โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

“เชื้อราแมว” สามารถติดต่อสู่คน ทำป่วยโรคผิวหนังได้ •สาเหตุ •อาการ •วิธีรักษา

GedGoodLife

อัพเดต 03 พ.ย. 2565 เวลา 18.09 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2565 เวลา 11.11 น. • Ged Good Life ชีวิตดีดี

เชื้อราแมว หรือกลากแมว คือโรคจากสัตว์แสนรักอย่างแมว ที่สามารถติดต่อสู่คนหรือที่นิยมเรียกว่า “ทาสแมว” ได้ ยิ่งในปัจจุบันผู้คนหันมานิยมเลี้ยงแมวกันมากขึ้น บางคนก็เลี้ยงไว้เพื่อแก้เหงา บางคนก็เลี้ยงเพราะเชื่อว่าช่วยรักษาอาการซึมเศร้าได้ แต่ไม่ว่าจะเลี้ยงด้วยสาเหตุอะไร ทาสแมวทั้งหลายก็ควรรู้จักโรคที่มาจากเจ้านาย หรือแมวไว้ด้วย จะได้รู้เท่าทัน ป้องกันได้ โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนตก อากาศชื้นแบบนี้ ยิ่งต้องระวังเชื้อราแมวกันให้ดี!

โรคภูมิแพ้ดูแลด้วย อัลเลอร์นิค ยาแก้แพ้ชนิดเม็ด กลุ่มไม่ทำให้ง่วง

ทำความรู้จักกับ “เชื้อราแมว – Ringworm in Cats”

เชื้อราแมวมีหลายชนิด แต่ที่พบได้บ่อยคือเชื้อ Microsporum canis อาศัยอยู่ตามผิวหนังของสัตว์ สาเหตุของการเกิดเชื้อราชนิดนี้มาจากความชื้นสะสมส่วนต่าง ๆ ในร่างกายของแมว สามารถสังเกตได้จากผิวหนังของแมวที่มีลักษณะแห้ง แดง และอาจมีอาการลอกของผิวหนัง และขนร่วงเป็นหย่อม ๆ โดยแมวขนยาวจะมีความเสี่ยงในการเกิดเชื้อราได้มากกว่าแมวที่มีขนสั้น (เช่นแมวเปอร์เซีย) เพราะสามารถสะสมความชื้นได้มากกว่า

นอกจากแมวแล้วสัตว์อื่น ๆ เช่น สุนัข กระต่าย หนูแฮมสเตอร์และสัตว์ขนยาว ก็สามารถติดเชื้อนี้เช่นกัน จากการทำความสะอาดไม่เพียงพอ เชื้อราแมวสามารถติดต่อสู่คนได้ และต้องใช้เวลานานสักระยะหนึ่งในการรักษา (อาจมากกว่า 6 เดือนก็ได้) แถมโรคนี้ยังสามารถกลับมาเป็นซ้ำ และเพิ่มรอยดำจากแผลเป็นมากขึ้นอีก

แมวที่มีโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อราแมว

• แมวที่มีภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เครียด
• แมวมีความชื้นสะสมตามอวัยวะต่าง ๆ
• ลูกแมว หรือแมวที่มีอายุมาก
• ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ

คนที่มีโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อราแมว

• ร่างกายไม่แข็งแรง มีโรคประจำตัว
• นอนดึก หรือคนที่มีความเครียด
• คลุกคลีกับแมวที่ติดเชื้อรา

เชื้อราแมวติดต่อสู่คนได้อย่างไร?

เชื้อราแมวสามารถติดต่อสู่คนได้จากการสัมผัสกับผิว หรือขนของแมว โดยไม่จำเป็นต้องมีบาดแผล ก็ทำให้คนเลี้ยงติดเชื้อราจากแมวได้ หรือแม้แต่บริเวณบ้านที่แมวอยู่มักจะมีเชื้อราอยู่ โดยสปอร์ของเชื้อราจะหลุดร่วงมาจากผิว หรือขนของแมว และสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานเป็นเดือน หรือเป็นปีเลยทีเดียว การทำลายสปอร์ควรใช้สารฟอกขาว ละลายในน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 10 เพื่อทำลายสปอร์ในอุปกรณ์ของสัตว์เลี้ยง และสิ่งแวดล้อม

วิธีสังเกตเชื้อราในแมว

• แมวมีอาการคัน ขนร่วงเป็นหย่อม ๆ
• มีตุ่มเล็ก ๆ ขึ้นตามผิวหนัง หรือเป็นสะเก็ด
• ขนเริ่มร่วง อาจพบขนร่วงหายไปเป็นจุดเล็กจนถึงเป็นวงกว้าง ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-6 เซนติเมตร
• ลูกแมวที่เป็นเชื้อรามักมีร่องรอยเริ่มต้นที่หน้า โดยเฉพาะสันจมูก และใบหู

ลักษณะอาการเชื้อราแมวที่ติดต่อสู่คน

ลักษณะอาการของโรคนี้สังเกตได้ไม่ยาก แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ ได้แยกลักษณะเชื้อราแมวที่ติดในคน ไว้ดังนี้

• มีลักษณะเป็นผื่นกลม มีขุย สีแดง ขอบเขตชัด

• มีอาการคัน เกิดขึ้นได้ในบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย ทั้งบริเวณใบหน้า มือ เท้า หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายที่สัมผัสกับแมว

• คนที่ถูกเชื้อราจากแมว อาจเกิดจากมีภูมิคุ้มกันน้อย และอาจเกิดจากผิวหนังบอบบางแพ้ง่าย

ข้อควรระวัง! นิ้วที่เกาเชื้อราแมว หากเผลอไปเกาบริเวณอื่นอาจทำให้บริเวณนั้นติดเชื้อราด้วยได้

เชื้อราแมว

กลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อราแมว

  • เด็กเล็ก
  • ผู้สูงอายุ
  • ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • ผู้เลี้ยงสัตว์หลายชนิด
  • ผู้ที่คลุกคลีใกล้ชิดกับแมว

วิธีรักษาเชื้อราแมวในคน

ปกติแล้วสภาพผิวหนังปกติของคนจะมีแบคทีเรียที่รักษาความสมดุลบนผิวหนังไว้ไม่ให้ง่ายต่อการติดเชื้อ แต่ช่วงเวลาที่เราเครียดบ่อย หรือป่วย จะทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง หรือแม้แต่การรบกวนผิวหนังมากเกินไป เช่น ล้างมือด้วยสบู่ หรือสเปรย์แอลกอฮอล์บ่อย อาจทำให้แบคทีเรียดี ๆ บนผิวตายไป ง่ายต่อการติดเชื้อรามากขึ้น ส่วนวิธีจัดการกับเชื้อราแมว มีดังต่อไปนี้

1. หากมีอาการน้อย มีผื่นขึ้นไม่มาก 1-2 จุด ใช้ยาทาฆ่าเชื้อราต่อเนื่องประมาณ 3 สัปดาห์ ผื่นจะค่อย ๆ หายไป

2. หากมีอาการมาก ผื่นขึ้นทั่วร่างกาย ต้องใช้ทั้งยาทาและยากินร่วมกัน ระยะเวลาในการรักษาตั้งแต่ 3 สัปดาห์ขึ้นไป

3. หากจะซื้อยามารักษาเอง ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยา หรือควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย และการรักษาอย่างถูกต้อง

4. ควรพาแมวไปพบสัตวแพทย์ด้วย เพื่อรักษาเชื้อราให้หายดี

ในส่วนนี้เป็นการรักษาอาการติดเชื้อ ซึ่งไม่ใช่การรักษารอยดำที่เกิดจากการติดเชื้อ และถึงแม้ว่าอาการเชื้อราจะหายแล้ว รอยดำจากเชื้อจะยังคงอยู่ โดยจะจางไปเองภายใน 2-3 เดือน และมักไม่มีแผลเป็นเกิดขึ้น

การป้องกันการติดเชื้อราแมว โดยแพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ

1. ล้างมือหลังสัมผัสแมวทุกครั้ง

2. หมั่นทำความสะอาดสิ่งของภายในบ้านที่แมวมีการสัมผัส เช่น โซฟา หมอน พรมปูพื้น

3. ไม่คลุกคลีกับแมวมากเกินไป

4. นำแมวฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อราเมื่อแมวอายุ 2 เดือนขึ้นไป และฉีดวัคซีนหลักครบแล้ว ควรฉีดกระตุ้นซ้ำ 3 เข็ม หลังจากนั้นกระตุ้นทุก 1 ปี

5. หมั่นดูแลทำความสะอาดขนของแมว อาบน้ำเป่าขนให้แห้ง และหากแมวมีผื่น ขุย หรือขนร่วงควรรีบพาไปพบสัตวแพทย์โดยด่วน

การจะเป็นทาสแมวอาจไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องหมั่นดูแลเรื่องสุขภาพของเจ้านาย (น้องแมว) ทั้งเรื่องอาหารการกิน ค่ายารักษา รวมถึงสถานที่ต้องสะอาดด้วย ฉะนั้นใครที่อยากเป็นทาสแมว ก็ต้องทุ่มทั้งแรงกาย แรงใจกันหน่อย และหากทาสคนไหนเป็นภูมิแพ้ขนแมว GED good life แนะนำให้อ่านบทความนี้ เพื่อเป็นแนวทางในการเลี้ยงแมวต่อไป -> แพ้ขนแมว แต่อยากเลี้ยง ต้องทำไง?

อ้างอิง : 1. โรงพยาบาลเพชรเวช 2. สถาบันโรคผิวหนัง 3. ramachannel 4. gatoro

ปรึกษาปัญหาสุขภาพ ไข้หวัด อาการไอ ปวดท้อง ภูมิแพ้ ได้ฟรี! ตลอด 24 ชั่วโมง ถามเลย ที่นี่

โรคภูมิแพ้ดูแลด้วย อัลเลอร์นิค ยาแก้แพ้ชนิดเม็ด กลุ่มไม่ทำให้ง่วง

ติดตาม GedGoodLife ช่องทางอื่น ๆ ได้ที่…

Facebook : gedgoodlife
Nutroplex : nutroplexclub
Twitter : @gedgoodlife
Line : @gedgoodlife
Youtube : gedgoodlife ชีวิตดีดี
TikTok : @gedgoodlife

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...