โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิด 4 ขั้นตอนการใช้สิทธิ UCEP Covid Plus อาการป่วยแบบไหนถึงรักษาได้

Khaosod

อัพเดต 10 มี.ค. 2565 เวลา 10.50 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. 2565 เวลา 10.50 น.

ไขข้อสงสัย! 4 ขั้นตอนการใช้สิทธิ UCEP Covid Plus เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต อาการป่วยแบบไหนถึงเข้ารักษาในโรงพยาบาลโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายได้

หลังจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 2/2565 ถึงระบบ UCEP COVID Plus ที่เป็นนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่ เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2565 เป็นต้นไป ทำให้หลาย ๆ คนอาจะเกิดการสับสนว่าขั้นตอนการใช้สิทธิ UCEP และ UCEP COVID Plus จะต้องทำอย่างไร ทางทีมข่าวสดจะมาไขข้อข้องใจดังกล่าว

ตามรายงานของสปสช. ขั้นตอนการใช้สิทธิ UCEP มีดังนี้

  • ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตเข้าโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
  • โรงพยาบาลดำเนินการประเมินอาการและคัดแยกระดับความฉุกเฉินของผู้ป่วย ตามแนวทางที่
  • สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกำหนด
  • ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล โดยแบ่งออกเป็นกรณีผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตและกรณีไม่เข้าเกณฑ์ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต

กรณีไม่เข้าเกณฑ์ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ให้รีบประสานโรงพยาบาลตามสิทธิของของแต่ละคน เช่น สิทธิประกันสุขภาพถ้วนหน้า สิทธิประกันสังคม หรือสิทธิรักษาพยาบาลของข้าราชการ และสิทธิบัตรทอง ถึงจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ทั้งในส่วนของค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ ค่ารักษาพยาบาล และค่าส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน

กรณีเข้าเกณฑ์ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต จะได้รับความคุ้มครองตามสิทธิ UCEP ทันทีโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายภายใน 72 ชั่วโมงหรือพ้นภาวะวิกฤต ซึ่งสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลในโรงพยาบาลใดก็ได้ที่ใกล้บ้าน โดย 6 อาการป่วยเข้าเกณฑ์วิกฤตฉุกเฉิน ได้แก่

  • หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ
  • หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง
  • ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น
  • เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน รุนแรง
  • แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัดแบบปัจจุบันทันด่วนหรือชักต่อเนื่องไม่หยุด
  • อาการอื่นที่มีผลต่อการหายใจ ระบบการไหลเวียนโลหิต และระบบสมองที่เป็นอันตรายต่อชีวิต

การรักษาโควิดตามสิทธิ UCEP COVID Plus  มีดังนี้

1.สถานพยาบาลต้องจัดให้มีการรักษาพยาบาลโดยฉุกเฉิน โดยไม่มีเงื่อนไขในการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล กรณีที่มีปัญหาการวินิจฉัยในการคัดแยกผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตให้ปรึกษาศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉิน ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

2. สถานพยาบาลต้องให้การดูแลรักษาผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดกรณีมีความจำเป็นต้องส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตไปรับการรักษายังสถานพยาบาลอื่น สถานพยาบาลต้องจัดการให้มีการส่งต่อตามความเหมาะสม

3. สถานพยาบาลจะได้รับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานับตั้งแต่รับผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยสถานพยาบาลเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นไปที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตาม

4. สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติตรวจสอบความถูกต้อง สรุปค่าใช้จ่ายและแจ้งให้กองทุนของผู้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลตามกฎหมายให้ทราบภายใน 30 วัน นับตั้งแต่เวลาที่ได้รับเอกสารครบถ้วนแล้ว

5. กองทุนของผู้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลตามกฎหมาย ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายในอัตราตามบัญชีและอัตราค่าใช้จ่ายแนบท้ายหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ให้สถานพยาบาลภายใน 15 วัน นับจากวันที่สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแจ้งกองทุนของผู้มีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาล

6. กรณีส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตจากสถานพยาบาลแห่งหนึ่งไปยังสถานพยาบาลอีกแห่งหนึ่ง จะได้รับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาตั้งแต่รับผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤตตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด

นอกจากนี้ ประชาชนที่มีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิ ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (ศคส.สพฉ.) โทร. 02-872-1669 หรือ E-mail ucepcenter@niems.go.th ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต มีสิทธิทุกที่โดยไม่ต้องสำรองจ่าย โดยสามารถเช็กเงื่อนไข UCEP Covid Plus สิทธิประโยชน์ และอาการแบบไหนรักษาฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ได้ที่ (คลิก)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...