทียบเบี้ยประกันรถยนต์อีวีจะอยู่ที่ราว 10% ของเบี้ยประกันภัยรถยนต์ทั้งหมด โดย Loss Ratio ของประกันภัยรถยนต์ภาพรวมยังทรงตัวอยู่ที่ระดับ 60%
“วันนี้หลายบริษัทมีการขยับเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอยู่แล้ว แต่ขณะเดียวกัน สมาคมพยายามร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตหลายเจ้า เพื่อสะท้อนปัญหาในแง่ของผลประกอบการเวลารับประกันภัยเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของอะไหล่ที่ราคาสูง หรือการจัดส่งอะไหล่ที่มีปัญหาในบางยี่ห้อ เพื่อให้ผู้ผลิตบริหารจัดการด้านอะไหล่เร็วขึ้น เพราะถ้าเราผลประกอบการไม่ดี จะกลายเป็นว่าเราไปขยับเบี้ยประกันภัยสูงขึ้น ซึ่งภาระจะไปตกที่ผู้บริโภค”
นายจีรพันธ์ อัศวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยวิวัฒน์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TVH กล่าวว่า ตอนนี้บริษัทประกันภัยได้มีการประชุมหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ถึงประเด็นเรื่องของประกันรถยนต์ โดยเฉพาะรถอีวีที่หลายฝ่ายมีความเป็นห่วงในเรื่องของตัวเบี้ยประกันภัย อย่างไรก็ดี คาดว่า คปภ.น่าจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวออกมา
ทั้งนี้ แนวโน้มธุรกิจประกันภัยรถยนต์น่าจะชะลอตัวลงตามความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน โดยเฉพาะประกันภัยรถอีวี ซึ่งจะขึ้นกับตัวเบี้ยประกันภัยเป็นหลัก ซึ่งในส่วนของบริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์มีสัดส่วนของรถยนต์อีวีค่อนข้างน้อย และที่ผ่านมาบริษัทได้มีการปรับเพิ่มเบี้ยประกันภัยรถอีวีขึ้นไปแล้ว ส่วนหนึ่งมาจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี มองไปข้างหน้ากลยุทธ์การเติบโต บริษัทจะเน้นเลือกกลุ่มลูกค้า (Selective) ในการเติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้รถไม่มาก เพื่อลดความเสี่ยงจากอัตราการสูญเสีย (Loss Ratio)
“พอร์ตประกันรถยนต์อีวี เราค่อนข้างน้อยมาก ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากราคาเบี้ยประกันไม่ได้จูงใจมาก ทำให้พอร์ตเราน้อย ซึ่งมองไปข้างหน้าเราก็จะเน้นลูกค้ามากขึ้น และขึ้นกับเบี้ยประกันเป็นหลัก” นายจีรพันธ์กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประกันรถชะลอครึ่งปีหลัง ยอดขายตกหนัก-เคลมอีวีพุ่งกระฉูด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net