โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

จุรินทร์ดันเอกชนไทยลงทุนพลังงานสะอาด-สุขภาพ-ก่อสร้าง ในมองโกเลีย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ก.ย 2565 เวลา 05.12 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย 2565 เวลา 04.43 น.

“จุรินทร์” ติดปีกนักลงทุนไทยในมองโกเลีย สร้างเครือข่ายการค้า ดันการลงทุนพลังงานสะอาด-สุขภาพ-ก่อสร้างคาดลงทุนไทยโต 1,500 ล้านเหรียญ ในปี 2570 ดึงเงินเข้าประเทศ

วันที่ 6 กันยายน 2565 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้จัดกิจกรรมสร้างเครือข่ายการค้า Business Networking ระหว่างไทยและมองโกเลีย โดยวันนี้มีภาคเอกชนที่สนใจทำตลาดและมีการลงทุนไปแล้วรวม 6 บริษัทเป็นบริษัทที่ลงทุนด้านพลังงาน 3 บริษัทและด้านสุขภาพ 1 บริษัท และบริษัทที่สนใจมาเปิดตลาดสินค้าที่นี่ 2 บริษัท เชื่อว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้ดับผู้ส่งออกได้

ขณะนี้ด้านการลงทุนมีผู้ประกอบการไทยมาลงทุนที่นี่อย่างน้อย 4 บริษัทขนาดใหญ่ ถือเป็นเงินก้อนใหญ่ประมาณ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมีบริษัทบ้านปู บริษัท เสริมสร้าง (Sermsang Power Corporation Plc.) บริษัท เอ็นเสิร์ฟ (Enserv UB llc.) และโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มูลค่าการลงทุนประมาณ 36,000 ล้านบาท และอนาคตตนคิดว่าคนไทยสามารถมาขยายการลงทุนที่นี่ได้ โดยเฉพาะด้านพลังงานสะอาด ซึ่งจำนวนหนึ่งมาลงทุนสร้างโรงงานผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ขายให้กับรัฐบาลมองโกเลีย

“และตนทราบว่าโซลาร์เซลล์ถ้าอากาศเย็นและแดดแรงจะเพิ่มผลผลิตไฟฟ้าได้ถึง 30% ซึ่งที่นี่ตรงสเป็กเพราะแดดแรงมากและอากาศเย็น จะเป็นการลงทุนที่มีอนาคต รวมถึงด้านอื่นด้วยซึ่งวันนี้นักลงทุนของไทยมาแสดงให้เห็นว่ามีศักยภาพในการลงทุนที่ประเทศมองโกเลียและต่อไปไทยและมองโกเลีย จะจัดกิจกรรมพิเศษให้หน่วยงานส่งเสริมการลงทุนของมองโกเลียพบกับผู้สนใจลงทุนชาวไทย

และ BOI (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) ของเราจะได้พบกับนักลงทุนชาวมองโกเลีย เพื่อดึงนักลงทุนไปลงทุนในไทยด้วย ซึ่งวิน-วินทั้งคู่ต่อไปในอนาคต ซึ่งเมื่อมีกำไรก็จะนำกลับประเทศสุดท้ายรายได้ก็จะกลับไปยังประเทศไทย”

มูลค่าการค้าการลงทุนไทย-มองโกเลีย ยังถือว่าไม่มาก แต่เมื่อวานหลังจากที่ได้มีการประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-มองโกเลีย ครั้งที่ 1 หรือ JTC เราได้มีการกำหนดเป้าหมายร่วมกันสำหรับการค้า เพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันจาก 55 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็น 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2027 สำหรับการลงทุนจะเพิ่มขึ้นจาก 1,000 ล้านหรียญสหรัฐ เป็น 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2027

นอกจากนี้ สำหรับการเข้าพบกับ H.E. Mr. G. Zandanshatar ประธานรัฐสภาของมองโกเลีย เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา ตนได้แลกเปลี่ยนความคิดพัฒนาการค้าการลงทุนร่วมกันและท่านถือเป็นบุคคลสำคัญลำดับต้นของมองโกเลียเป็นประธานรัฐสภาซึ่งบรรยากาศดี ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาไทยกับมองโกเลีย มีมายาวนาน

เพราะเรามีกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาไทย-มองโกเลีย อยู่ในรัฐสภาและมีทั้ง ส.ส. ส.ว. เป็นสมาชิกของกลุ่มมิตรภาพรัฐสภาไทย-มองโกเลีย มีการแลกเปลี่ยนการเยือน ระหว่าง 2 ประเทศอยู่ต่อเนื่อง นอกจากความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลไทยกับมองโกเลีย ที่มีความสัมพันธ์มา 48 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐสภาไทยกับรัฐสภามองโกเลียมีความสัมพันธ์ที่ยาวนานเช่นเดียวกันและเป็นไปด้วยดี

ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศระบุว่า สำหรับการเดินทางเยือนมองโกเลียครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดฉากการค้า ถือเป็นโอกาสฉลองครบรอบ 48 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศของไทยกับมองโกเลีย ซึ่งไทยยังสามารถใช้มองโกเลียเป็นประตูการค้าสู่รัสเซียหรือกลุ่มประเทศที่แตกตัวจากรัสเซียได้

ขณะเดียวกันมองโกเลียก็สามารถใช้ไทยเป็นประตูการค้าสู่อาเซียนได้ ปัจจุบันมูลค่าการค้าไทย-มองโกเลีย ในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา (2560-2564) เฉลี่ยปีละ 55.64 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในปี 2564 การค้าสองฝ่ายมีมูลค่า 53.94 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 147% จากปีก่อนหน้า

สินค้าส่งออกศักยภาพของไทย ได้แก่ กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ตู้เย็น ตู้แช่แข็งและส่วนประกอบ สิ่งปรุงรสอาหาร และผลิตภัณฑ์ยาง ส่วนสินค้าที่ไทยนำเข้าจากมองโกเลีย ได้แก่ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ สินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ สบู่ ผงซักฟอกและเครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์สิ่งทออื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...