ดาวโจนส์ปิดวันศุกร์ร่วง 769.83 จุด หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้อิสราเอล
ดาวโจนส์ปิดวันศุกร์ร่วง 769.83 จุด หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธตอบโต้อิสราเอล
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -16 มิ.ย. 68 7:21: น.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดแดนลบในวันศุกร์ (13 มิ.ย.) โดยดาวโจนส์ร่วงหนัก 769.83 จุด หลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีทางอากาศยิงขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอล เพื่อตอบโต้การโจมตีอย่างหนักของอิสราเอล ที่มีเป้าหมายสกัดการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดลดลง 769.83 จุด หรือ 1.79% ปิดที่ 42,197.79 จุด ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 68.29 จุด หรือ 1.13% ปิดที่ 5,976.97 จุด และดัชนีแนสแดค ปิดลดลง 255.66 จุด หรือ 1.30% ปิดที่ 19,406.83 จุด
ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดาวโจนส์ ปิดลดลง 1.3% ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.4% และดัชนีแนสแดค ปิดลดลง 0.6%
หุ้น 11 กลุ่มที่คำนวนในดัชนี S&P 500 พบว่ามี 10 กลุ่มที่ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มการเงินที่ลดลงมากสุดที่ 2.06% รองลงมาคือหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศที่ลดลง 1.5%
โฆษกกองทัพอิสราเอล ระบุว่า มีรายงานเสียงระเบิดและกลุ่มควันในกรุงเทลอาวีฟและนครเยรูซาเล็ม ขณะที่มีไซเรนเตือนภัยดังไปทั่วประเทศ หลังอิหร่านเปิดฉากยิงขีปนาวุธเข้าใส่ ภายหลังเกิดเหตุอิสราเอลโจมตีโรงงานโครงการนิวเคลียร์และโรงงานผลิตขีปนาวุธในอิหร่าน ซึ่งนับเป็นการยกระดับความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นเกือบ 7% เนื่องจากความวิตกว่าความขัดแย้งอาจกระทบต่ออุปทานน้ำมันจากตะวันออกกลาง โดยหุ้นกลุ่มพลังงานของสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามกัน โดยหุ้น Exxon เพิ่มขึ้น 2.2% และ Diamondback Energy พุ่งขึ้น 3.7% ซึ่งนักกลยุทธ์ตลาดอาวุโสจาก Brown Brothers Harriman กล่าวว่า มีแนวโน้มว่าเรากำลังจะเข้าสู่ความขัดแย้งทางทหารเต็มรูปแบบ ถ้าการปิดช่องแคบฮอร์มุซเกิดขึ้น ซึ่งน้ำมันโลกราว 1 ใน 3 ต้องผ่านเส้นทางนี้ และอาจส่งผลร้ายแรงต่อตลาดโลก
ขณะที่หุ้นสายการบินก็ปรับตัวร่วงลงเช่นกัน จากความกังวลเรื่องต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น โดยหุ้น Delta Air Lines ร่วง 3.8% หุ้น United Airlines ร่วงลง 4.4% และหุ้น American Airlines ดิ่งลง 4.9% อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มกลาโหมกลับปรับตัวพุ่งขึ้น โดยหุ้น Lockheed Martin, RTX Corporation และ Northrop Grumman ต่างปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 3%
ด้านหุ้นรายตัวอื่น ๆ พบว่าหุ้น Adobe ร่วง 5.3% เนื่องจากนักลงทุนกังวลเรื่องความล่าช้าในการปรับใช้ AI แม้แม้จะเพิ่มคาดการณ์รายได้ประจำปีก็ตาม ขณะที่หุ้น Oracle พุ่ง 7.7% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง หลังคาดการณ์รายได้สดใสจากความต้องการบริการ AI ด้านหุ้น Nvidia และ Apple ปรับตัวร่วงลง 2.1% และ 1.4% ตามลำดับ
ขณะที่หุ้น Visa และ Mastercard ดิ่งลงกว่า 4% หลัง Wall Street Journal รายงานว่าผู้ค้าปลีกรายใหญ่กำลังสำรวจความเป็นไปได้ในการใช้สกุลเงินดิจิทัล ซึ่งอาจทำให้ไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางด้านการชำระเงินอีกต่อไป
ทั้งนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาในเชิงบวกเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เช่น รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคและผู้ผลิตที่อ่อนตัวลง และตัวเลขการขอรับสวัสดิการว่างงานที่ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ โดยบรรดานักลงทุนคาดว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์นี้
มหาวิทยาลัยมิชิแกนเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้นในเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน แม้จะมีความไม่แน่นอนจากสงครามการค้าก็ตาม โดยดัชนีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 60.5 ในเดือนมิ.ย. จาก 52.2 ในเดือนพ.ค.
ที่มา Reuters
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