โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นไทย พักฐานหรือไปต่อ โบรกฯ ชี้ปัจจัยหนุน 1,500 จุดยังมี พร้อมเปิดโผหุ้นหลบดอย

Thairath Money

อัพเดต 20 ก.พ. เวลา 05.32 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 05.31 น.
ภาพไฮไลต์

หลังจากตลาดหุ้นไทยพุ่งทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงในเวลาเพียง 2 สัปดาห์หลังการเลือกตั้ง พร้อมกับกระแสเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่ไหลทะลักเข้ามาหลักหมื่นล้านบาท ทำให้ดัชนีปรับตัวขึ้นและเริ่มเข้าใกล้ระดับสำคัญ 1,500 จุด ที่หลายคนต่างเฝ้ารอคอยและลุ้นว่าจะสามารถผ่านขึ้นไปได้หรือไม่

แต่ล่าสุด เริ่มเห็นสัญญาณการย่อตัวและแรงขายทำกำไร โดยวันนี้ SET Index ปิดตลาดช่วงเช้าที่ 1,483.95 จุด ลดลง -9.96 จุด หรือ -0.67% จากดัชนีวันก่อนหน้า ทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า การปรับฐานรอบนี้เป็นเพียงการพักตัวระยะสั้นเพื่อไปต่อ หรือดัชนีได้ขยับขึ้นมาจนถึงจุดที่ "แพงเกินไป" แล้ว

หุ้นไทยหมดแรงขึ้นหรือยัง?

ภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ได้ให้ความเห็นกับ Thairath Money ว่า สำหรับภาพรวมของตลาดหุ้นไทยที่มีการย่อตัวลงมาในช่วงเช้านั้น สาเหตุหลักเกิดจาก 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่

1. การเผชิญแนวต้านสำคัญและการขายทำกำไร

หลังจากผ่านการเลือกตั้งมาได้ 2 สัปดาห์ ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องถึง 120 จุด โดยมีเม็ดเงินต่างชาติ (Fund Flow) ไหลเข้ามาซื้อกว่า 4 หมื่นล้านบาท

ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นที่รวดเร็วจนให้ผลตอบแทนสูงสุดติดอันดับโลก และการพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ ทำให้ดัชนีเข้าใกล้จุดสูงสุดในรอบ 1 ปี 4 เดือน ซึ่งเป็นช่วงกองทุนวายุภักษ์ในเดือนตุลาคม 2567 ทำให้จุดนี้กลายเป็นแนวต้านสำคัญและมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา

2. ปัจจัยกดดันจากตลาดหุ้นต่างประเทศ

ทั้งนี้ มองว่าตลาดหุ้นไทยย่อตัวตามทิศทางตลาดหุ้นโลก โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลงเมื่อวันก่อนหน้า ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ในเช้าวันนี้ก็ย่อตัวลงเช่นกัน อาทิ ญี่ปุ่นติดลบ 1.3% และฮ่องกงติดลบ 0.6%

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าการย่อตัวนี้เป็นเพียงการพักฐานทำกำไรระยะสั้น และภาพรวมตลาดน่าจะเข้าสู่สภาวะแกว่งตัวออกข้าง (Sideway) ก่อนจะค่อยๆ ขยับขึ้นได้ในระยะถัดไป

Valuation ยังน่าสนใจ แม้ก่อนหน้านี้ขึ้นมาแรง

ภราดร กล่าวว่า หากพิจารณาในเชิงพื้นฐานที่ระดับดัชนีบริเวณ 1,480 จุด ปัจจุบันมีค่า P/E อยู่ที่ระดับ 16 เท่า, P/BV ที่ 1.4 เท่า และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) อยู่ในระดับค่อนข้างสูงที่ 3.8% ต้องยอมรับว่าการที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นมารวดเร็ว ทำให้ "ราคาดูแพงขึ้นกว่าช่วงก่อนหน้าพอสมควร"

แต่หากพิจารณาเปรียบเทียบความน่าสนใจกับตลาดหุ้นต่างประเทศผ่าน ส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างตลาดหุ้นกับพันธบัตร (Market Earning Yield Gap:MEYG) จะพบว่าตลาดหุ้นไทยยังมีความน่าสนใจอยู่มาก

