โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

STX ปิดดีลซื้อเหมืองหินปูนเพชรบุรี เริ่มรับรู้รายได้ Q1/69 เดินหน้าลงทุนโดโลไมต์ รับดีมานด์พุ่ง หนุนรายได้

efinanceThai

เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 04.58 น.

STX ปิดดีลซื้อเหมืองหินปูนเพชรบุรี เริ่มรับรู้รายได้ Q1/69 เดินหน้าลงทุนโดโลไมต์ รับดีมานด์พุ่ง หนุนรายได้

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 มิ.ย. 68 11:58 น.

STX ประกาศความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการเหมืองหินปูนในจังหวัดเพชรบุรี เตรียมพัฒนาเปิดพื้นที่เหมือง และก่อสร้างโรงงานโม่หิน ก่อนเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 1/69 เสริมศักยภาพสำรองวัตถุดิบอีก 25 ล้านตัน รองรับความต้องการในภาคก่อสร้างและโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่เร่งตัว ส่วนแผนลงทุนเพิ่มเติมในกลุ่มแร่โดโลไมต์ คาดแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3/2568 หวังดันสัดส่วนรายได้จากสินค้ามาร์จิ้นสูง

นายทรงวุธ เวชชานุเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโตนวัน จำกัด (มหาชน) หรือ STX เปิดเผยว่า บริษัทฯ ปิดดีลซื้อหุ้นสามัญ บริษัท บุญถาวร ไมน์นิ่ง จำกัด (BTV) 100% แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้ STX ถือกรรมสิทธิ์ในเหมืองหินปูนที่อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี อย่างเต็มรูปแบบ โดยเหมืองดังกล่าวได้รับอนุญาตประทานบัตรมีอายุ 29 ปี พร้อมปริมาณสำรองหินกว่า 25 ล้านตัน ซึ่งจะช่วยเสริมกำลังผลิตของบริษัทและรองรับคำสั่งซื้อในอนาคต พร้อมกับ มุ่งเน้นการขยายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นโอกาส และรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรให้อยู่ในระดับที่ดี

"การเข้าซื้อเหมืองหินปูนที่จังหวัดเพชรบุรี ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ STX เพราะที่ผ่านมาเรามีผลิตภัณฑ์หลักคือหินแกรนิต ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 48% ของรายได้รวม ขณะที่หินปูนมีความสามารถในการทำกำไรสูงเข้ามาเสริมทัพ เช่นเดียวกับแร่โดโลไมต์ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตดี เราคาดว่าสัดส่วนรายได้จากหินปูนและโดโลไมต์จะเพิ่มขึ้นรวมกันมากกว่าครึ่งของรายได้รวม หนุนอัตรากำไรของบริษัทโดยรวมมีเสถียรภาพ" นายทรงวุธ กล่าว

ทั้งนี้ STX ตั้งเป้าเริ่มรับรู้รายได้จากเหมืองเพชรบุรีอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาเปิดพื้นที่เหมือง และก่อสร้างโรงงานโม่หิน

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ เตรียมเดินหน้าลงทุนเพิ่มเติมในสายการผลิตโดโลไมต์ ซึ่งเป็นแร่ที่กำลังมีความต้องการสูงจากลูกค้าในภาคอุตสาหกรรมเหล็กและกระจก หลังจากที่กระทรวงอุตสาหกรรมมีนโยบายยกเลิกการใช้เตาหลอมเหล็กแบบ Induction Furnace (IF) และให้เปลี่ยนไปใช้เตาแบบ Electric Arc Furnace (EAF) ซึ่งต้องใช้โดโลไมต์ในกระบวนการผลิตมากขึ้น ส่งผลให้ STX ได้รับคำสั่งซื้อจากลูกค้าเพิ่มขึ้น

"ปัจจุบันสัดส่วนรายได้จากโดโลไมต์อยู่ที่ราว 15% คาดว่าหลังแผนลงทุนใหม่แล้วเสร็จจะเพิ่มเป็น 2025% ซึ่งจะช่วยให้สัดส่วนของรายได้จากสินค้ามาร์จิ้นสูงเพิ่มขึ้น" นายทรงวุธ กล่าว

สำหรับเศรษฐกิจไทยในภาพรวมจะอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง แต่สิ่งที่ยังคงมีความต่อเนื่อง คือการลงทุนของภาครัฐในโครงการสาธารณูปโภคต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมเหมืองหินและแร่ STX มีข้อได้เปรียบด้านทำเล เนื่องจากสถานประกอบการของเราอยู่ใกล้พื้นที่ยุทธศาสตร์ ทั้งในภาคตะวันออกและภาคตะวันตก ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สะท้อนให้เห็นว่า แม้ในช่วงโควิดที่ภาคเอกชนชะลอลงทุน แต่ด้วยแรงหนุนจากงานภาครัฐ ธุรกิจของเรายังคงเดินหน้าและสามารถสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่อง

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...