‘แฮปปี้’ นวัตกรรมยาตัวใหม่ สวรรค์ร้าย-สายกลางคืน
สกู๊ปหน้า 1 : ‘แฮปปี้’ นวัตกรรมยาตัวใหม่ สวรรค์ร้าย-สายกลางคืน
สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น หลายประเทศได้ประกาศให้เป็นโรคประจำถิ่น ขณะที่หลายประเทศแม้จะมีการควบคุมแต่ก็ได้มีการผ่อนคลายมาตรการ สถานบันเทิงประเภทผับ บาร์ คาราโอเกะ สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง รวมไปถึงพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา โดยเฉพาะในเขตตัวเมือง จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ตรงข้าม อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งมีสถานบันเทิงขนาดใหญ่จำนวนหลายแห่งและมีผับบาร์ผุดขึ้นมาจำนวนมาก
ทว่าปัญหาหนึ่งที่ตามมาด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือยาเสพติด พื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ค่อนข้างมีชื่อเสียงเรื่องต้นทางแหล่งผลิต แหล่งพักและเส้นทางลำเลียงยาเสพติดเข้าประเทศไทยอยู่แล้ว ทันทีที่สถานบันเทิงเปิดธุรกิจการค้า ด้านยาเสพติดก็เริ่มเฟื่องฟูไปด้วย
“แฮปปี้” หรือ “น้ำยาสวรรค์” เป็นชื่อเรียกของยาเสพติดชนิดใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย ในกลุ่มนักเที่ยวสถานบันเทิงในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก โดยเฉพาะกลุ่มนักเที่ยวชาวจีน และกลุ่มนักเที่ยวไฮโซของพื้นที่
โดยพบว่ามีการจำหน่ายกันอย่างแพร่หลายและถูกใช้เป็นส่วนสำคัญในการท่องเที่ยวสถานบันเทิงเพื่อความสนุกสนานในการเที่ยว
นักเที่ยวรายหนึ่งระบุว่า จริงๆ แล้วยา “แฮปปี้” หรือ “น้ำยาสวรรค์” ไม่ได้เพิ่งจะมีมาให้บริการ แต่นำมาลองขายในช่วงประมาณ 4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วงนั้นยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมเนื่องจากยังมียาเสพติดประเภทเม็ดที่รู้จัก หรือเรียกกันว่า “ยาส่าย” กำลังเป็นที่นิยม ซึ่งมีราคาเม็ดละประมาณ 1,500-2,500 บาท แล้วแต่ยี่ห้อ เมื่อกินแล้วจะทำให้เกิดอาการเมาและอยากเต้นตลอดทั้งคืน ยิ่งถ้ามีเสียงดนตรีดังและเพลงจังหวะเร็วยิ่งทำให้ยาประเภทนี้ออกฤทธิ์ดี ประกอบกับช่วง 2-3 ปีมานี้เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ยา “แฮปปี้” หรือ “น้ำยาสวรรค์” ไม่ถูกนำมาจำหน่ายเนื่องจากสถานบันเทิงต่างๆ ปิดหมด
นักเที่ยวรายนี้บอกด้วยว่า มาในช่วงปีนี้ซึ่งสถานบันเทิงกลับมาเปิดได้อีกครั้ง พบว่า “แฮปปี้” หรือ “น้ำยาสวรรค์” มีการผลิตขึ้นมาหลากหลายรูปแบบ จากหลายแหล่งผลิตเป็นรูปและตราสัญลักษณ์ที่แตกต่างกันไป
อาทิ รูปถ้วยกาแฟ ตรายี่ห้อเครื่องดื่มเบียร์ ตรายี่ห้อกาแฟ ตรารูปโลก ตราหัวยูนิคอร์น เป็นต้น ซึ่งทำออกมาเพื่อแย่งตลาดลูกค้ากัน โดยจะมีแพคเกจและสีที่แตกต่างกันไป แต่จะมีอยู่ประมาณ 2 ขนาด ขนาดซองเล็กบรรจุน้ำหนักประมาณ 15-20 กรัม จะมีราคาซองละประมาณ 2,000-3,000 บาท แล้วแต่ยี่ห้อ หรือเอเยนต์ที่นำมาจำหน่าย ส่วนซองใหญ่บรรจุประมาณ 30-50 กรัม ราคาซองละประมาณ 3,000-5,000 บาท ซึ่งสามารถแบ่งกินได้กว่า 10 คน
“สำหรับการรับประทานนั้นเนื่องด้วยเป็นยาชนิดผง จะต้องทานควบคู่กับน้ำอุ่น หรือเครื่องดื่มชูกำลัง โดยผสมในแก้วช็อต หรือแก้วเป๊ก ซึ่งซองเล็กชงได้ประมาณ 6-8 แก้ว ส่วนซองใหญ่ได้ 10 กว่าแก้ว โดยแก้วหนึ่งจะออกฤทธิ์นานอย่างน้อย 5-6 ชั่วโมง ยาประเภทนี้กำลังได้รับความนิยมเนื่องจากเป็นยาที่รับประทานแล้วออกฤทธิ์นาน ไม่มีกลิ่น หรืออาการแฮ้งตามมา กินแล้วจะมีอาการเมา ตัวเบาหวิว และมีความสุขเหมือนขึ้นสวรรค์ จึงมีชื่อว่าน้ำยาสวรรค์ หรือยาแฮปปี้ กินแล้วอยากเต้นและไม่เหนื่อยง่าย ทำให้เต้นได้ทั้งคืน แต่หากไม่เต้นก็จะมีอาการหวิวๆ จึงทำให้ผู้ที่กินแล้วจะอยู่เฉยไม่ค่อยได้” นักเที่ยวรายเดิมกล่าว
