โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผยความลับแห่ง “ดาวยูเรนัส”กล้องเจมส์ เวบบ์ เปิดภาพโครงสร้างชั้นบรรยากาศและแสงออโรราอันน่าทึ่ง

SPACEMAN

อัพเดต 20 ก.พ. เวลา 10.53 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 03.53 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ดาวยูเรนัส (Uranus) หรือที่คนไทยมักเรียกว่า "ดาวมฤตยู" มักถูกมองว่าเป็นดาวยักษ์น้ำแข็ง (Ice Giant) ที่เงียบเหงาและเยือกเย็นบริเวณขอบนอกของระบบสุริยะ แต่รู้หรือไม่ว่าภายใต้ความสงบนิ่งและสีฟ้าอมเขียวอันราบเรียบนั้น มีปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์ที่ซับซ้อนและน่าตื่นตาตื่นใจซ่อนอยู่

ล่าสุดจากการเปิดเผยข้อมูลในเดือนมกราคม 2568 กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (James Webb Space Telescope - JWST) ได้พาเราไปไขปริศนาใหม่ของดาวดวงนี้อีกครั้ง

ที่ผ่านมา การศึกษาชั้นบรรยากาศของดาวยูเรนัสเป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก แต่ด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของเครื่องมือ NIRSpec (Near-Infrared Spectrograph) หรือเครื่องสเปกโทรกราฟย่านใกล้อินฟราเรดบนกล้องเจมส์ เวบบ์ ทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติสามารถตรวจจับแสงเรืองรองจาง ๆ จากโมเลกุลที่อยู่สูงขึ้นไปเหนือชั้นเมฆของดาวได้สำเร็จ

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์สามารถจัดทำแผนที่โครงสร้างในแนวดิ่ง (Vertical structure) ของบรรยากาศชั้นบนของดาวยูเรนัส เผยให้เห็นว่าอุณหภูมิและอนุภาคมีประจุ (Charged particles) มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรในระดับความสูงที่แตกต่างกัน

ข้อมูลชุดใหม่นี้ได้มอบภาพถ่ายที่ละเอียดที่สุดเท่าที่เคยมีมา ซึ่งช่วยให้เราเข้าใจว่าแสงออโรรา (Aurora) หรือปรากฏการณ์แสงเหนือแสงใต้บนดาวยูเรนัสก่อตัวขึ้นที่ใด ไฮไลต์สำคัญจากการค้นพบ ได้แก่

  • ตรวจพบแถบแสงออโรราที่สว่างชัดเจน 2 แถบ บริเวณใกล้กับขั้วแม่เหล็กของดาว
  • ในพื้นที่บางส่วนระหว่างแถบแสงทั้งสอง พบว่ามีการแผ่รังสีและความหนาแน่นของไอออน (Ion density) ลดลง ซึ่งนักดาราศาสตร์คาดว่าเป็นผลโดยตรงจากการเปลี่ยนผ่านของเส้นสนามแม่เหล็ก
  • ดาวยูเรนัสมีลักษณะเฉพาะตัวคือมีแกนหมุนและสนามแม่เหล็กที่เอียงตะแคงอย่างรุนแรง ข้อมูลนี้ช่วยยืนยันว่าสนามแม่เหล็กที่ผิดปกตินี้มีอิทธิพลอย่างมากต่อการเกิดออโรรา
  • บรรยากาศของดาวยูเรนัสมีอุณหภูมิลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา

การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงแต่ไขความลับของแสงออโรราบนดาวยูเรนัส แต่ยังเปิดหน้าต่างบานใหม่ให้วงการดาราศาสตร์ได้เข้าใจถึงกระบวนการที่ "ดาวยักษ์น้ำแข็ง" ใช้ในการกระจายพลังงานในชั้นบรรยากาศระดับบน ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการทำความเข้าใจวิวัฒนาการของดาวเคราะห์ประเภทนี้ ทั้งในระบบสุริยะของเราและดาวเคราะห์นอกระบบ (Exoplanets)

ความก้าวหน้าเหล่านี้ทำให้เราต้องกลับมาตั้งคำถามว่า หากในอนาคตมนุษยชาติสามารถส่งยานอวกาศไปโคจรรอบดาวยูเรนัสเพื่อสำรวจแบบเจาะลึกได้จริงๆ เราจะได้พบกับความลับระดับโครงสร้างอะไรที่ซ่อนอยู่ภายใต้พายุหมอกน้ำแข็งนี้อีกบ้าง?

ข้อมูลอ้างอิง: NASA/ESA/ESA

  • Uranus (January 2025)
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...