โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ดาวโจนส์ ปิดตลาดลงกว่า 100 จุด กังวลทรัมป์ตั้งกำแพงภาษีอียู 20%

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 21.53 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 23.37 น.

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ลดลงในวันศุกร์ (18 ก.ค.) หลังจากมีรายงานว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันให้เพิ่มภาษีนำเข้าจากสหภาพยุโรป

ดัชนีดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ซึ่งประกอบด้วยหุ้น 30 ตัว ลดลง 142.30 จุด หรือ 0.32% ปิดที่ 44,342.19 จุด

ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.01% หลังจากทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงเช้า ปิดที่ 6,296.79 จุด

ดัชนี Nasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.05% ปิดที่ 20,895.66 จุด

สื่อตลาดการเงินยักษ์ใหญ่ Financial Times รายงานว่า ทรัมป์เรียกร้องให้เก็บภาษีขั้นต่ำระหว่าง 15% ถึง 20% ในข้อตกลงใดๆ กับ สหภาพยุโรป สหภาพยุโรปกำลังพยายามบรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ก่อนถึงเส้นตายของทรัมป์ในวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งทรัมป์ได้ให้คำมั่นว่าจะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรป 30%

นักลงทุนต่างจับตาดูรายงานผลประกอบการล่าสุดและข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฉบับใหม่

ข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์สะท้อนถึงความกังวลของผู้บริโภคเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่เกิดจากภาษีนำเข้าที่ลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ผลสำรวจผู้บริโภคประจำเดือนกรกฎาคมของมหาวิทยาลัยมิชิแกน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมเพิ่มขึ้น 1.8% จากเดือนมิถุนายน มาอยู่ที่ 61.8 ซึ่งสอดคล้องกับประมาณการและอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์

ผลประกอบการส่วนใหญ่ออกมาดีเกินคาด

ในส่วนของผลประกอบการ ราคาหุ้น Netflix ลดลง 5% หลังจากที่บริษัทระบุว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะลดลงจากช่วงครึ่งแรก หุ้น 3M ลดลงมากกว่า 3% หลังจากที่บริษัทปรับลดคาดการณ์การเติบโตของยอดขายปกติให้สะท้อนถึงการเติบโตที่ 2% ซึ่งก่อนหน้านี้ได้คาดการณ์การเติบโตไว้ที่ "ช่วงล่าง 2- 3%"

ผลประกอบการของ American Express ที่ลดลง 2% ฉุดดัชนีดาวโจนส์ลดลง

แม้จะมีกระแสตอบรับที่หลากหลายต่อรายงานผลประกอบการของบริษัทล่าสุด แต่ฤดูกาลนี้ก็เริ่มต้นได้อย่างแข็งแกร่ง

บริษัทในดัชนี S&P 500 ถึง 12% รายงานผลประกอบการแล้ว และ 83% ผลประกอบการดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ราคาหุ้นของ PepsiCo และ United Airlines พุ่งสูงขึ้นหลังจากที่ทั้งสองบริษัทมีผลประกอบการดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ผลประกอบการที่แข็งแกร่งนี้เกิดขึ้นหลังจากธนาคารขนาดใหญ่อย่าง JPMorgan และ Goldman Sachs ได้ประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่งในช่วงต้นสัปดาห์

ทั้งดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ในรอบสัปดาห์เพิ่มขึ้น 0.6% และ 1.5% ตามลำดับ ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในสัปดาห์ที่ผ่านมา

“นี่เป็นสภาพแวดล้อมที่นักลงทุนเปิดรับความเสี่ยง และแม้ว่าจะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด แต่ความจริงแล้วมีรายละเอียดปลีกย่อยมากกว่านั้น” เคน มาโฮนีย์ ซีอีโอของ Mahoney Asset Management กล่าว “ในอดีต วงจรขาขึ้นมักจะมีดำเนินไปได้ดีกว่าหากไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ย และการปรับลดครั้งแรกมักจะเป็นสัญญาณขาลง แม้ครั้งนี้จะมีเหตุผลดี (ในการลดดอกเบี้ย) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออัตราเงินเฟ้อเย็นลงและการคาดการณ์การเติบโตของ GDP ยังคงเหมือนเดิม หลังจากที่เราผ่านพ้นความเสี่ยงจากกำแพงภาษีศุลกากรสูงชันไปแล้ว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...