โดยไทยมี MEYG กว้างถึง 4.1% ในขณะที่ตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาติดลบอยู่ที่ -0.37% ดังนั้น ในเชิงเปรียบเทียบ ตลาดหุ้นไทยยังถือว่าเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจของกระแสเงินทุน

3 ปัจจัยดันหุ้นไทยไปต่อแน่! หวังเห็น 1,510 จุด

อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน บล.เอเซีย พลัส ยังประเมินเป้าหมายดัชนีเบื้องต้นไว้ที่ระดับ 1,510 จุด แต่ยังมีโอกาสที่จะขยับขึ้นไปได้อีก โดยมีปัจจัยหนุนหลัก ได้แก่

1. ผลประกอบการไตรมาสที่มีแนวโน้มออกมาดี โดยคาดว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนมีโอกาสเติบโตเป็นเท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีฐานต่ำ สะท้อนจากในช่วง 4 ไตรมาสที่ผ่านมา กำไรของบริษัทจดทะเบียนก็ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ซึ่งจะเป็นอัปไซด์เพิ่มเติมให้กับตลาด

2. ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นกว่า 16% ในช่วงเวลาเพียงเดือนกว่าๆ ซึ่งเป็นผลบวกโดยตรงต่อตลาดหุ้นไทยที่มีสัดส่วนของหุ้นกลุ่มที่อิงกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) สูงถึง 1 ใน 3 ของตลาด

3. การไหลกลับของเม็ดเงินต่างชาติ จากในช่วงที่ผ่านมาเริ่มเห็นสัญญาณการไหลกลับเข้ามาแล้วประมาณ 5 หมื่นล้านบาท จึงยังมีช่องว่างอีกมากที่ฟันด์โฟลว์จะไหลกลับเข้ามาเพิ่มเติม โดยเป็นการหมุนเงินจากหุ้นเติบโต กลับมาสู่หุ้นคุณค่ามากขึ้น

แนะจับตาเสถียรภาพการเมือง

ทั้งนี้ ภราดร ระบุว่า ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องให้น้ำหนักมากที่สุดในขณะนี้คือ "เสถียรภาพทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง"

ซึ่งตลาดมีความคาดหวังว่าการจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นไปตามไทม์ไลน์ มีเสียงข้างมากที่แข็งแรง และสามารถผลักดันนโยบายให้เกิดการปฏิบัติได้จริง เพื่อช่วยกระตุ้นตัวเลข GDP

หากการจัดตั้งรัฐบาลเกิดความล่าช้า ไม่ได้เสียงข้างมาก หรือนโยบายขาดความชัดเจนจนไม่สามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจได้เหมือนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จะกลายเป็นปัจจัยกดดันให้ดัชนีย่อตัวลง และอาจทำให้ฟันด์โฟลว์ที่เคยไหลเข้ามาอย่างแรงเกิดการชะลอตัวได้

ส่วนประเด็นความกังวลเรื่องการเลือกตั้งเป็นโมฆะนั้น หากกระบวนการตรวจสอบเป็นไปตามหลักวิทยาศาสตร์และกลไกทางกฎหมายโดยไม่มีความผิดปกติใดๆ ก็เชื่อว่าจะสามารถผ่านพ้นไปได้

ลงทุนตอนนี้ยังไงไม่ให้เสี่ยงติดดอย

เนื่องจากดัชนีปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรง ภราดร ประเมินว่าดัชนีบริเวณ 1,430 จุด ถือเป็นแนวรับที่แข็งแกร่งมาก เนื่องจากเป็นบริเวณต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนต่างชาติที่เพิ่งทยอยซื้อสะสมในรอบนี้

โดยธีมการลงทุนแนะนำให้เน้นหาหุ้นที่ราคายังปรับตัวขึ้นไม่ร้อนแรงเท่ากับตลาดรวม (Laggard) แต่มีแรงซื้อสะสมจากนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นตัวผลักดันให้ราคาหุ้นขยับขึ้นตามฟันด์โฟลว์ได้

โดยหุ้นเด่นที่แนะนำ (Top Picks) ได้แก่ BDMS, CPN, MTC, CBG, AMATA, GUNKUL และ SJWD เป็นต้น

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตลาดหุ้นไทย พักฐานหรือไปต่อ โบรกฯ ชี้ปัจจัยหนุน 1,500 จุดยังมี พร้อมเปิดโผหุ้นหลบดอย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...