โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

‘แฮปปี้’ นวัตกรรมยาตัวใหม่ สวรรค์ร้าย-สายกลางคืน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 ก.ย 2565 เวลา 04.16 น. • เผยแพร่ 24 ก.ย 2565 เวลา 03.23 น.

สกู๊ปหน้า 1 : ‘แฮปปี้’ นวัตกรรมยาตัวใหม่ สวรรค์ร้าย-สายกลางคืน

สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น หลายประเทศได้ประกาศให้เป็นโรคประจำถิ่น ขณะที่หลายประเทศแม้จะมีการควบคุมแต่ก็ได้มีการผ่อนคลายมาตรการ สถานบันเทิงประเภทผับ บาร์ คาราโอเกะ สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง รวมไปถึงพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา โดยเฉพาะในเขตตัวเมือง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตรงข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งมีสถานบันเทิงขนาดใหญ่จำนวนหลายแห่งและมีผับบาร์ผุดขึ้นมาจำนวนมาก

ทว่าปัญหาหนึ่งที่ตามมาด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือยาเสพติด พื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ค่อนข้างมีชื่อเสียงเรื่องต้นทางแหล่งผลิต แหล่งพักและเส้นทางลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศไทยอยู่แล้ว ทันทีที่สถานบันเทิงเปิดธุรกิจการค้า ด้านยาเสพติดก็เริ่มเฟื่องฟูไปด้วย

“แฮปปี้” หรือ “น้ำยาสวรรค์” เป็นชื่อเรียกของยาเสพติดชนิดใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย ในกลุ่มนักเที่ยวสถานบันเทิงในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก โดยเฉพาะกลุ่มนักเที่ยวชาวจีน และกลุ่มนักเที่ยวไฮโซของพื้นที่

โดยพบว่ามีการจำหน่ายกันอย่างแพร่หลายและถูกใช้เป็นส่วนสำคัญในการท่องเที่ยวสถานบันเทิงเพื่อความสนุกสนานในการเที่ยว

นักเที่ยวรายหนึ่งระบุว่า จริงๆ แล้วยา “แฮปปี้” หรือ “น้ำยาสวรรค์” ไม่ได้เพิ่งจะมีมาให้บริการ แต่นำมาลองขายในช่วงประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วงนั้นยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมเนื่องจากยังมียาเสพติดประเภทเม็ดที่รู้จัก หรือเรียกกันว่า “ยาส่าย” กำลังเป็นที่นิยม ซึ่งมีราคาเม็ดละประมาณ 1,500-2,500 บาท แล้วแต่ยี่ห้อ เมื่อกินแล้วจะทำให้เกิดอาการเมาและอยากเต้นตลอดทั้งคืน ยิ่งถ้ามีเสียงดนตรีดังและเพลงจังหวะเร็วยิ่งทำให้ยาประเภทนี้ออกฤทธิ์ดี ประกอบกับช่วง 2-3 ปีมานี้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ยา “แฮปปี้” หรือ “น้ำยาสวรรค์” ไม่ถูกนำมาจำหน่ายเนื่องจากสถานบันเทิงต่างๆ ปิดหมด

นักเที่ยวรายนี้บอกด้วยว่า มาในช่วงปีนี้ซึ่งสถานบันเทิงกลับมาเปิดได้อีกครั้ง พบว่า “แฮปปี้” หรือ “น้ำยาสวรรค์” มีการผลิตขึ้นมาหลากหลายรูปแบบ จากหลายแหล่งผลิตเป็นรูปและตราสัญลักษณ์ที่แตกต่างกันไป

อาทิ รูปถ้วยกาแฟ ตรายี่ห้อเครื่องดื่มเบียร์ ตรายี่ห้อกาแฟ ตรารูปโลก ตราหัวยูนิคอร์น เป็นต้น ซึ่งทำออกมาเพื่อแย่งตลาดลูกค้ากัน โดยจะมีแพคเกจและสีที่แตกต่างกันไป แต่จะมีอยู่ประมาณ 2 ขนาด ขนาดซองเล็กบรรจุน้ำหนักประมาณ 15-20 กรัม จะมีราคาซองละประมาณ 2,000-3,000 บาท แล้วแต่ยี่ห้อ หรือเอเยนต์ที่นำมาจำหน่าย ส่วนซองใหญ่บรรจุประมาณ 30-50 กรัม ราคาซองละประมาณ 3,000-5,000 บาท ซึ่งสามารถแบ่งกินได้กว่า 10 คน

“สำหรับการรับประทานนั้นเนื่องด้วยเป็นยาชนิดผง จะต้องทานควบคู่กับน้ำอุ่น หรือเครื่องดื่มชูกำลัง โดยผสมในแก้วช็อต หรือแก้วเป๊ก ซึ่งซองเล็กชงได้ประมาณ 6-8 แก้ว ส่วนซองใหญ่ได้ 10 กว่าแก้ว โดยแก้วหนึ่งจะออกฤทธิ์นานอย่างน้อย 5-6 ชั่วโมง ยาประเภทนี้กำลังได้รับความนิยมเนื่องจากเป็นยาที่รับประทานแล้วออกฤทธิ์นาน ไม่มีกลิ่น หรืออาการแฮ้งตามมา กินแล้วจะมีอาการเมา ตัวเบาหวิว และมีความสุขเหมือนขึ้นสวรรค์ จึงมีชื่อว่าน้ำยาสวรรค์ หรือยาแฮปปี้ กินแล้วอยากเต้นและไม่เหนื่อยง่าย ทำให้เต้นได้ทั้งคืน แต่หากไม่เต้นก็จะมีอาการหวิวๆ จึงทำให้ผู้ที่กินแล้วจะอยู่เฉยไม่ค่อยได้” นักเที่ยวรายเดิมกล่าว

