โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จับตาบทบาท ‘รัฐด่านหน้า’ ของไทยในการผลักดันสันติภาพในเมียนมา

The Reporters

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 07.39 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 07.39 น.

เย็นวันนี้ (18 ก.พ. 69) นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะพบปะหารืออย่างไม่เป็นทางการ (Ministers' Retreat) กับ นายตาน ส่วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเมียนมา ที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งนายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า เป็นการทำหน้าที่รัฐด่านหน้า (Frontline State) เพราะไทยเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากสถานการณ์ในเมียนมา ซึ่งหากเมียนมามีสันติภาพที่ยั่งยืน ไทยนี่แหละที่ได้ผลประโยชน์มากที่สุด

“เราเป็นรัฐด่านหน้า ที่มีพรมแดนติดกับเมียนมากว่า 2,400 กม. อะไรที่เป็นไปในเมียนมา ประเทศไทยได้รับผลกระทบ ถ้าเขามั่นคง เราก็มั่นคง”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า การพบปะหารืออย่างไม่เป็นทางการครั้งแรกกับรัฐมนตรีต่างประเทศของเมียนมา เป็นการหารือถึงแนวทางสันติภาพที่จะเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งในเมียนมา และต่อเนื่องจากการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนว่าด้วยเรื่องเมียนมา ที่ฟิลิปปินส์เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งไทยได้เสนอที่จะเป็นสะพานเชื่อม เพื่อให้เมียนมากลับสู่แนวทางฉันทามติ 5 ข้อ ของอาเซียน ที่จะนำไปสู่การสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน

“ไทยในฐานะประเทศด่านหน้า ที่มีพรมแดนติดกับเมียนมาและได้รับผลกระทบมากที่สุด จึงควรมีบทบาทในเรื่องนี้ และเห็นว่าช่วงจังหวะหลังเมียนมามีการจัดการเลือกตั้งทั่วไป น่าจะนำไปสู่จุดเปลี่ยนสำคัญต่อการผลักดันสันติภาพในเมียนมาให้เป็นไปตามฉันทามติ 5 ข้อของอาเซียนได้”

นายสีหศักดิ์ ยืนยันว่า การพบปะหารือครั้งนี้ไม่ใช่การแสดงว่าไทยยอมรับการเลือกตั้งของเมียนมา หรือยอมรับรัฐบาลทหาร หรือความสัมพันธ์เข้าสู่ปกติแล้ว แต่เป็นการใช้บทบาทของไทยในการสร้างปฏิสัมพันธ์และโน้มน้าวให้เมียนมาเริ่มพูดคุย เริ่มกระบวนการปรองดอง เพื่อกลุ่มชาติพันธุ์ที่ต่อต้านทั้งหลายโดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ชายแดนไทย เช่น กลุ่มกะเหรี่ยง คะยา ไทใหญ่ ได้เริ่มพูดคุยได้

“การเลือกตั้งที่รัฐบาลเมียนมาจัดขึ้น ทางตะวันตกอาจไม่รับรอง และต้องยอมรับว่ามันเป็นการเลือกตั้งที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่สันติภาพและการพูดคุย ซึ่งขึ้นอยู่กับรัฐบาลเมียนมา แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย อาจจะมีการสู้รบมากขึ้น ช่วงนี้จึงเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ เราอยากให้เขาเดินตามเส้นทางสันติภาพให้ได้”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เป็นความตั้งใจของไทยที่อยากให้มีการ Re-engage กับเมียนมา แต่ต้องมีความเป็นสัดส่วน ค่อยเป็นค่อยไป และอยากให้เมียนมานำแนวทางฉันทามติ 5 ข้อไปปฏิบัติ เพื่อกลับสู่แนวทางของอาเซียน

การพบปะหารืออย่างไม่เป็นทางการของรัฐมนตรีทั้ง 2 ประเทศ จะมีขึ้นในช่วงเย็นของวันนี้ ซึ่งผลการหารือไม่ได้ออกมาเป็นข้อตกลงอะไร แต่เป็นการพบปะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจที่จะเดินทางกลับเข้าสู่แนวทางสันติภาพ ซึ่งต้องเริ่มจากภายในของเมียนมาด้วย เมียนมาต้องมีบทบาทนำและเป็นเจ้าของ (Myanmar-led Myanmar-owned)

