MASTER เซฟตี้เหนือชั้นปักเป้ารายได้โต10%
#MASTER #ทันหุ้น – MASTER ย้ำมาตรฐานความปลอดภัยในฐานะโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งด้านความงาม ทีมแพทย์มากประสบการณ์ดูแลใกล้ชิด ฟากแม่ทัพหญิง “ลภัสรดา เลิศภานุโรจ” พร้อมคงเป้ารายได้โต 5-10%
นางสาวลภัสรดา เลิศภานุโรจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า จากกรณีกระแสข่าวผลกระทบจากการดมยาสลบในคลินิกศัลยกรรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ซึ่งส่งผลให้เกิดความกังวลในวงกว้าง บริษัทขอยืนยันว่า “มาสเตอร์พีซ” รวมถึงสถานพยาบาลในเครือพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่คลินิกที่เป็นข่าวดังกล่าว
ทั้งนี้ จากข้อมูลที่บริษัทได้รับ กรณีดังกล่าวเป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นระหว่างการดมยาสลบ ซึ่งโดยทั่วไปอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 10,000 ราย โดยในทางปฏิบัติ ผู้ป่วยจำนวนมากอาจไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะแพ้ยา หากไม่เคยผ่านการผ่าตัดใหญ่หรือการคลอดบุตรมาก่อน อย่างไรก็ตาม ในมุมของความรับผิดชอบ ผู้ให้บริการย่อมไม่สามารถปฏิเสธความเกี่ยวข้องได้ แม้ว่าผู้รับบริการจะยังไม่ได้เริ่มเข้ารับการผ่าตัดก็ตาม
มาตรฐานเข้ม
MASTER ให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนในการดมยาสลบมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีขั้นตอนสอบถามข้อมูลผู้รับบริการอย่างละเอียดก่อนเข้าสู่กระบวนการรักษา พร้อมจัดให้มีวิสัญญีแพทย์ดูแลและเฝ้าระวังอาการตลอดเวลา นอกจากนี้ บริษัทยังจัดเตรียมยาช่วยชีวิตคุณภาพสูงสำรองไว้ประจำในสถานพยาบาลอยู่เสมอ แม้ในบางครั้งจะไม่ได้ใช้งานจนหมดอายุและต้องทิ้งก็ตาม
การวางระบบดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวด เพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว และหากเกิดเหตุไม่คาดคิดก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที
สำหรับผลกระทบจากกระแสข่าวเชิงลบดังกล่าว บริษัทประเมินว่าอาจทำให้ผู้บริโภคเกิดภาวะตื่นตระหนกในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก แม้ว่าสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานจะยังคงมีระบบความปลอดภัยสูงสุดก็ตาม โดยอาจเกิดการเลื่อนนัดบางเคสออกไปบ้าง แต่ไม่ใช่การยกเลิกทั้งหมด
อย่างไรก็ดี บริษัทเชื่อว่าในระยะถัดไป ผู้บริโภคจะหันมาเลือกใช้บริการสถานพยาบาลในระดับโรงพยาบาลศัลยกรรมมากขึ้น แทนคลินิกขนาดเล็ก เนื่องจากมีความมั่นใจในด้านอุปกรณ์และบุคลากรทางการแพทย์มากกว่า ขณะที่ในระยะยาว เมื่อความกังวลคลี่คลายลง การตัดสินใจใช้บริการจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติตามกลไกตลาด
ส่วนภาพรวมธุรกิจในช่วงไตรมาส 1/2569 เดือนมกราคมยังมีทิศทางที่ดี แต่เริ่มชะลอตัวลงเล็กน้อยในเดือนกุมภาพันธ์ ขณะที่ปัจจัยความไม่แน่นอนจากสถานการณ์สงครามในต่างประเทศ ส่งผลให้ลูกค้ากลุ่มตะวันออกกลางบางส่วนขอเลื่อนการเดินทางออกไป อีกทั้งตลาดในประเทศยังเผชิญการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น จากปัจจัยดังกล่าว บริษัทประเมินว่า เดิมที่ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้าต่างชาติไว้ที่ 40% อาจต้องทบทวนใหม่ หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ โดยสัดส่วนลูกค้าต่างชาติอาจทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนที่ระดับประมาณ 27-30%
ดังนั้น กลยุทธ์ในระยะถัดไป บริษัทจะให้น้ำหนักกับตลาดในประเทศมากขึ้น โดยเน้นการสื่อสารเชิงให้ความรู้ผ่านคลิปวิดีโอจากบุคลากรระดับแพทย์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค มากกว่าการทำตลาดเชิงรุกในช่วงที่บรรยากาศตลาดยังมีความกังวล
เป้ารายได้โต 10%
ทั้งนี้ MASTER ยังคงคาดการณ์การเติบโตของผลประกอบการปี 2569 ไว้ที่ราว 5-10% ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน โดยบริษัทยืนยันจะยึดมั่นในมาตรฐานความปลอดภัย และเชื่อว่าความชัดเจนในการดำเนินงานจะช่วยรักษาฐานลูกค้าและสนับสนุนการเติบโตได้ตามเป้าหมาย