โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ค่าหมอพุ่ง! เทรนด์ใหม่ประกันสุขภาพ “ระบุชื่อโรงพยาบาล” ช่วยคุมค่าเบี้ย แอกซ่าฯ จ่อออกของใหม่ปีนี้

Thairath Money

อัพเดต 20 ก.พ. เวลา 03.06 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. เวลา 03.00 น.
ภาพไฮไลต์

“เป็นหวัด หาหมอทีก็เสียเงินเกือบ 5,000 บาทแล้ว”

คำบ่นว่าค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้น เราได้ยินจากคนใกล้ตัวหรือเห็นบนโลกโซเชียลอยู่บ่อยๆ แม้นี่จะเป็นปัจจัยบวกให้คนสนใจทำประกันสุขภาพมากขึ้น แต่ในโลกความเป็นจริง “เบี้ยประกัน” ก็กำลังขยับเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อทางการแพทย์ (Medical Inflation) ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ

จากเรื่องนี้เลยเป็นสาเหตุให้ภาคธุรกิจร่วมกันผลักดันให้เกิด Copayment หรือการร่วมจ่ายขึ้นในปี 2568 ที่ผ่านมา เพื่อคุมไม่ให้เบี้ยประกันพุ่งสูงขึ้น และทุกคนเข้าถึงประกันสุขภาพได้

นอกจากนี้ยัง เห็นบริษัทประกันชีวิตเริ่มออก สัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพที่คนซื้อต้องใช้บริการในโรงพยาบาลเครือข่ายเท่านั้นถึงจะ “ไม่ต้องร่วมจ่าย” ข้อดีของสัญญาฯ กลุ่มนี้คือ เบี้ยประกันจะถูกกว่าแบบไปใช้ได้ทุกโรงพยาบาล

ล่าสุด ฝั่งประกันวินาศภัยก็เห็นเทรนด์นี้เช่นกัน “กิลโยม มิราโบว์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ AXA Thailand เล่าว่า ที่ผ่านมาเราเห็น Medical Inflation ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น จึงมีการพูดคุยและต่อรองกับโรงพยาบาลให้คุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลอยู่เสมอ ส่วนหนึ่งเพื่อตรึงการขึ้นเบี้ยประกันไม่เกินปีละ 5-6% ต่างจากในตลาดที่อาจเห็นการเพิ่มขึ้นเบี้ยประกันภัยสุขภาพบางรายถึง 20% (ปกติเบี้ยประกันสุขภาพจะขยับเพิ่มตามช่วงอายุอยู่แล้ว)

ในปี 2569 บริษัทฯ ยังตั้งเป้าขยายประกันสุขภาพทั้งแบบบุคคลและประกันกลุ่ม ผ่านผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเจาะทุกกลุ่มลูกค้า เช่น เบี้ยตั้งแต่ต่ำกว่า 10,000 - 300,000 บาทต่อปี และปีนี้จะออกผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพบุคคลตัวใหม่เพื่อเจาะกลุ่ม Mass จะมีทั้ง IPD, OPD ครบ แต่จะมีการระบุรายชื่อโรงพยาบาลในเครือข่ายไว้อย่างชัดเจนเป็นทางเลือกให้ลูกค้าเข้าถึงเบี้ยประกันสุขภาพที่เหมาะสม ฝั่งบริษัทฯ เองก็สามารถคุมค่าเบี้ยให้ไม่สูงขึ้นได้ เพราะคัดเลือกแล้วว่าเป็นโรงพยาบาลที่มีค่าบริการทางการแพทย์ที่เหมาะสม

กรณี Copayment ประกันสุขภาพส่วนบุคคลของ AXA Thailand มีฟีเจอร์ Copayment อยู่แล้วแต่ยังไม่ได้เริ่มใช้งาน เพราะพอร์ตของบริษัทฯ ยังมีกำไรอยู่ ส่วนประกันสุขภาพแบบกลุ่มขึ้นอยู่กับแต่ละองค์กรว่าเลือกแบบประกันแบบใด ซึ่งมีแบบ Copayment เปิดขายอยู่แล้ว

ส่วนภาพรวมของ AXA Thailand ในปี 2569 ยังตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยรับตรงเติบโตมากกว่า 10% จากปี 2568 ที่อยู่ราว 6,600 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนประกันภัยรถยนต์ 50%, สุขภาพ 25%, Commercial 20%, ประกันภัยเดินทาง (TA) ประกันอุบัติเหตุ (PA) และ Lifestyle อยู่ที่ 5% และมีอัตราค่าสินไหมทดแทน (Loss ratio) ยังอยู่ราว 60% กรณีไม่รวมเคสแผ่นดินไหวและน้ำท่วม

ท้ายที่สุด สงครามเบี้ยประกันสุขภาพในยุคเงินเฟ้อทางการแพทย์พุ่งสูง ไม่ได้สู้กันที่ 'ใครถูกกว่า' แต่สู้กันที่ 'ใครบริหารต้นทุนได้เก่งกว่า' การขยับตัวของ AXA Thailand ทั้งการระบุรายชื่อโรงพยาบาลและการเตรียมพร้อมระบบ Copayment คือภาพสะท้อนว่า ธุรกิจประกันกำลังปรับตัวเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงความคุ้มครองได้ในราคาที่เหมาะสม ส่วนคำตอบว่าแบบไหนจะ 'โดนใจ' มหาชนที่สุด คงอยู่ที่ว่าทางเลือกที่บริษัทประกันคิดใหม่ ทำใหม่เหล่านี้ จะตอบโจทย์กระเป๋าสตางค์และไลฟ์สไตล์ของคนไทยได้ดีแค่ไหน

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ค่าหมอพุ่ง! เทรนด์ใหม่ประกันสุขภาพ “ระบุชื่อโรงพยาบาล” ช่วยคุมค่าเบี้ย แอกซ่าฯ จ่อออกของใหม่ปีนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...