ทรัมป์ขู่ยกระดับสงคราม แต่จะไม่ยืดเยื้อหวั่นกระทบเลือกตั้ง
9 มีนาคม 2569 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศคำขู่จะยกระดับสงครามกับอิหร่านยิ่งขึ้นไปอีก หากอิหร่านยังยืนกรานปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลาง ในขณะเดียวกันทรัมป์ก็คาดว่า อีกไม่นานจะจบสงครามได้
ทรัมป์ขู่ยกระดับสงคราม ไม่ปลื้มผู้นำใหม่
เมื่อช่วงท้ายวันจันทร์ที่ 9 ตลาดเงินโลกผันผวนอย่างหนัก เพราะความกังวลว่า องค์กรและคณะความมั่นคงในอิหร่านจะรวมตัวกันสนับสนุนผู้นำคนใหม่ โมจตาบา คาเมเนอี รวมถึงท่าทีของอิหร่านที่ไม่ได้ยอมถอยท่าให้เลย ทรัมป์จึงได้ประกาศคำขู่ดังกล่าว
ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ ได้สร้างความเสียหายอย่างหนักต่อกองทัพอากาศและกองทัพเรือของอิหร่าน พร้อมคาดการณ์ว่า ความขัดแย้งจะสิ้นสุดลงก่อนกรอบเวลา 4 สัปดาห์ที่เขาเคยวางไว้ในตอนแรก อย่างไรก็ตาม เขายังไม่ได้นิยามว่า "ชัยชนะ" ในครั้งนี้จะมีลักษณะอย่างไร
ทรัมป์เตือนว่า สหรัฐฯ อาจเพิ่มระดับการโจมตีอย่างรวดเร็วหากอิหร่านพยายามปิดกั้นการจราจรของเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสัดส่วน 1 ใน 5 ของโลก
“เราจะถล่มพวกเขาให้หนักจนไม่มีทางที่พวกเขาหรือใครก็ตามที่ช่วยเหลือพวกเขาอยู่ จะช่วยฟื้นฟูสวนนั้นของโลกได้อีก” ทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าว
อิหร่านประกาศ จะเป็นคนจบสงคราม
ด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยการประกาศจะไม่ให้ “น้ำมันแม้แต่ลิตรเดียว” ไหลออกนอกตะวันออกกลาง หาสหรัฐฯ และอิสราเอลยังโจมตีอิหร่านต่อ
“เราจะเป็นคนกำหนดจุดจบสงคราม” สื่อรัฐอิหร่านรายงานคำพูดของโฆษกรัฐบาล
สัญญาณที่ขัดแย้งกันนี้ส่งผลให้ตลาดทะยานขึ้นลงเหมือนรถไฟเหาะ โดยราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและตลาดหุ้นดิ่งลงเหว ก่อนจะเหวี่ยงไปในทิศทางตรงกันข้ามหลังจากทรัมป์คาดการณ์ว่า สงครามจะจบลงเร็ว นอกจากนี้ ยังมีรายงานเกี่ยวกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรพลังงานของรัสเซียอีกด้วย
ชาวอิหร่านกับการเปลี่ยนแปลงผู้นำ
โมจตาบา คาเมเนอี ลูกชายของอดีตผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เขามีอายุ 56 ปี เป็นนักบวชชีอะห์ที่มีฐานอำนาจในกลุ่มกองกำลังความมั่นคงและอาณาจักรธุรกิจอันกว้างขวาง ทรัมป์ประกาศไม่ยอมรับในตัวผู้นำสูงสุดคนใหม่นี้ทันที และเรียกร้องให้อิหร่านยอมจำนนอย่างไร้เงื่อนไข
สื่อรัฐบาลอหร่านฉายภาพฝูงชนจำนวนมากในหลายเมืองรวมตัวกันสนับสนุนผู้นำคนใหม่ โบกธงอิหร่านและถือภาพพอร์ตเทรตของคาเมเนอีผู้พ่อ
ในเมืองอิสฟาฮาน กลุ่มผู้สนับสนุนรวมตัวกันที่จัตุรัสอิหม่ามอันเป็นประวัติศาสตร์ ตะโกนคำว่า “พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด” (Allahu Akbar) ฉลองให้กับผู้นำคนใหม่ มีภาพอาลีและโมจตาบา คาเมเนอีประดับเวที แต่เพราะมีการโจมตีทางอากาศห่างไปไม่ไกล เราจึงสามารถได้ยินเสียงระเบิดได้
ซาห์รา เมียร์บาเกรี นักศึกษาวัย 21 ปีจากเตหะรานกล่าวว่า การฉลองคือการตบหน้าศัตรู
“มันเป็นการตบหน้าศัตรูของเราที่คิดว่า ระบบจะพังทลายลงพร้อมกับการตายของพ่อเขา เส้นทางของท่านผู้นำที่ล่วงลับจะยังดำเนินต่อไป”
