โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

CBDC: A New Game Changer แบงก์ชาติตั้งเป้า 5 ปี ภาคธุรกิจใช้ได้เป็นการทั่วไป

TODAY

อัพเดต 27 ต.ค. 2565 เวลา 14.14 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2565 เวลา 02.09 น. • workpointTODAY

ธนาคารแห่งประเทศไทยเดินหน้าทดสอบ CBDC ในภาคธุรกิจต่อเนื่อง ชูจุดเด่นช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรม ร่นระยะเวลาโอนเงินข้ามประเทศ ตั้งเป้าเปิดให้ผู้ประกอบการใช้เป็นการทั่วไปได้ภายใน 5 ปีนี้

‘เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ’ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อัปเดตความคืบหน้าโครงการสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (Central Bank Digital Currency: CBDC) โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

1. สกุลเงินดิจิทัลสำหรับธุรกิจ (Wholesale CBDC) ซึ่ง ธปท.เห็นศักยภาพว่าบริการดังกล่าวจะเป็นนวัตกรรมทางการเงินที่เข้ามาพลิกโฉมการชำระเงินระหว่างประเทศ (Cross-border Payment)

ภายหลังจากในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา แบงก์ชาติร่วมกับธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) ธนาคารกลางแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (CBUAE) และสถาบันศึกษาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (PBC DCI) ทดสอบระบบ Wholesale CBDC

นับเป็นการทดสอบ Wholesale CBDC ในภาคธุรกิจจริงครั้งแรกของโลก ภายใต้โครงการ Multiple Central Bank Digital Currency Bridge (mBridge) ที่พัฒนาต่อยอดจากโครงการ Inthanon-LionRock ระยะที่ 2 ในปี 2564

ในการทดสอบครั้งดังกล่าว มีธนาคารพาณิชย์เข้าร่วมทั้งหมด 20 ราย โดยเป็นธนาคารพาณิชย์จากประเทศไทยจำนวน 5 ราย มีธุรกรรมระหว่างประเทศจำนวน 164 ธุรกรรม คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 22 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ (เทียบเท่า 827 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม การทดสอบครั้งที่ผ่านมาเป็นความร่วมมือในวงจำกัดเท่านั้น ในอนาคต ธปท.ตั้งเป้าหมายขยายความร่วมมือออกไปเพื่อให้เกิดการใช้จริง (Use Case) ในภาคธุรกิจมากขึ้น

ด้วยจุดเด่นการช่วยลดต้นทุนการโอนเงินข้ามประเทศ รวมถึงช่วยร่นระยะเวลาการทำธุรกรรมจากหลักวันเป็นหลักวินาที

นอกจากโครงการ mBridge ของ ธปท.แล้ว ธนาคารกลางประเทศต่างๆ ก็ร่วมมือกันทดสอบระบบ Wholesale CBDC ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นโครงการ Dunbarซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารกลางออสเตรเลีย สิงคโปร์ มาเลเซีย และแอฟริกาใต้ หรือโครงการ Jura ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างธนาคารกลางฝรั่งเศสและสวิตเซอร์แลนด์

‘เราคาดว่า Wholesale CBDC จะเป็น Game Changer ของระบบ Payment และเข้ามาเป็นช่องทางการชำระเงินใหม่สำหรับภาคธุรกิจ นอกเหนือจากระบบ SWIFT ที่ใช้กันในปัจจุบัน โดยคาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการกับภาคธุรกิจเป็นการทั่วไปได้ภายใน 5 ปีนี้’

2. สกุลเงินดิจิทัลสำหรับประชาชน (Retail CBDC) ซึ่งกลุ่มนี้แตกต่างจาก Wholesale CBDC เพราะ Use Case ยังไม่ชัดเจน รวมถึงมีผลข้างเคียงและความเสี่ยงมากกว่ากลุ่มแรก จึงมีลักษณะเป็นโปรเจคเพื่อการเรียนรู้ (Project to Learn) มากกว่าโปรเจคที่จะเปิดให้บริการ (Project to Launch)

ทั้งนี้ เพราะระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) ของไทยมีความแข็งแกร่งในแง่การเป็นระบบการเงินพื้นฐานอยู่แล้ว Retail CBDC จึงไม่เหมาะกับการพัฒนาระบบระดับพื้นฐาน (Foundation Track) แต่เหมาะกับการพัฒนาระบบระดับนวัตกรรม (Innovation Track) มากกว่า เช่น การโอนเงินแบบตั้งเงื่อนไขเพื่อสนับสนุนโครงการของภาครัฐ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เข้าใจ Retail CBDC มากขึ้น ในช่วงสิ้นปี 2565 นี้ ธปท.จะเริ่มดำเนินโครงการนำร่อง (Pilot Project) โดยได้รับความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ 2 แห่ง คือ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงศรีอยุธยา

รวมถึงสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (Non-bank) 1 แห่ง คือ ทูซีทูพี (2C2P) โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมทดสอบภายในโครงการดังกล่าว 10,000 ราย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...