โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เพลงชาติอังกฤษอาจจะมาจากเพลงอวยพรให้พระเจ้าหลุยส์ปลอดภัยจากการผ่าฝีที่ก้น!?

Histofun Deluxe

เผยแพร่ 03 พ.ย. 2565 เวลา 06.43 น.
พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 กษัตริย์ผู้เป็นสัญลักษณ์ของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของฝรั่งเศส

หลายคนน่าจะทราบว่าเพลง 'God Save the King' คือเพลงชาติและเพลงสรรเสริญพระบารมีของสหราชอาณาจักร แต่เคยสงสัยไหมว่า เพลงนี้กลายมาเป็นเพลงชาติของสหราชอาณาจักรตั้งแต่เมื่อไหร่

โดยความเป็นมาของเพลง God Save the Queen ยังคงเป็นที่ถกเถียงกัน เพราะยังไม่สามารถรู้ได้ว่า ใครเป็นคนแต่งเพลงนี้เป็นคนแรก

นักแต่งเพลงหลายคน ไม่ว่าจะเป็น จอห์น บูล (John Bull) , โธมัส เรเวนสครอฟต์ (Thomas Ravenscroft) , เฮนรี่ เปอร์เชลล์ (Henry Purcell) , เฮนรี่ แครี่ (Henry Carey) รวมถึงจอร์จ ฟริเดริก ฮันเดล (George Frideric Handel) ต่างก็ถูกอ้างว่า เป็นคนที่แต่งเพลงนี้ขึ้นมา

ประเด็นเกี่ยวกับคนแต่งอาจจะยังไม่แน่ชัด แต่สิ่งที่บอกได้ชัดเจนก็คือ เพลงนี้ปรากฏอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 1745 โดยเนื้อร้องเวอร์ชั่นดั้งเดิมปรากฏอยู่ในนิตยสาร Gentleman’s Magazine และถูกนำไปบรรเลงในโรงละครหลายแห่งภายในกรุงลอนดอน

สาเหตุที่ทำให้โรงละครนำเพลงนี้ไปบรรเลง ก็เพื่ออำนวยพรและขอให้พระผู้เป็นเจ้าช่วยคุ้มครองพระเจ้าจอร์จที่ 2 กษัตริย์ของอังกฤษ ให้ทรงรอดปลอดภัย ภายหลังจากที่พระองค์พ่ายแพ้ในการรบต่อกบฎจาโคไบท์ ในการรบที่เพรสตันแพนส์ (Battle of Prestonpans)

และเมื่อถึงต้นศตวรรษที่ 19 เพลง God Save the Queen ก็กลายเป็นเพลงชาติของสหราชอาณาจักรตั้งแต่นั้นมา

* กบฎจาโคไบท์ (Jacobite Rebellion) คือกลุ่มกบฏที่ภักดีต่อราชวงศ์สจ๊วตที่เคยปกครองอังกฤษมาก่อน จาโคไบท์จึงต้องการทวงคืนอำนาจจากราชวงศ์ฮันโนเวอร์ที่ปกครองอังกฤษในตอนนั้น

อย่างไรก็ตาม ก็ได้มีทฤษฎีหนึ่งบอกว่า แท้จริงแล้วเพลงดังกล่าวมีจุดกำเนิดในฝรั่งเศส ในรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14

ย้อนไปในปี 1686 พระเจ้าหลุยส์ทรงมีอาการประชวรที่เรียกว่า 'Anal Fistula' หรือฝีคัณฑสูตร ซึ่งก็คือฝีที่อยู่ในรูทวาร อาการดังกล่าวเชื่อว่า เกิดจากการที่พระองค์ทรงม้ามากจนเกินไป

ศัลยแพทย์ฝีมือดีนามว่า ชาร์ล-ฟร็องซัว เฟลิกซ์ (Charles-François Félix) ถูกเรียกตัวมาเพื่อถวายการรักษา จริง ๆ เฟลิกซ์มีอาชีพเป็นช่างตัดผม แต่ในช่วงเวลานั้น ช่างตัดผมก็มีฝีมือในการผ่าตัดพ่วงมาด้วย

เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดต่อองค์กษัตริย์ เฟลิกซ์จึงใช้เวลาฝึกซ้อมในการผ่าตัดครั้งนี้นานถึงหลายเดือน และทดลองผ่าตัดกับนักโทษที่มีอาการแบบนี้เหมือนกัน

เมื่อผลการทดสอบเป็นที่น่าพอใจ เฟลิกซ์ก็ได้ลงมือผ่าตัดพระเจ้าหลุยส์ แน่นอนอุปกรณ์เครื่องมือผ่าตัดก็ไม่ทันสมัยเท่ากับยุคนี้ แถมยาสลบก็ยังไม่มี การผ่าตัดจึงเต็มไปด้วยความอันตราย แต่หลังจากใช้เวลาผ่าตัดนานกว่า 3 ชั่วโมง การผ่าตัดก็ประสบความสำเร็จ พระเจ้าหลุยส์ทรงปลอดภัย

เรื่องที่พระเจ้าหลุยส์ทรงประชวรและถูกผ่าตัด ทางราชสำนักฝรั่งเศสก็ได้พยายามปิดข่าวนี้ แต่สุดท้ายประชาชนฝรั่งเศสก็ล่วงรู้อยู่ดี ชาวฝรั่งเศสผู้จงรักภักดีต่อพระเจ้าหลุยส์ จึงพากันอธิษฐานขอให้กษัตริย์ของพวกเขาปลอดภัยหายจากการประชวร

ณ โรงเรียนสตรีหลวงในย่านแซงต์ซีร์ (Saint-Cyr) ที่อยู่ไม่ห่างจากพระราชวังแวร์ซายส์ มาดาม เดอบรินอน (Madame de Brinon) ครูใหญ่ของโรงเรียนได้เขียนบทกวีที่ชื่อ 'Grand Dieu Sauve le Roi' ที่แปลว่า พระผู้เป็นเจ้าที่ยิ่งใหญ่คุ้มครององค์กษัตริย์ เพื่อให้นักเรียนหญิงสวดอวยพรถึงพระเจ้าหลุยส์

เมื่อพระเจ้าหลุยส์ทรงเสด็จเยือนโรงเรียนสตรีแห่งนี้ มาดาม เดอบรินอน ก็ได้ให้นักแต่งเพลง ฌ็อง-บาติสต์ ลูว์ลี (Jean-Baptiste Lully) นำบทกวีของเธอไปทำเป็นเพลง และให้นักเรียนหญิงนำไปร้องประสานเสียงต้อนรับพระเจ้าหลุยส์

ต่อมาในช่วงปี 1714 เมื่อ จอร์จ ฟริเดริก ฮันเดล อยู่ในกรุงปารีส เขาก็ได้มีโอกาสฟังเพลง Grand Dieu Sauve le Roi เมื่อเดินทางกลับอังกฤษ ฮันเดลก็ได้ดัดแปลงเพลงนี้ให้เป็นภาษาอังกฤษ และกลายเป็นที่มาของเพลง God Save the Queen นั่นเอง

อ้างอิง

• Britannica. God Save the Queen. https://bit.ly/3yyv1l1

• Curious Rambler. God Save the Royal Derriere. https://bit.ly/3yyve7O

• Royal.UK. National Anthem. https://bit.ly/3IsFuCW

• The Good Life French. The British National Anthem is French… Maybe!. https://bit.ly/3uFa8TV

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...