โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลปค.สูงสุดยืนยกเลิกคำสั่งไล่ออก“ชัยวัฒน์”ปมเผาบ้านปู่คออี้

PostToday

อัพเดต 15 ก.ค. 2568 เวลา 23.10 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 05.54 น.

ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้น ให้ยกเลิกคำสั่งไล่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ออกจากราชการ ในคดีเผาเพิงพักของ “ปู่คออี้” และพวก โดยชี้ว่ากระบวนการสอบสวนและการชี้มูลความผิดของ ป.ป.ท. ไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง แก้ต่าง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อวันพุธที่ 16 กรกฎาคม 2568 เวลา 10.00 น. ณ ศาลปกครองเพชรบุรี ได้มีการนัดอ่านคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ในคดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ซึ่งถูกคำสั่งไล่ออกจากราชการเมื่อปี 2564

ปมคดี “ปู่คออี้” และคำสั่งไล่ออกที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

คดีนี้สืบเนื่องมาจากการที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้ชี้มูลความผิดและมีคำสั่งให้นายชัยวัฒน์ออกจากราชการ กรณีเกี่ยวข้องกับการที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานไปเผาเพิงพักของ นายโคอิ มีมิ หรือ “ปู่คออี้” ผู้นำจิตวิญญาณชาวกะเหรี่ยงบางกลอย และพวกรวม 6 ราย เมื่อปี 2554 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ศาลแพ่งเคยมีคำพิพากษาให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมอุทยานแห่งชาติฯ ชดใช้ค่าเสียหายไปก่อนหน้านี้

หลังจากถูกคำสั่งไล่ออก นายชัยวัฒน์ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองเพชรบุรี ซึ่งในเวลาต่อมา ศาลปกครองเพชรบุรีได้มีคำวินิจฉัยให้ “ทุเลาคำสั่ง” และให้นายชัยวัฒน์กลับเข้ารับราชการ

ศาลปกครองสูงสุดยืนยัน: กระบวนการสอบสวนไม่เป็นธรรม

ในการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด แม้จะไม่มีผู้แทนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กรมอุทยานฯ หรือ ป.ป.ท. มารับฟังคำพิพากษา ศาลได้พิจารณาและมีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองชั้นต้น ในประเด็นที่ว่า “การใช้อำนาจออกคำสั่งไล่ออกราชการไม่ชอบด้วยกฎหมาย”

ศาลชี้ชัดว่า การที่ ป.ป.ท. ชี้มูลความผิดในลักษณะดังกล่าว ตัวผู้ถูกกล่าวหาคือนายชัยวัฒน์ ไม่มีโอกาสได้ชี้แจงหรือแก้ต่างข้อกล่าวหา ทำให้กระบวนการออกคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นอกจากนี้ ศาลยังระบุว่า การที่ปลัดกระทรวงฯ นำผลการชี้มูลของ ป.ป.ท. มาออกคำสั่งโดยไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพิ่มเติมนั้น ไม่ถูกต้อง เนื่องจากกรณีของนายชัยวัฒน์ ไม่ใช่การทุจริตต่อหน้าที่โดยมีผลประโยชน์ส่วนตน แต่ศาลพิจารณาว่าการกระทำของนายชัยวัฒน์เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องในหลักการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและปราบปราม ไม่ใช่การทุจริตเพื่อหวังประโยชน์ตอบแทน

คำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในครั้งนี้ ถือเป็นการสิ้นสุดคดีความในส่วนของการพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งไล่ออก และเป็นการยืนยันว่ากระบวนการที่นำไปสู่คำสั่งไล่ออกนายชัยวัฒน์นั้นไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...