ด้าน พ.อ.สุทธิ์เขตต์ ศรีนิลทิน ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 (ผบ.ฉก.ม.3) กองกำลังผาเมือง เปิดเผยว่า ทางหน่วยได้รับรายงานเกี่ยวกับยาเสพติดประเภทนี้เหมือนกัน แต่ยังไม่พบว่ามีการระบาดเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย ยังระบาดอยู่เฉพาะในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ทางหน่วยก็มีความกังวลว่าหากไม่มีการป้องกันที่ดีอาจลักลอบนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศได้ แม้ช่วงนี้พื้นที่จะสับเปลี่ยนกำลัง แต่ได้เฝ้าระวังตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด โดยมีการจัดชุดลาดตระเวนทั้งทางบกและทางน้ำ เน้นในพื้นที่จุดเสี่ยงช่องทางธรรมชาติ ตลอดจนการตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามถนนเลาะชายแดน และเส้นทางเข้าสู่ชุมชนต่างๆ

ขณะที่ พล.ต.ต.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย กล่าวว่า ตำรวจเชียงรายยังตรวจไม่พบยาเสพติดชนิดใหม่ระบาดเข้ามาในพื้นที่ แต่เพื่อความไม่ประมาทตำรวจได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวัง มีการจัดกำลังปิดล้อมตรวจค้น ตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามถนนเส้นทางหลักและเส้นทางรอง มีการสุ่มตรวจสถานบันเทิงและย่านชุมชนเสี่ยง แต่ก็ยังไม่พบยาเสพติดประเภทดังกล่าว หากพบจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันที

ด้าน นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวว่า ยาเสพติดที่มีชื่อว่าแฮปปี้ (happy) ที่พบมากใน จ.ท่าขี้เหล็ก ขณะนี้มีการบรรจุอยู่ในลักษณะซองบรรจุภัณฑ์หลากหลายยี่ห้อ มีขนาดเล็กคล้ายซองถุงยางอนามัย ตัวยามีลักษณะเป็นผงสีขาว ใช้ผสมเครื่องดื่ม เบื้องต้นทราบว่ามีการระบาดในร้านอาหารและสถานบันเทิง โดย ป.ป.ส.ได้ทำงานเชิงรุก เร่งประสานความร่วมมือทางการเมียนมาเพื่อขอตัวอย่างมาทำการตรวจพิสูจน์จำแนกสารประกอบแบบละเอียด ซึ่งอยู่ภายใต้ทวิภาคีไทย-เมียนมา

เพื่อหาข้อมูลเชื่อมโยงและฐานข้อมูลลักษณะเฉพาะของยาเสพติดชนิดนี้ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลว่าเป็นยาเสพติดชนิดไหน หรือมีส่วนผสมอะไรอยู่บ้าง ซึ่งจากชื่อของยาเสพติดที่คล้ายกับยาเสพติด Happy water ที่เคยพบในประเทศไทยนั้นต่างมีลักษณะการเสพในรูปแบบน้ำเหมือนกัน

นายวิชัยกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่สืบทราบพบว่ายาแฮปปี้มีราคาจำหน่ายต่อซอง 3,000-6,000 บาท ยาที่บรรจุมีสีขาวขุ่น เมื่อเสพแล้วจะไม่ง่วงนอน และตื่นตัวตลอดเวลา ทำให้เที่ยวได้ทั้งคืน ส่วนใหญ่นำมาผสมกับเครื่องดื่มอาทิ น้ำเปล่า ชา กาแฟ ซึ่งต้องรอผลพิสูจน์อย่างละเอียดจากทางการเมียนมาก่อน จึงจะทำให้ทราบว่ามีส่วนผสมเหมือน หรือต่างกับยา Happy water ในไทยหรือไม่ ซึ่งยาที่พบในไทยจะมีส่วนผสมของยาอี ผสมกับยาเสพติดชนิดอื่นๆ อาทิ ไอซ์ คีตามีน และพบยานอนหลับชนิดไนเมตาซีแพม ผสมอยู่ด้วย พรางตามในซองกาแฟสำเร็จรูปหลายยี่ห้อ จำหน่ายซองละ 2,500-3,000 บาท พบการระบาดในไทยตามสถานบันเทิง บ่อนการพนัน และปาร์ตี้ ช่วงห้วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา โดยสามารถจับกุมได้ที่กรุงเทพมหานคร หนองคาย และชุมพร

“ภายหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้สถานบันเทิงกลับมาเปิดบริการอีกครั้ง ทำให้อาจเป็นช่องว่างให้นักค้ายาลักลอบนำยาชนิดนี้มาจำหน่ายได้ ซึ่งภาครัฐได้มีมาตรการกำชับและจัดสรรเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตรวจสถานบันเทิง และถือเป็นหน้าที่ของสถานประกอบการ สถานบันเทิง ในการดูแลไม่ให้เกิดการกระทำผิดยาเสพติดในสถานประกอบการของตนเอง ซึ่ง ป.ป.ส.แสดงความเป็นห่วงถึงอันตราย โดยเฉพาะการใช้ยาเสพติดไปเสพร่วมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้เป็นการเสริมฤทธิ์ ทำให้มีอาการรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอันตรายต่อผู้ใช้ โดยอาจก่อให้เกิดภาวะหยุดหายใจ หัวใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้” นายวิชัยสรุปทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...