โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้ำไม่ทำประชามติ‘บ่อน’ โพลจี้รบ.เร่งแก้ปากท้อง

ไทยโพสต์

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 00.19 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 17.01 น.

“เพื่อไทย” ตอกย้ำไม่ทำประชามติกาสิโน บอกการพนันไม่ใช่เรื่องใหม่มีทั้งสนามม้าและมวยมานานแล้ว “นักวิชาการ” แนะใช้งบ 1.57 แสนล้านมุ่งเศรษฐกิจฐานราก โพลชี้ชาวบ้านจี้แก้ปัญหาปากท้อง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มิ.ย.2568 นายพายุ เนื่องจำนงค์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงกรณีมีผู้เสนอให้ทำประชามติร่างพระราชบัญญัติการประกอบสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ว่าร่างเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์อยู่ลำดับ 1 ของสภาผู้แทนราษฎร หากเปิดสมัยประชุมสภาในวันที่ 3 ก.ค. ถ้าสภาให้ความเห็นชอบในวาระแรกก็ต้องว่าไปตามกระบวนการ เพราะที่ผ่านมามีการรับฟังความคิดเห็นผ่านหลายช่องทางอยู่แล้ว ในสภาก็มีการศึกษาเรื่องนี้และรับฟังความเห็นมาหลายครั้ง

“หากผ่านวาระแรกในชั้นคณะกรรมาธิการ (กมธ.) จะมีการรับฟังความคิดเห็นในรูปแบบต่างๆ อย่างแน่นอน เรื่องนี้เป็นนโยบายที่รัฐบาลไม่ควรบริหารด้วยการประชามติ โดยเฉพาะเรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ไม่ใช่เรื่องใหม่ และหากจะกล่าวเฉพาะกาสิโน การพนันโดยการควบคุมของรัฐก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ ดังที่เรามีสนามม้าและสนามมวยอยู่แล้ว” นายพายุกล่าว

ด้าน รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนและการค้าระหว่างประเทศ (DEIIT) มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 1.57 แสนล้านบาท และงบประมาณปี 2569 ว่า ต้องมุ่งเป้าไปที่เศรษฐกิจฐานราก กิจการขนาดย่อมและเล็กมากขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากความผันผวนทางเศรษฐกิจจากปัจจัยภายในและภายนอกมากที่สุด โดยเฉพาะสงครามจากตะวันออกกลางล่าสุด

“ในภาวะที่เศรษฐกิจมีความผันผวนสูงเช่นนี้ ประชาชนมีความเสี่ยงในเรื่องความมั่นคงทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องเดินหน้าปฏิรูประบบประกันสังคมให้ครอบคลุมดูแลแรงงานเพิ่มมากขึ้น” รศ.ดร.อนุสรณ์ระบุ

วันเดียวกัน ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจเรื่องความสนใจข่าวของประชาชน จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,128 ตัวอย่าง โดยพบว่า ข่าวที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด ไม่ใช่ข่าวดรามาหรือเรื่องบันเทิง แต่คือข่าวการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพถึง 82.7% ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนอย่างชัดเจนว่าปากท้องยังคงเป็นความเจ็บปวดลึกของสังคมไทยในเวลานี้ รองลงมาคือข่าวภัยพิบัติ 59.9%, ข่าวความขัดแย้งไทย-กัมพูชา 58.1% และข่าวทุจริตเจ้าหน้าที่รัฐ 57.3%

ผศ.ดร.นพดลกล่าวอีกว่า เมื่อเจาะลึกถึงเรื่องที่ประชาชนอยากให้รัฐบาลเร่งแก้ไข พบว่า ปัญหาค่าครองชีพสูง ขาดสภาพคล่อง และเงินไม่พอใช้ ครองอันดับ 1 แบบทิ้งห่างทุกประเด็น ด้วยสัดส่วน 80.4% ในขณะที่ปัญหายาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมได้ 67.9% ที่น่าสนใจคือ ประชาชนไม่เพียงแค่ร้องเรียน แต่เสนอทางออกอย่างชัดเจนว่ารัฐบาลควรลดราคาสินค้าและบริการสาธารณูปโภค 70.3% ส่งเสริมการหารายได้เสริมโดยไม่เพิ่มภาระ 69.1% พยุงต้นทุนเกษตรกรและ SME ที่กำลังหายใจรวยริน 66.5%-62.8%

“เสียงสะท้อนของประชาชนในการศึกษาครั้งนี้ นำไปสู่แนวทางเชิงนโยบายเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ ได้แก่ 1.ลดต้นทุนชีวิตประจำวันทันที โดยเน้นสินค้าจำเป็น ค่าเดินทาง ค่าไฟฟ้า น้ำประปา ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงและยารักษาโรค และ 2.ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเชิงรุก ผ่านมาตรการสร้างรายได้ ไม่ใช่แจกเงิน”.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...