โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิใจไทยขอปกป้องและรักษาเกียรติพรรค เตรียมฟ้องกลับคณะกรรมการสอบสวนคดีฮั้ว สว. ข้อหาแจ้งความเท็จ

THE STANDARD

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 13.53 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 13.53 น. • thestandard.co
ภูมิใจไทยขอปกป้องและรักษาเกียรติพรรค เตรียมฟ้องกลับคณะกรรมการสอบสวนคดีฮั้ว สว. ข้อหาแจ้งความเท็จ

วันนี้ (16 มิถุนายน) แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส. อุบลราชธานี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจ แถลงข่าวผลการประชุมพรรคประจำเดือนมิถุนายน ว่า การประชุมพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้มีวาระพิเศษอะไร เพราะเป็นการประชุมพรรคประจำเดือน ในช่วงปิดสมัยการประชุมสภา คือ การติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ของ สส. พรรคภูมิใจไทย ให้ไปดูแลช่วยเหลือประชาชนในเขตของตัวเอง และในพื้นที่อื่นๆ พื้นที่ใกล้เคียง

ประเด็นที่ 1 เรื่องความมั่นคง จุดยืนของพรรคภูมิใจไทยชัดเจนในการรักษาอธิปไตยของประเทศไทยเอาไว้ ตามที่หัวหน้าพรรคเคยแถลง ได้เน้นย้ำ สส. ที่อยู่ในพื้นที่หรือจังหวัดที่อยู่ติดกับชายแดน โดยเฉพาะ สส. โซนอีสานใต้ ที่ติดกับชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ให้ทำความเข้าใจกับประชาชนหรือให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น เป็นการเสริมสิทธิ์ให้กับประชาชนในเรื่องของความปลอดภัย การทำหลุมหลบภัยตามหมู่บ้านต่างๆ และพรรคภูมิใจไทยยืนยันเสมอว่าเราให้กำลังใจทหารทุกนายที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในการรักษาอธิปไตยของชาติเอาไว้ และให้กำลังใจกับประชาชนบริเวณที่อยู่ใกล้เคียงหรือติดกับชายแดน

ประเด็นที่ 2 เราให้ สส. สมาชิกพรรค ใส่ใจเรื่องของภัยธรรมชาติ โรคระบาด ฝน ที่คาดการณ์ไว้แล้วว่าปีนี้จะมีเหตุการณ์น้ำท่วม พื้นที่ที่เคยประสบเหตุปัญหาน้ำท่วม ทางพรรคภูมิใจไทยมอบโจทย์ให้ สส. ทำความเข้าใจกับประชาชน ประสานงานด้านต่างๆ กับหน่วยงานของรัฐ เมื่อเกิดภัยธรรมชาติ ให้การช่วยเหลือกับประชาชนให้ไวที่สุด

ประเด็นที่ 3 ภัยเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง ให้ลงพื้นที่ชี้แจงประเด็นเรื่องโครงการการเปลี่ยนแปลงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ให้ประชาชนเข้าใจว่ารัฐบาลกำลังทำอยู่

ส่วนอีกประเด็นที่เป็นข่าวในขณะนี้ กรณีที่มีจดหมายเชิญในการรับทราบข้อกล่าวหาของ หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยทุกคน พรรคภูมิใจไทยพร้อมชี้แจงและมั่นใจว่าไม่ได้กระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา กรณีที่กรรมการการเลือกตั้ง โดยคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลางคณะที่ 26 ได้เชิญหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรครับทราบข้อกล่าวหาและชี้แจง แสดงพยานหลักฐานแก้ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา

ทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือชี้แจงข้อกล่าวหาตามที่ได้รับเชิญ “ขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เนื่องจากหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย รวมถึงสมาชิกพรรค และ สส. ทุกคน ไม่มีส่วนร่วมในการเลือก สว. ตามที่ถูกกล่าวหา” และหัวหน้าพรรคก็เคยกล่าวถึงประเด็นนี้ในการประชุมพรรคตั้งแต่ ปี 2567 ว่าห้ามกรรมการบริหารพรรค และ สส. กระทำการใดๆ ที่ขัดกับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เป็นการแสดงเจตนารมณ์ของหัวหน้าพรรค และสมาชิกทุกคนได้ปฏิบัติตามการประกาศของหัวหน้าอย่างเคร่งครัด

ดังนั้น ข้อกล่าวหาที่ได้แจ้งมี 4 ประเด็น คือ 1. การเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเลือกสมาชิกระดับอำเภอ ระดับจังหวัด ระดับประเทศ 2. การจ่ายเงินให้เป็นค่าจ้าง จ่ายเงินค่าใช้จ่ายในการเลือกสมาชิกวุฒิสภา 3. การทำโพยฮั้วเลือก สว. 4. การให้ผู้สมัครเลือกสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านการเลือกระดับจังหวัด เขียนใบลาออกล่วงหน้าโดยไม่ลงวันที่

ทั้ง 4 ประเด็นนี้ทำให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภาไม่สุจริต นี่คือข้อกล่าวหาที่คณะอนุสืบสวนไต่สวนได้แจ้งกับหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด แจ้งข้อกล่าวหาการกระทำผิดเป็นการขัดหลักพื้นฐานในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นข้อหาที่รุนแรงและร้ายแรง

สำหรับพรรคภูมิใจไทย มีเจตนารมณ์และอุดมการยึดมั่นในหลักการการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาโดยตลอด หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคทุกคนที่ถูกกล่าวหาใช้สิทธิ์ตามกฎหมายเพื่อปกป้องและรักษาเกียรติของตนเอง

