โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่เคยรู้มาก่อน! พระเอกชื่อดัง เล่าชีวิต ต้องใช้หนี้ให้พ่อแม่ เดือนเป็นล้าน

The Bangkok Insight

อัพเดต 18 ก.ย 2565 เวลา 03.19 น. • เผยแพร่ 18 ก.ย 2565 เวลา 03.11 น. • The Bangkok Insight

แบงค์ ธิติ เล่าชีวิต ต้องใช้หนี้ให้พ่อแม่ เดือนเป็นล้าน เพราะพ่อกับแม่ไปกู้มาทำโรงแรม เพื่อให้เป็นรายได้กับลูก ๆ ในอนาคต ซึ่งตลอดระยะเวลาทำงานในวงการมานาน 8-9 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีเงินเก็บเลย

เป็นอีกพระเอกดาวรุ่งที่หลายคนคุ้นหน้า คุ้นตากันเป็นอย่างดี สำหรับแบงค์ ธิติ มหาโยธารักษ์ ที่เข้าสู่วงการบันเทิงจากการเข้ารอบเป็นคนที่ 3 ในการคัดเลือก 12 คนสุดท้าย Hormones The Next Gen จนได้เข้ามาเป็น 1 ใน 5 นักแสดงหน้าใหม่ที่ได้ร่วมเล่น ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น ซีซั่น 2 จนกระทั่งมีชื่อเสียงโด่งดังและได้ขึ้นแท่นเป็นพระเอกอีกคนของวงการไปแล้ว

แบงค์ ธิติ เล่าชีวิต ต้องใช้หนี้ให้พ่อแม่ เดือนเป็นล้าน

ล่าสุด (15 ก.ย.) หนุ่มแบงค์ ได้ออกมาเล่าเรื่องชีวิตในอดีตที่กว่าจะมีทุกวันนี้ ในรายการ วันบันเทิงTALK ซึ่งอย่างที่หลาย ๆ คนอาจจะทราบกันก่อนหน้านี้แล้ว ว่าครอบครัวของแบงค์นั้นทำธุรกิจโรงแรมอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น แต่ทว่าเจ้าตัวได้เล่าว่าข้างหลังบ้านอาจจะไม่ได้สวยงามที่หลายคนเห็น แบงค์ เผยว่า "การที่ครอบครัวเรามีธุรกิจโรงแรม 4-5 แท่งมันอาจจะข้างหลังบ้านไม่ได้อาจจะสวยงามที่คนเห็นข้างนอกก็ได้

พ่อแม่ไม่ได้เป็นคนที่มีเงิน ค่อนข้างจะเป็นลูกชาวนาเลย แม่ผมเป็นคนอุดรธานี คุณตาคุณยายเสียตั้งแต่แม่เพิ่งเกิด ต้องไปอยู่กับญาติ แม่บอกว่าวิธีการที่จะหาเงินไปโรงเรียนต้องไปหาบน้ำแลกกับเศษเงินแล้วก็เอาเศษเงินนั้นมาซื้ออุปกรณ์ให้กับตัวเอง ไม่มีเงินแม้กระทั่งซื้อก๋วยเตี๋ยวกิน ต้องรอจังหวะคนที่กินเสร็จแล้วลุก เขาก็ไปซดน้ำก๋วยเตี๋ยวต่อจากคนที่เขากินเสร็จแล้ว

แบงค์ เล่าต่อว่าแม่เริ่มขายกางเกงมือสอง พ่อมาจากใต้มีเงินติดตัวมาแค่ 500 บาท เพื่อซื้อเสื้อผ้ามือสองขาย ซึ่งพ่อกับแม่เลยมีโอกาสได้เจอกันที่ตลาดนัดโชคชัยสี่ ขายเสื้อผ้าแผงข้าง ๆ กัน จนได้เกิดความสัมพันธ์ คบกันมาตั้งแต่ตอนนั้น พอมีแบงค์เกิดขึ้นมาพ่อกับแม่เลยซื้อรถยนต์เพราะห่วงความปลอดภัยของลูก

