หญิงชาวปากชมสู้ชีวิตร่อนทองน้ำโขง30ปีเลี้ยงลูกคน9คน สินสอดแต่งสะไภ้ก็ใช้ทองที่ร่อนได้
เลย-หญิงเมืองเลยสู้ชีวิต ร่อนทองริมน้ำโขงอำเภอปากชมมายาวนานร่วม 30 ปี เลี้ยงและส่งเสียลูก 9 คนเล่าเรียนจนเติบโต เผยทองหมั่นแต่งลูกสะไภ้ก็ ใช้ทองที่ร่อนหาได้จากน้ำโขงสะสมจนได้น้ำหนักทองคำกว่า 20 บาท
เป็นเรื่องราวสุดประทับใจในยุคที่ราคาทองคำพุ่งพรวดเป็นประวัติการณ์ เกือบทะลุ 100,000บาท/บาททองคำ เมื่อหญิงสู้ชีวิตชาวปากชม จ.เลย พิสูจน์ให้เห็นว่า "ความอดทน" สามารถเปลี่ยนกรวดทรายในแม่น้ำโขงให้กลายเป็นทรัพย์สินมหาศาล เลี้ยงปากท้องคนในเรือนหลายชีวิตและสร้างอนาคตให้ลูกหลานมานานกว่า 30 ปี
ยายแซว ชาวบ้านนาค้อ อำเภอปากชม เปิดเผยเรื่องราวชีวิตส่วนตัวว่า นอกจากการทำเกษตรกรรมทำไร่ทำนาเป็นอาชีพหลักแล้ว ทุกครั้งเมื่อถึงฤดูแล้ง โดยเฉพาะน้ำโขงลดระดับลงในห้วงเดือนมีนาคม-เมษายน ตนจะยึดอาชีพ "ร่อนทองคำแบบโบราณ” โดยใช้บ่าง ร่อนทอง บริเวณริมฝั่งน้ำโขงอำเภอปากชม
ด้วยอุปนิสัยมัธยัสถ์และความอดทน ของนางแซว ได้เก็บหอมรอมริบทองคำที่ร่อนได้ทีละเล็กทีละน้อย สะสมแล้วขายเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ค่าเทอมส่งเสียลูกเรียนหนังสือมาเรื่อยๆตั้งแต่สมัยราคาทองคำยังไม่กี่พันบาท จนปัจจุบันพุ่งสูงถึงบาทละ 70,000 - 80,000 บาทนางแซวก็ยังยึดอาชีพเสริมด้วยการลงน้ำโขงหาร่อนทอง เลี้ยงดูลูกชายลูกสาวรวม 9 คนจนเติบใหญ่สร้างครอบครัว
“ทองคำที่ร่อนด้วยน้ำพักน้ำแรงสะสมไว้หนักรวมๆกว่า 20 บาททองคำ ทยอยนำออกมาใช้เป็นสินสอดสู่ขอลูกสะใภ้และมอบเป็นทุนตั้งตัวให้ลูกๆทุกคน จะให้หนักกี่มากน้อยก็ว่ากันไปตามความจำของแต่ละคน ส่วนพวกหลานๆ ยายก็ให้อยู่นะคนละ 50 สตางค์”นางแซวบอก
นางแซว เล่าอีกว่า การร่อนทองคำต้องใช้ความอดทนสูงมาก เพราะเป็นการทำแบบโบราณ ขุดหินมาแต่ละก้อน มาร่อน มาสกัดออกมาเป็นฝุ่นทองคำ และนำมารวมก้อนทองด้วยปรอท หรือการ เนืองทอง การร่อนต้องใช้น้ำพักน้ำแรงเยอะมาก ทั้งร้อนทั้งเหนื่อย แต่ผลที่ได้มันคุ้มค่า เพราะมันคือความภูมิใจที่ได้สร้างเนื้อสร้างตัวได้พอสมควร
ด้านนายประยูร อรัญรุท รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจ ได้ลงพื้นที่ศึกษาถอดบทเรียนวิถีชีวิตชาวปากชม โดยระบุว่าในสภาวะที่ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างคาดไม่ถึง อาชีพการร่อนทองจึงไม่ใช่เพียงแค่ภูมิปัญญาชาวบ้าน แต่เป็น "โอกาสทางการเงิน ทางเศรษฐกิจ" ที่น่าสนใจ หากมีโอกาสในอนาคตจะหาแนวทาง ส่งเสริมอาชีพอย่างจริงจัง เตรียมผลักดันการร่อนทองให้เป็นอาชีพเสริมที่มั่นคงในช่วงฤดูแล้งเพราะจากการสอบถามชาวบ้านทราบว่า ได้ทองคำจริง แต่ต้องใช้เวลาและความอดทนเป็นอย่างมาก
“การลงพื้นที่พูดคุยกับพี่น้องประชาชน ได้ศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิต นำไปพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ต่อด้วยการยกระดับรายได้ ประเมินศักยภาพเชิงพื้นที่เพื่อสร้างโมเดลเศรษฐกิจฐานรากที่ยั่งยืนให้กับชาวอำเภอปากชม”รองผู้ว่าฯจ.เลยกล่าวและว่า
ปัจจุบัน มีชาวบ้าน ทั้งไทยและ สปป.ลาว เดินทางมาร่อนทองคำ ที่อำเภอปาชมรวมกว่า 200 จุด ในริมแม่น้ำโขง ในช่วง เดือนกุมภาพันธ์ – เมษายน ในช่วงฤดูแล้ง พร้อมกับประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงให้สอดส่องดูแลความปลอดภัย ในการร่อนทองของชาวบ้านตลอดจนหาแหล่งซื้อขายทองคำที่ได้มาจากธรรมชาติ ให้ได้ความยุติธรรมและความพึงพอใจทั้งสองฝ่ายทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO