Tyler Webb ชายคนแรกในอังกฤษ ที่มีความผิดในข้อหา ‘ยุยงทางออนไลน์ ให้ผู้อื่นฆ่าตัวตาย’ หลังจากที่เขายุให้ผู้หญิงที่เจอกันทางเน็ต กรีดข้อมือและผูกคอตาย
*มีเนื้อหาเกี่ยวกับการฆ่าตัวตายและความรุนแรง
Tyler Webb เพิ่งยอมรับต่อศาลว่าเขายุยงให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่รู้จักกันทางอินเทอร์เน็ตให้ทำร้ายตัวเองอีกทั้งยังสนับสนุนให้เธอพยายามฆ่าตัวตาย แต่ยังนับว่าโชคดีที่เธอทำไม่สำเร็จ ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ไทเลอร์กลายเป็นคนแรกของประเทศอังกฤษ ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหา ‘ยุยงทางออนไลน์ให้ผู้อื่นทำร้ายตัวเองขั้นรุนแรง’ และ ‘ยุยงให้ผู้อื่นฆ่าตัวตาย’ ภายใต้กฎหมายความปลอดภัยทางออนไลน์ปี 2023
ไทเลอร์ ปัจจุบันอายุ 22 ปี ขึ้นศาลผ่านวิดิโอคอลจากสถาบันจิตเวชเมื่อวันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา และเขายอมรับผิดทุกข้อกล่าวหา หลังจากฟังคำตัดสินของศาลที่ระบุให้เขามีความผิด เขาก็วิ่งออกจากห้องไปในทันที
ไทเลอร์รู้จักกับผู้หญิงคนดังกล่าวผ่านออนไลน์ฟอรั่มสำหรับพูดคุยปัญหาสุขภาพจิต หลังพัฒนาความสัมพันธ์กัน เขาก็ใช้การวิดิโอคอลผ่านแอปฯ เทเลแกรมในการยุยงให้หญิงสาวที่กำลังอยู่ในความทุกข์ทรมานทำร้ายตัวเองหลายต่อหลายครั้งด้วยการกรีดข้อมือ ทั้งยังบอกให้เธอส่งภาพบาดแผลให้เขาดู และในวันที่ 2 กรกฎาคม 2024 เขาก็ยุยงให้เธอฆ่าตัวตายด้วยการผูกคอระหว่างวิดิโอคอล เพื่อที่เขาจะได้เป็นประจักษ์พยานในความตายของเธอ โดยเขายืนยันว่าไม่มีเหตุผลให้เธอมีชีวิตอยู่อีกต่อไป พร้อมขู่ว่าถ้าเธอไม่ยอมทำ เขาจะตัดขาดการติดต่อกับเธอ
อย่างไรก็ตาม ในที่สุดผู้หญิงคนดังกล่าวก็ตัดสินใจแจ้งตำรวจและไทเลอร์ก็ถูกจับกุมที่บ้านของเขาเอง โดยจากพฤติการณ์ ศาลเชื่อว่าเขารู้อยู่แก่ใจว่าเธอจะทำตามที่เขาชี้นำเนื่องจากเขาเคยดูรูปและวิดิโอที่เธอทำร้ายตัวเองมาแล้วหลายครั้ง อีกทั้งยังมีหลักฐานเป็นคลิปเสียงที่ฝ่ายหญิงบันทึกไว้ขณะวิดิโอคอลคุยกับเขา ไม่เพียงเท่านั้นตำรวจยังพบว่าภาพจำนวนมากที่เขาบันทึกเอาไว้เต็มไปด้วยภาพการแขวนคอ การตัดหัว และความรุนแรงทางเพศต่อผู้หญิง
“อาชญากรรมอันโหดร้ายที่เขาก่อ มีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ยังมีเด็กหญิงและผู้หญิงที่กำลังเปราะบางอีกเป็นจำนวนมาก ที่ถูกชักจูงทางออนไลน์ให้ทำร้ายตัวเองและพยายามฆ่าตัวตาย” Andy Burrows ประธานมูลนิธิ Molly Rose กล่าว (มูลนิธิ Molly Rose ถูกก่อตั้งขึ้นหลังจากที่ Molly Russell เด็กหญิงวัย14 ปี ฆ่าตัวตายหลังจากดูรูปภาพที่สนับสนุนการฆ่าตัวตายนับพันรูปทางอินเทอร์เน็ต)
และแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นของการกระทำในลักษณะนี้ จึงมีการผลักดันให้เกิดกฎหมายความปลอดภัยทางออนไลน์ในที่สุดเมื่อปี 2023 และคดีแรกที่มีการตัดสินความผิดก็คือคดีของไทเลอร์นี่เอง
อย่างไรก็ตาม การใช้กฎหมายเอาโทษบุคคลที่ใช้พื้นที่ออนไลน์ในการยุยุงให้ผู้อื่นฆ่าตัวตายอาจป้องกันปัญหาได้เพียงส่วนหนึ่ง แต่ในมุมมองของมูลนิธิ หน่วยงานกำกับดูแลด้านการสื่อสารแห่งสหราชอาณาจักร (Ofcom) ก็ยังไม่สามารถป้องกันภัยคุกคามในลักษณะนี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม และยังคงต้องมีการหามาตรการอื่นๆ เพื่อคุ้มครองผู้ใช้อินเทอร์เน็ตต่อไป
อ้างอิง
https://www.bbc.com/news/articles/cx2jg89pk7lo
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- Tyler Webb ชายคนแรกในอังกฤษ ที่มีความผิดในข้อหา ‘ยุยงทางออนไลน์ ให้ผู้อื่นฆ่าตัวตาย’ หลังจากที่เขายุให้ผู้หญิงที่เจอกันทางเน็ต กรีดข้อมือและผูกคอตาย
- ‘การถ่ายคลิปตอนแพนิค’ ไม่ควรเป็นเหตุผลในการตัดสินหรือลดทอนความหวาดกลัวของใคร กรณี ‘ลิลลี่ ภัณฑิลา’ อัปโหลดคลิปตัวเองขณะมีอาการแพนิค เพราะเครื่องบินตกหลุมอากาศ โดนชาวเน็ตบางส่วนตั้งคำถามว่า ร้องไห้จริงหรือแค่คอนเทนต์?
- “ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดก็คือตอน Kai บอกเราว่าให้เปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียกเธอ ซึ่งเอาจริงๆ มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลย เธอมีความเป็นหญิง ในตัวมาตั้งนานแล้ว” Schreiber กล่าวถึง Kai ลูกสาวทรานส์เจนเดอร์ วัย 16 ปีของเขา
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com