พรรคภูมิใจไทยได้ขอเรียนว่า หัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคภาคทุกท่านได้รับหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาที่มีข้อความทุกตัวอักษรเหมือนกันทั้งหมด ซึ่งข้อสังเกตข้อกล่าวหาทุกคนเป็นการบรรยายความ ไม่มีรายละเอียด ไม่ระบุพฤติกรรม วันเวลาการกระทำผิดตามที่ถูกกล่าวหา แตกต่างจากการแจ้งข้อกล่าวหาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเคยดำเนินการมาตลอด

ในการเลือกตั้งทุกระดับที่ผ่านมา กกต. เวลาแจ้งข้อกล่าวหา แต่ละครั้งจะระบุถึงพฤติกรรมการกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาอย่างชัดเจน ว่าบุคคลใดชื่อนามสกุล กระทำผิดอย่างไร วันเดือนปี สถานที่ แต่การแจ้งข้อกล่าวหาในครั้งนี้ไม่มีรายละเอียดและไม่มีพยานหลักฐานประกอบข้อกล่าวหา

พรรคภูมิใจไทยมีข้อสังเกตว่าการแจ้งข้อกล่าวหาต่อหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคในครั้งนี้ มีเนื้อหาใกล้เคียงกับเนื้อหาที่ พล.ต.ท. คำรบ ปัญญาแก้ว สว. สำรอง และ ณฐพร โตประยูร เคยร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ กกต. ศาลรัฐธรรมนูญ ป.ป.ช. ให้ข้อมูลแก่สื่อมวลชนหลายครั้งว่าได้รับข้อมูลจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งคณะกรรมการสืบสวนมีพนักงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ 3 คนร่วมอยู่ในคณะนี้ด้วย ประกอบกับการดำเนินการของพนักงานสอบสวนมีพฤติกรรมที่แปลกและแตกต่างจากมาตรฐานดำเนินการของ กกต.

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยได้ตั้งข้อสังเกตว่า การประชุมและการดำเนินสอบสวนไต่สวนของคณะที่ 26 ถูกชี้นำหรือครอบงำโดยพนักงานสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษใช่หรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นกับหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรค เป็นไปตามที่หัวหน้าพรรคได้ตอบข้อซักถามกับสื่อมวลชนว่าเกี่ยวข้องในเรื่องของการเมืองหรือไม่ เป็นไปตามแผนยุบพรรคภูมิใจไทย และสังเกตว่าการแจ้งข้อกล่าวหาครั้งนี้ที่กระทำผิดร่วมกัน มีการกระทำเป็นขบวนการ ทั้งบุคคลที่เปิดเผยตัวและบุคคลที่ยังเป็นทางลับ

“หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค จะขอใช้สิทธิ์ดำเนินการตามกฎหมายที่แจ้งความเท็จให้ถึงที่สุด เพื่อปกป้องสิทธิ์และรักษาเกียรติของพรรคภูมิใจไทย”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สส. มีการพูดคุยสถานการณ์การเมืองในการปรับ ครม. หรือไม่ โฆษกพรรคภูมิใจไทย เผยว่า ประเด็นนี้ไม่ได้คุยกัน พวกเราถือว่าหัวหน้าพรรคให้สัมภาษณ์และตอบสื่อมวลชนทุกครั้ง อนุทิน ยังแน่วแน่ในการทำงานและมั่นใจว่าการทำงานในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อประชาชน ประเด็นที่บอกว่าได้ไม่ได้คุยเรื่องการปรับ ครม. ไม่มี ขณะนี้ไม่น่าจะใช่ช่วงเวลาที่เหมาะในการพิจารณาเรื่องการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี เหตุการณ์ในช่วงนี้ของประเทศจะมีแค่เรื่องเศรษฐกิจ ภัยความมั่นคง ภัยธรรมชาติ ภัยโรคระบาด และภัยเศรษฐกิจ การปรับเปลี่ยนครั้งนี้เหมือนเป็นการตั้งหัวขบวนใหม่ เหมือนนับหนึ่งใหม่ ต้องมองอีกมุมว่าประชาชนรอไม่ไหวที่จะให้ใครนับหนึ่งใหม่และเริ่มทำงานใหม่

เมื่อถามว่าโฆษกพรรคภูมิใจไทย มีชื่อในการถูกเรียกครั้งนี้หรือไม่ แนน เผยว่า กระบวนการในการแจ้งข้อกล่าวหาของหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย เรามองว่าเป็นเกณฑ์การเมืองเพื่อจ้องยุบพรรคภูมิใจไทย และที่ถามว่ามีชื่อของตนปรากฏแทบทุกสื่อว่าเป็นหนึ่งในหลายๆ คนที่ถูกเรียกล็อตที่ 7 ขอยืนยันว่าตนไม่โดนเรียก ไม่มีหมายเรียก

เนื้อหาในการเชิญรับทราบข้อกล่าวหาของหัวหน้าและกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดเป็นเนื้อหาเดียวกัน ข้อหาเดียวกัน ตัวอักษรเหมือนกันเพียงแค่ชื่อและตำแหน่งของแต่ละคนที่โดน ทำให้มองอีกมุมว่า ตำแหน่งโฆษกพรรคภูมิใจไทยไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการบริหารพรรค รอบนี้เล็งไปที่กรรมการบริหารพรรคอย่างเดียว

“เป็นประเด็นที่น่ามองว่า ความละเอียดรอบคอบที่จะเชิญหัวหน้าและคณะกรรมการบริหารพรรคทั้งหมดไปรับทราบข้อกล่าวหา แต่เอกสารของหลายคนไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เรายืนยันว่าเราจะใช้สิทธิ์เพื่อปกป้องและรักษาเกียรติของทุกคนและพรรคภูมิใจไทย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...