โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ผู้การโคราชเข้มงวดตำรวจดาวไถรีดค่าปรับชาวบ้านไม่สวมหมวกนิรภัย

เดลินิวส์

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 09.55 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 02.54 น. • เดลินิวส์
พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นครราชสีมา (ผู้การโคราช) ออกมาย้ำเตือนพี่น้องประชาชนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ให้ปฏิบัติตามกฎจราจร โดยเฉพาะข้อกฎหมายบังคับให้ผู้ขับขี่และคนซ้อนท้ายสวมหมวกนิรภัย 100%

ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.นครราชสีมา พล.ต.ต.ไพโรจน์ ขุนหมื่น ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นครราชสีมา (ผู้การโคราช) ออกมาย้ำเตือนพี่น้องประชาชนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ให้ปฏิบัติตามกฎจราจร โดยเฉพาะข้อกฎหมายบังคับให้ผู้ขับขี่และคนซ้อนท้ายสวมหมวกนิรภัย 100% คนขับฝ่าฝืนไม่สวมหมวกกันน็อค ปรับไม่เกิน 2,000 บาท ส่วนผู้โดยสารไม่สวมหมวกกันน็อค ผู้ขับขี่โดนปรับ 2 เท่า เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 เป็นต้นมา

ล่าสุด มีกระแสข่าวการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา อ้างว่าถูกตำรวจกวดขันจับกุมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะกลุ่มเด็กนักเรียน นักศึกษา และกลุ่มแรงงานโรงงาน จับกุมผู้ฝ่าฝืนไม่สวมหมวกกันน็อคอย่างเข้มงวด และกล่าวอ้างว่ามีบางรายถูกจับกุมไม่สวมหมวกกันน็อค ทั้งคนขับและคนซ้อนท้าย แถมไม่มีใบขับขี่ ถูกเรียกจ่ายค่าปรับข้อหาละ 2,000 บาท รวมเป็นเงิน 6,000 บาท แต่พูดคุยต่อรองกันเหลือครึ่งหนึ่ง เป็นค่าปรับสุทธิ 3,000 บาท แต่กระแสข่าวดังกล่าวยังไม่มีการยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงแต่อย่างใด คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องเข้าใจกันผิดพลาด

ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.นครราชสีมา ยืนยันว่า การบังคับใช้กฎหมายไม่สวมหมวกกันน็อค ค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท ต้องการสร้างการตระหนักรับรู้ถึงอันตรายจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องกวดขันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ขับขี่มีวินัยปฏิบัติตามกฎจราจร แม้จะมีเสียงบ่นว่า ทำไมปรับแพง เศรษฐกิจก็ไม่ดี เป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน

ซึ่งที่จริงอัตราค่าปรับไม่ใช่ว่าต้องปรับสูงสุดถึง 2,000 บาททุกราย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนพิจารณาตามความเหมาะสม ความเดือดร้อน ความจำเป็น ไม่ให้กระทบต่อประชาชนจนเกินไป แต่การกวดขันจับกุมจะต้องทำอย่างเข้มข้นต่อไป เพื่อให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อความปลอดภัย อยากให้ประชาชนทุกคนต้องช่วยกัน

ส่วนกรณีมีเสียงสะท้อนมาว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ข้ออ้างค่าปรับอัตราสูง ไปต่อรองเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ขับขี่ เรื่องนี้ได้กำชับอย่างเข้มงวดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกโรงพักทั้ง 51 สถานีของ จ.นครราชสีมา อย่าให้มี อย่าให้เจอเด็ดขาด หากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใดใช้อำนาจหน้าที่ไปแสวงหาผลประโยชน์ ไปกระทำการทุจริตจากเรื่องนี้ ขอให้ประชาชนช่วยกันแจ้งเบาะแส หากมีพยานหลักฐานชัดเจน ตนพร้อมดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อเอาผิดขั้นเด็ดขาดต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...