ด้าน พ.อ.สุทธิ์เขตต์ ศรีนิลทิน ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 3 (ผบ.ฉก.ม.3) กองกำลังผาเมือง เปิดเผยว่า ทางหน่วยได้รับรายงานเกี่ยวกับยาเสพติดประเภทนี้เหมือนกัน แต่ยังไม่พบว่ามีการระบาดเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทย ยังระบาดอยู่เฉพาะในประเทศเพื่อนบ้าน แต่ทางหน่วยก็มีความกังวลว่าหากไม่มีการป้องกันที่ดีอาจลักลอบนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศได้ แม้ช่วงนี้พื้นที่จะสับเปลี่ยนกำลัง แต่ได้เฝ้าระวังตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวด โดยมีการจัดชุดลาดตระเวนทั้งทางบกและทางน้ำ เน้นในพื้นที่จุดเสี่ยงช่องทางธรรมชาติ ตลอดจนการตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามถนนเลาะชายแดน และเส้นทางเข้าสู่ชุมชนต่างๆ
ขณะที่ พล.ต.ต.ชินวิช วิชัยธนพัฒน์ ผบก.ภ.จว.เชียงราย กล่าวว่า ตำรวจเชียงรายยังตรวจไม่พบยาเสพติดชนิดใหม่ระบาดเข้ามาในพื้นที่ แต่เพื่อความไม่ประมาทตำรวจได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวัง มีการจัดกำลังปิดล้อมตรวจค้น ตั้งจุดตรวจจุดสกัดตามถนนเส้นทางหลักและเส้นทางรอง มีการสุ่มตรวจสถานบันเทิงและย่านชุมชนเสี่ยง แต่ก็ยังไม่พบยาเสพติดประเภทดังกล่าว หากพบจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันที
ด้าน นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กล่าวว่า ยาเสพติดที่มีชื่อว่าแฮปปี้ (happy) ที่พบมากใน จ.ท่าขี้เหล็ก ขณะนี้มีการบรรจุอยู่ในลักษณะซองบรรจุภัณฑ์หลากหลายยี่ห้อ มีขนาดเล็กคล้ายซองถุงยางอนามัย ตัวยามีลักษณะเป็นผงสีขาว ใช้ผสมเครื่องดื่ม เบื้องต้นทราบว่ามีการระบาดในร้านอาหารและสถานบันเทิง โดย ป.ป.ส.ได้ทำงานเชิงรุก เร่งประสานความร่วมมือทางการเมียนมาเพื่อขอตัวอย่างมาทำการตรวจพิสูจน์จำแนกสารประกอบแบบละเอียด ซึ่งอยู่ภายใต้ทวิภาคีไทย-เมียนมา
เพื่อหาข้อมูลเชื่อมโยงและฐานข้อมูลลักษณะเฉพาะของยาเสพติดชนิดนี้ เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลว่าเป็นยาเสพติดชนิดไหน หรือมีส่วนผสมอะไรอยู่บ้าง ซึ่งจากชื่อของยาเสพติดที่คล้ายกับยาเสพติด Happy water ที่เคยพบในประเทศไทยนั้นต่างมีลักษณะการเสพในรูปแบบน้ำเหมือนกัน
นายวิชัยกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่สืบทราบพบว่ายาแฮปปี้มีราคาจำหน่ายต่อซอง 3,000-6,000 บาท ยาที่บรรจุมีสีขาวขุ่น เมื่อเสพแล้วจะไม่ง่วงนอน และตื่นตัวตลอดเวลา ทำให้เที่ยวได้ทั้งคืน ส่วนใหญ่นำมาผสมกับเครื่องดื่มอาทิ น้ำเปล่า ชา กาแฟ ซึ่งต้องรอผลพิสูจน์อย่างละเอียดจากทางการเมียนมาก่อน จึงจะทำให้ทราบว่ามีส่วนผสมเหมือน หรือต่างกับยา Happy water ในไทยหรือไม่ ซึ่งยาที่พบในไทยจะมีส่วนผสมของยาอี ผสมกับยาเสพติดชนิดอื่นๆ อาทิ ไอซ์ คีตามีน และพบยานอนหลับชนิดไนเมตาซีแพม ผสมอยู่ด้วย พรางตามในซองกาแฟสำเร็จรูปหลายยี่ห้อ จำหน่ายซองละ 2,500-3,000 บาท พบการระบาดในไทยตามสถานบันเทิง บ่อนการพนัน และปาร์ตี้ ช่วงห้วงต้นเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา โดยสามารถจับกุมได้ที่กรุงเทพมหานคร หนองคาย และชุมพร
“ภายหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้สถานบันเทิงกลับมาเปิดบริการอีกครั้ง ทำให้อาจเป็นช่องว่างให้นักค้ายาลักลอบนำยาชนิดนี้มาจำหน่ายได้ ซึ่งภาครัฐได้มีมาตรการกำชับและจัดสรรเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตรวจสถานบันเทิง และถือเป็นหน้าที่ของสถานประกอบการ สถานบันเทิง ในการดูแลไม่ให้เกิดการกระทำผิดยาเสพติดในสถานประกอบการของตนเอง ซึ่ง ป.ป.ส.แสดงความเป็นห่วงถึงอันตราย โดยเฉพาะการใช้ยาเสพติดไปเสพร่วมกับเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้เป็นการเสริมฤทธิ์ ทำให้มีอาการรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอันตรายต่อผู้ใช้ โดยอาจก่อให้เกิดภาวะหยุดหายใจ หัวใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้” นายวิชัยสรุปทิ้งท้าย