สำหรับบทบาทรัฐด่านหน้า (Frontline State) ของไทย ในครั้งนี้เป็นการกลับมาใช้บทบาทในฐานะประเทศด่านหน้าในรอบกว่า 30 ปี นับจากปัญหาสงครามเวียดนาม-กัมพูชา และเป็นการแสดงบทบาทนำของไทยในการให้อาเซียนกลับเข้ามามีส่วนสำคัญต่อการสร้างสันติภาพในเมียนมา

การประชุมครั้งนี้ฝ่ายไทย มีนายจักร บุญ-หลง ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนายพิษณุ สุวรรณะชฎ รักษาการเลขาธิการคณะมนตรีเพื่อสันติภาพและความปรองดองแห่งเอเชีย ซึ่งทั้งสองคนเป็นอดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ที่มีความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ในเมียนมาด้วย

“หลักการพูดคุยจะคุยในเรื่องนี้ เราต้องการทราบว่าทางรัฐบาลทหารจะมีรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง จะเดินหน้ากระบวนการภายในของเขาอย่างไร เราก็หวังเดินหน้าในการพูดคุย ปรองดอง เพื่อนำไปสู่สันติภาพของเมียนมาด้วย”

นายสีหศักดิ์ กล่าวย้ำว่า ไทยจะมีบทบาทนำในการสร้างสันติภาพเมียนมา แต่ไม่ใช่ผู้นำ เพราะทุกคนก็มองมาที่ไทยว่าไทยจะเดินหน้าอย่างไร ซึ่งไม่ใช่รับรองรัฐบาลทหาร แต่เป็นการชักจูง ให้เขาไปสู่กระบวนการสันติภาพ แต่การกลับมามีปฏิสัมพันธ์ ต้องออกแรง เช่น เปิดพื้นที่ให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมากขึ้น ต้องมีตัวชี้วัด ว่าเขาตอบสนองอย่างไร เช่น

1.เปิดพื้นที่ให้มีการช่วยเหลือทางมนุษยธรรมไปถึงประชาชนที่ต้องการและได้รับความเดือดร้อนมากขึ้น

2.การลดระดับการใช้ความรุนแรงต่อพลเรือน

3.การเริ่มกระบวนการพูดคุยกับกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ซึ่งฝ่ายไทยพร้อมจะช่วยอำนวยความสะดวกเป็นผู้ประสานกับกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ชายแดนไทย

รวมถึงการปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังด้วยเหตุผลทางการเมือง สามารถปล่อยได้ไหม เราอยากเห็นเมียนมาที่ก้าวสู่สันติภาพที่ยั่งยืน ไทยก็มีผลประโยชน์เฉพาะหน้า และไม่ทอดทิ้งสันติภาพในเมียนมา ไม่ทอดทิ้งแนวทางอาเซียน

“ถึงเวลาแล้วที่อาเซียนต้องมียุทธศาสตร์ เพราะฉันทามติ 5 ข้อ เข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว ก็ไม่มีความคืบหน้าอะไร มีเพียงการแต่งตั้งผู้แทนพิเศษ แต่ปัญหาคือเราจะปล่อยความหวังไว้กับผู้แทนพิเศษอย่างเดียวไม่ได้ เมื่อมีจังหวะที่เขามีการเลือกตั้ง เป็นจังหวะของการเปลี่ยนผ่าน และไทยน่าจะมีบทบาทในเชิงรุกมากขึ้น”

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เชื่อว่า เมียนมาก็อยากให้การเลือกตั้งได้รับการรับรองจากประเทศต่าง ๆ มากขึ้น จึงเชื่อว่าถ้าเขามีแนวทางต่อกระบวนการสันติภาพที่ชัดเจน ก็น่าจะมีการยอมรับได้ จึงหวังว่าจะมีความคืบหน้าในเชิงบวก และจะนำไปเสนอในที่ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนต่อไป

นายสีหศักดิ์ ได้กล่าวไว้ก่อนจะมีการพบปะกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมาในเย็นวันนี้ ซึ่งจะมีการแถลงข่าวในช่วงเวลาประมาณ 17.00 น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...