ตอนนั้นพ่อแม่อยู่แฟลตแถวโชคชัย 4 สิ่งที่ยังพอจำได้บ้างในวัยเด็ก แบงค์ บอกว่าเห็นทั้งคู่ลงไปสตาร์ทรถเพื่อไปขายของ ไม่ได้อยู่ในฐานะปานกลางด้วยซ้ำ แต่พ่อแม่ก็ตั้งใจเลี้ยงมาให้ดีที่สุด เคยไปช่วยพ่อแม่ขายที่บิ๊กซีขอนแก่น ก็อยู่หอพักเก่า ๆ ที่มีห้องเดียวแล้วก็นอนพื้น ตัวเองก็อยู่นั่นด้วย ส่วนแรงบันดาลใจที่ทำให้มีธุรกิจโรงแรม เพราะเคยไปอยู่หอที่ขอนแก่นแล้วไม่ชอบ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจว่าต้องมีห้องเป็นของตัวเอง โรงแรมของตัวเอง

อพาร์ตเมนท์แรกที่ซื้อคือแท่งสองแท่ง เป็นหอพักรายวัน 2 แท่ง ตอนนั้นใช้เครดิตในการซื้อ แต่ไม่ได้กู้เงินนอกระบบ แม่ก็เป็นแม่บ้านอยู่ในโรงแรมที่ทำ ส่วนพ่อก็ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยด้วย เพราะตอนนั้นไม่มีเงินจ้างพนักงาน ผลัดเวรกันมาเป็นผู้จัดการ ก็หนักมาก ๆ หลังจากที่มีแมมมอธ 1 ก็ไปเข้า OD เพื่อที่จะกู้เงินมาอีกก้อนนึงเพื่อสร้าง แมมมอธ 2 แล้วก็ทำไปเรื่อย ๆ จนตอนนี้มีแมมมอธ 4 ตอนแรกเป็นรายเดือน อพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ก่อนที่จะขยายจนตอนนี้เป็นโรงแรมอย่างทุกวันนี้

สิ่งที่เขาทำมาทั้งหมดก็จะมีสิ่งที่ต้องจ่าย ทุกวันนี้แบงค์ ต้องจ่ายธนาคารประมาณ 7 หลักต่อเดือน ก็ประมาณล้านกว่า ๆ ทุกเดือน พอกู้มาเยอะ ๆ มันมีทั้งดอกเบี้ย และเงินต้น ทำงานตลอด 8-9 ปีที่ผ่านมาไม่ได้เก็บเงินเป็นเงินออมทรัพย์ของตัวเอง ต้องเอาเงินไปช่วยครอบครัว รายจ่ายแต่ละเดือนมันเยอะมาก ถามว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องไหมที่ต้องเอาเงินที่หาได้ไปช่วยหนี้ก้อนนี้ แบงค์ตอบว่ารู้สึกเป็นเรื่องที่ถูกต้อง

ตนมีความคิดอยู่ 2 อย่างว่าสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมด ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อลูก ทั้ง 2 คน ตนเองก็คิดว่าทรัพย์สินทั้งหมดมันก็ตกมาเป็นของตัวเองและก็น้อง พ่อแม่เคยบอกว่าอยากทำบางสิ่งบางอย่างทิ้งไว้ให้กับลูก ทำให้ตัวเองคิดว่าถูกต้องแล้วที่จะทำ อีกความคิดว่าคือไม่ต้องมีก็ได้นะ อยากให้พ่อกับแม่เลิกทำงานได้แล้ว ให้กลับมาพักผ่อนได้แล้ว ใช้เงินได้แล้ว เขาทำงานมาตั้งแต่เด็ก จนอายุ 50-60 ปี ไม่มีโอกาสใช้เงินเลย

เคยคุยว่าหรือจะขายไหม ถ้าขายแล้วเอาไปใช้หนี้ก็เหลือด้วยซ้ำ หากลองเอาเงินที่หามาได้ตลอด 8-9 ปี ที่ผ่านมา ไม่ต้องเอาไปจ่ายดอกเบี้ย ไม่ต้องจ่ายหนี้ที่มีอยู่ แบงค์สามารถเลี้ยงครอบครัวได้สบายมาก ที่หามาทั้งหมด แต่ตอนนี้ก็เหมือนเป็นการลงทุน หนี้สินหมดก็จะเป็นรายได้ในอนาคตได้ มันเลยเป็นสิ่งที่แม่อยากทิ้งไว้ให้ลูก ๆ ถ้าวันนึงแบงค์ไม่มีงานแสดงแล้ว เป็นเบาะที่จะรองรับลูกในวันที่ลูกตกลงมา

ขอบคุณ : วันบันเทิง oneบันเทิง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...