โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

จับหนุ่มกัมพูชา มุดรั้วลวดหนามเข้าไทย โอดกลับบ้านไม่มีงานทำเหมือนที่รัฐบาลประกาศ

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 09.07 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 09.10 น.

ชุดปฏิบัติการร่วมกองกำลังบูรพา ออกปฏิบัติการลาดตระเวน เข้มป้องกัน และสกัดกั้นการลักลอบเข้า ออกเมืองโดยผิดกฎหมายตามช่องทางธรรมชาติ บริเวณชายแดน ท้ายหมู่บ้านดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยง และล่อแหลม ต่อการลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย ได้สกัดจับชายชาวกัมพูชา ทราบชื่อภายหลัง ชื่อ นายที เรีย อายุ 30 ปี ขณะกำลังมุดรั้วลวดหนามชายแดน ซึ่งเป็นรั้วลวดหนามหีบเพลง 3 ชั้น จากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา ลอบเข้ามาในประเทศไทยบริเวณทิศเหนือตลาดโรงเกลือ พื้นที่บ้านดงงู ตรวจสอบไม่มีหนังสือเดินทาง หรือเอกสารอนุญาตทำงานในประเทศไทย แต่อย่างใด

จากการซักถาม นายที เรีย อ้างว่าเดิมทำงานรับจ้างทั่วไป อยู่ในตลาดโรงเกลือ ฝั่งไทย โดยใช้หนังสือเดินทางท้องถิ่นกัมพูชา ผ่านเข้า ออก ด่าน ตม.อรัญประเทศฯจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา และไทยได้กำหนดมาตรการปรับเปลี่ยนลดเวลาเปิด ปิด ด่าน อีกทั้งรัฐบาลกัมพูชาได้เรียกร้องให้ชาวกัมพูชาที่ทำงานในประเทศไทยเดินทางกลับกัมพูชาโดยรัฐบาลกัมพูชาได้จัดเตรียมงานไว้รองรับ จึงทำให้ตนตัดสินใจทิ้งงานรับจ้างในตลาดโรงเกลือ เดินทางกลับภูมิลำเนาในกัมพูชา แต่ทุกอย่างไม่เหมือนกับที่รัฐบาลกัมพูชาประกาศไว้ ตนมาอยู่บ้านเกือบเดือนงานก็ไม่มีทำ ไปสมัครที่ไหนก็ไม่มีงานทำเงินก็ไม่มีเหลือต้องอยู่อย่างอดๆ อยากๆ จนทนไม่ไหวจึงตัดสินใจลักลอบข้ามแดนเพื่อกลับเข้ามาทำงานในตลาดโรงเกลือ อีกครั้งแต่ก็มาถูกทหารพรานไทยจับกุมได้

ต่อมาจึงคุมตัว นายที เรีย ส่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองลึก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...