โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

(ชมคลิป) “ว่านจักจั่น” เครื่องรางจากธรรมชาติ ที่วิทยาศาสตร์มีคำตอบ

Manager Online

เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 13.22 น. • MGR Online

“ว่านจักจั่น” ถือเป็นหนึ่งในเครื่องรางของมงคลที่ได้มาจากธรรมชาติ ในด้านความเชื่อและคุณค่าทางจิตใจนั้น ว่านจักจั่นถือเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยในเรื่องการค้าขาย การงานเจรจาต่อรอง รวมไปถึงส่วนของการเสี่ยงโชค

ในด้านวิทยาศาสตร์นั้น ว่านจักจั่นไม่ใช่ “ว่าน” ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้เรียกพืชหลายๆ ชนิดที่มีความหมายมลคล แต่เป็นตัวอ่อนจักจั่นที่ตายแล้วจากการติดเชื้อรา Cordyceps sobolifer ซึ่งเป็นประเภทราทำลายแมลง การศึกษาจาก ไบโอเทค สวทช. พบว่ามีเชื้อราทำลายแมลงในประเทศไทยมากกว่า 400 ชนิด พบได้ทั้งในหนอน แมลงวัน มวน เพลี้ย ผีเสื้อ ปลวก แมลงปอ แมงมุม

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนที่สภาพอากาศมีความชื้นสูง ทำให้เชื้อราแพร่กระจายได้ดีในอากาศ เมื่อเชื้อราตกลงสู่พื้นดินไปอยู่บนตัวจักจั่นหรือแมลงชนิดอื่นๆ จึงทำให้เชื้อรา Cordyceps sobolifer สามารถแทงเส้นใยเข้าไปและเจริญเติบโตภายในตัวแมลงได้ใช้เป็นที่อยู่และเป็นอาหาร และเมื่อแมลตัวที่เชื้อราอยู่ได้ตาย เชื้อราก็จะไม่มีอาหารจึงต้องปรับตัวให้มีโครงสร้างในการขายพันธุ์ไปสู่เหยื่อรายต่อ ด้วยการสร้างกิ่งที่มีลักษณะเหมือนหน่อพืชยืดขึ้นเหนือพื้นดินเพื่อทำการขายพันธุ์อีกครั้ง

ในด้านคุณค่าทางจิตใจและความเชื่อ ว่านจักจั่นสามารถพกพาได้แต่ไม่ควรสัมผัสสปอร์เชื้อราและห้ามกินโดยเด็ดขาด เนื่องจากเชื้อราได้สร้างสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยเมื่อกินแล้วจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว ชัก กล้ามเนื้อเกร็งกระตุก อ่อนแรง ใจสั่น เวียนศีรษะได้

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...