แต่ไม่ใช่ชาวอิหร่านทุกคนจะยินดีกับผู้นำใหม่คนนี้ สำนักข่าว Reuters รายงานว่า ชาวอิหร่านบางส่วนกังวลว่าสัญญาณแบบนี้จะทำลายความหวังในการสร้างความเปลี่ยนแปลง
ก่อนหน้านี้เมื่ออาลี คาเมเนอีเสียชีวิต ชาวอิหร่านจำนวนมาก็ออกมาเฉลิมฉลอง เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์ หลังจากกองกำลังความมั่นคงของเขาสังหารผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลหลายพันคนในเหตุการณ์ความไม่สงบเมื่อเดือนมกราคม
อีกสัญญาณความน่ากลัว ที่เป็นอุปสรคต่อารเปลี่ยนแปลงคือ กองกำลังปฏิวัติอิสลามยังมีความแข็งแกร่งมาก บาบัก วัย 34 ปี นักธุรกิจในเมืองอารักตอนกลางให้ความเห็นโดยไม่ขอเปิดเผยนามสกุล
“กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติและระบบยังคงทรงพลัง พวกเขามีกองกำลังนับหมื่นที่พร้อมสู้เพื่อรักษาเครือข่ายนี้ไว้ เราที่เป็นประชาชนไม่มีอะไรเลย” เขากล่าว
เป้าหมายของอิสราเอลและสหรัฐฯ
ด้านอิสราเอลกล่าวว่า เป้าหมายสงครามคือการโค่นล้มระบบการปกครองโดยนักบวชของอิหร่าน และเคยกล่าวไว้ว่า จะสังหารใครก็ตามที่ขึ้นมาสืบทอดตำแหน่งต่อจากคาเมเนอีผู้พ่อ เว้นแต่อิหร่านจะยุตินโยบายที่ต่อต้านอิสราเอล
และด้านเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ส่วนใหญ่กล่าวว่า เป้าหมายของสหรัฐฯ คือ การทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวว่า สงครามจะจบลงได้ก็ต่อเมื่อมีรัฐบาลอิหร่านยอมปฏิบัติตามเท่านั้น
ราคาน้ำมันพุ่ง แล้วก็ตก การเมืองสหรัฐฯ กระทบอย่างไร
สงครามครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ช่องแคบสำคัญที่ลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวไปทั่วโลก แต่ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เรือบรรทุกน้ำมันไม่สามารถเดินเรือได้ ด้านผู้ผลิตต้องหยุดการสูบน้ำมันเนื่องจากคลังเก็บน้ำมันจนเต็ม
หลังซาอุดีอาระเบียและสมาชิกโอเปกรายอื่นๆ ลดการผลิตลง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นประมาณ 7% ปิดที่ราคาสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2565 หลังจากทะยานขึ้นไปถึง 29% ในช่วงระหว่างวัน
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันย่อตัวลงในการขายนอกเวลา
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งผลอย่างมากต่อการเมืองสหรัฐฯ เนื่องจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีความกังวลเรื่องค่ารองชีพมาก การเลือกตั้งกลางเทอมที่จะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ จึงเป็นช่วงเวลาที่พรรครีพับลิกันของทรัมป์ต้องลุ้นว่า จะยังสามารถครองอำนาจไว้ได้หรือไม่
โพลของ Reuters/Ipsos ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์พบว่า ชาวอเมริกัน 67% คาดว่า ราคาน้ำมันจะสูงขึ้นในเดือนต่อ ๆ ไป และมีเพียง 29% เท่านั้นที่เห็นด้วยกับสงคราม
ทรัมป์อาจเลิกคว่ำบาตรบางประเทศ
เพื่อแก้ไขปัญหากังวลใจดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลต่อถานะของรีพับลิกันในครึ่งหลัง ทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ จะยกเว้นการคว่ำบาตรที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันให้กับ "บางประเทศ" แหล่งข่าวระบุว่า อาจหมายถึงรัสเซีย ซึ่งอาจหมายความว่า ทรัมป์จะผ่อนปรนบทลงโทษต่อรัสเซียในกรณีสงครามรัสเซีย-ยูเครน