โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'ฮิง บุนเฮียง'ผู้นำแห่ง BHQ ผู้เข่นฆ่าคนเขมรด้วยกันจถูกขึ้นศาลและถูกคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก

The Better

อัพเดต 01 ส.ค. 2568 เวลา 03.24 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2568 เวลา 05.00 น. • THE BETTER

พลเอก ฮิง บุนเฮียง (เกิด พ.ศ. 2500) เป็นนายพลชาวกัมพูชาและเป็นผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์ส่วนตัวของนายกรัฐมนตรีฮุน เซน หรือ BHQ ตั้งแต่เดือนมีนาคม พ.ศ. 2565 โดยมียศอันยาวเหยียดว่า "นายอุตตมเสนีกิตติสังคหะบัณฑิต"

ปัจจุบัน ฮิง บุนเฮียง คือผู้บัญชาการ "กองบัญชาการองครักษ์" หรือ "บัญชาการรัฏฐานังครักส์" ชื่อย่อว่า BHQ โดยฉากหน้า BHQ ตั้งขึ้นเพื่อรักษาความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลกัมพูชา นายกรัฐมนตรีของกัมพูชา และสถานที่ที่มีผลประโยชน์ของกัมพูชา โดยอยู่ภายใต้การสั่งการโดยตรงของผู้บัญชาการทหารสูงสุดและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันชาติ

แต่โดยฉากหลัง BHQ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นกองกำลังส่วนตัวของ ฮุน เซน เนื่องจากถูกก่อตั้งและคอยสนับสนุนทางการเมืองให้กับเขาตลอด โดยเสียงวิจารณ์ในกัมพูชาชี้ว่า ฮุน เซนได้จัดตั้ง BHQ ในฐานะเป็น "องครักษ์ส่วนตัวของฮุนเซน" ขึ้นที่ตูลกระสัง และได้เกณฑ์กองกำลังทหารระดับชาติหลายกอง เช่น กองพลที่ 70, 31 และ 911 กองกำลังเหล่านี้อยู่ภายใต้การควบคุมโดยตรงและให้บริการโดยตรงแก่ฮุน เซน ภรรยาของฮุน เซน และบุตรของฮุนเซน โดยมีกำลังพลหลายพันนาย พวกเขาถูกเรียกว่า “องครักษ์ส่วนตัวของสมเด็จฮุนเซน” และสาบานว่าจะปกป้องฮุนเซน ภรรยาฮุนเซน และลูกๆ ของฮุนเซน 100%

หน่วยนี้มักถูกมองว่ามีความภักดีต่อ ฮุน เซน อย่างแรงกล้า และมีบทบาทอย่างเห็นได้ชัดในการปราบปรามการประท้วงของฝ่ายค้าน สมาชิกหน่วยมักจะถูกส่งไปในเครื่องแบบหรือนอกเครื่องแบบเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในระหว่างเหตุการณ์ทางการเมืองกองบัญชาการองครักษ์ยังได้เข้าร่วมในการแสดงกำลังต่อสาธารณะ โดยมักจะนำยุทโธปกรณ์และทหารมาแสดงกำลังในพนมเปญเพื่อขัดขวางการประท้วงและส่งเสริมความแข็งแกร่งของรัฐบาล

ล่าสุดหน่วย BHQ ของบุนเฮียงเข้าร่วมในการรุกรานประเทศไทยในเดือนกรกฎาคมนี้ และมีรายงานว่าหน่วย BHQ อาจได้รับความสูญเสียอย่างหนักจากการถูกทหารไทยโจมตี

ก่อนหน้าที่จะส่งกำลังมาทำร้ายประเทศไทย ฮิง บุนเฮียง คือผู้ที่วางแผนโจมตีด้วยระเบิดมือทำร้ายประชาชนชาวเขมรที่ทำการชุมนุมทางการเมืองในกรุงพนมเปญเมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2540 ทำให้มีผู้เสียชีวิต 16 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 150 ราย และการโจมตีดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของเหตุวุ่นวายที่นำไปสู่การรัฐประหารในกัมพูชาในปี พ.ศ. 2540 ซึ่ง ฮุน เซน ยึดอำนาจจากนายกรัฐมนตรีร่วม คือ เจ้านโรม รณฤทธิ์ มาเป็นของตนเป็นคนเดียว

ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2544 ศาลยุติธรรมแห่งกรุงปารีสได้ออกหมายจับ ฮิง บุนเฮียง ในข้อหาเข่นฆ่าประชาชนในครั้งนั้น และระหว่างวันที่ 19-21 มีนาคม พ.ศ. 2568 ศาลฝรั่งเศสได้พิจารณาคดีลับหลังต่อ ฮิง บุนเฮียง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารอีกหลายคน ในข้อหาวางแผนโจมตีด้วยระเบิดใส่กลุ่มผู้ประท้วงหน้าอาคารรัฐสภาในกรุงพนมเปญ

อย่างไรก็ตาม ไม่กี่วันก่อนที่ศาลฝรั่งเศสจะเปิดการพิจารณาคดี ฮิง บุนเฮียง ได้ยืนยันกับสื่อมวลชนต่างประเทศหลายสำนักว่าเขาไม่ทราบเรื่องคดีนี้และไม่มีเหตุผลที่จะต้องกังวล และอ้างว่าตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับศาลฝรั่งเศส และไม่จำเป็นต้องส่งทนายความไปแก้ต่างคดีในศาลฝรั่งเศส

นอกจากจะถูกฟ้องโดยศาลฝรั่งเศสแล้ว ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561 รัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ลงโทษฮิง บุนเฮียงในข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของเขาในการโจมตีชาวกัมพูชาที่ไม่มีอาวุธหลายครั้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540

กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ได้คว่ำบาตร ฮิง บุนฮียง โดยกล่าวไว้ในหมายประกาศว่า "บุน เฮียง เป็นผู้บัญชาการหน่วยคุ้มกันนายกรัฐมนตรี (PMBU) ของกัมพูชา ซึ่งเป็นหน่วยในกองทัพกัมพูชาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงต่อประชาชนชาวกัมพูชา หน่วยงาน PMBU มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีชาวกัมพูชาที่ไม่มีอาวุธหลายครั้งตลอดหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงในปี 2556 ที่วัดพนม และในปี 2558 ที่หน้ารัฐสภา ในเหตุการณ์ปี 2558 มีสมาชิก PMBU เพียงสามคนเท่านั้นที่ถูกส่งตัวเข้าคุกหลังจากที่พวกเขาสารภาพว่ามีส่วนร่วมในการโจมตีสมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้าน และได้รับการเลื่อนตำแหน่งเมื่อได้รับการปล่อยตัว บุนเฮียงและ PMBU มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ใช้กำลังทหารคุกคามการชุมนุมของผู้ประท้วงและฝ่ายค้านทางการเมืองมาอย่างน้อยก็ตั้งแต่ปี 2540 รวมถึงเหตุการณ์ที่พลเมืองสหรัฐฯ ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิด"

และกำหนดโทษไว้ว่า "ผลจากการกระทำเหล่านี้ ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์ใดๆ ของบุคคลใดๆ ที่ถูกกำหนดให้อยู่ในเขตอำนาจศาลของสหรัฐฯ ในปัจจุบันจะถูกอายัด นอกจากนี้ โดยทั่วไปแล้ว บุคคลสหรัฐฯ จะถูกห้ามไม่ให้ทำธุรกรรมกับบุคคลที่ถูกบล็อก รวมถึงนิติบุคคลที่บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าของร้อยละ 50 ขึ้นไป"

นี่เป็นครั้งแรกที่สหรัฐอเมริกาได้ใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างแข็งกร้าวต่อเจ้าหน้าที่ของระบอบฮุน เซน ซึ่งถูกประณามอย่างกว้างขวางจากประชาคมโลกในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการกัดเซาะประชาธิปไตยนับตั้งแต่การยุบพรรค CNRP ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของกัมพูชา ขณะเดียวกันในเวลานั้นสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ก็เร่งผลักดันพระราชบัญญัติประชาธิปไตยกัมพูชา พ.ศ. 2561 (Cambodia Democracy Act of 2018) เพื่อกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมต่อฮุนเซน ครอบครัวของเขา และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ในระบอบฮุน เซนในอนาคตอันใกล้

อย่างไรก็ตาม ในกัมพูชาไมได้แยแสแว่าคนๆ นี้จะมือเปื้อนเลือดแค่ไหน ถึงขนาดที่ว่าในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2563 เขาได้รับแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาสูงสุดของสมเด็จพระอัครมหาสังฆราชาธิบดี (เทพ วงศ์) สมเด็จพระสังฆราช ฝ่ายมหานิกายแห่งกัมพูชา และสมเด็จพระอภิสิริสุคนธามหาสังฆราชาธิบดี (บัวร์ กรี) สมเด็จพระสังฆราชแห่งคณะธรรมยุติกนิกายของกัมพูชา

โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better

Photo - Ministry of Information (ក្រសួងព័ត៌មាន)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...