โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“เวียดนาม” คุมเข้มตลาดทอง ปรับหนักผลิต-ค้าทองผิดกฎหมาย สกัดตลาดมืด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 15.33 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 08.33 น.

"เวียดนาม" ออกกฤษฎีกาใหม่กำหนดโทษปรับสูงสุด 300 ล้านดองต่อผู้ผลิตทองคำผิดกฎหมาย พร้อมลงโทษการลักลอบนำเข้า สกัดตลาดมืด

วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.37 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า เวียดนามออกมาตรการปรับเงินและลงโทษผู้เกี่ยวข้องกับทองคำผิดกฎหมาย เพื่อสกัดการค้าทองในตลาดมืด ในประเทศที่ทองคำได้รับความนิยมสูงจนประชาชนจำนวนมากเคยใช้อ้างอิงราคาสินค้า ตั้งแต่มอเตอร์ไซค์ไปจนถึงบ้านเรือน เป็นราคาทองแทนเงินดอง

ภายใต้กฤษฎีกาเลขที่ 340 (Decree 340) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ผู้ที่ผลิตทองคำอย่างผิดกฎหมายอาจถูกปรับสูงสุดถึง 300 ล้านดอง หรือราว 11,550 ดอลลาร์ ขณะที่ผู้ลักลอบนำทองคำข้ามพรมแดนอาจถูกปรับ 100 ล้านดอง และผู้ซื้อทองคำแท่งจากผู้ขายที่ไม่มีใบอนุญาตอาจถูกปรับ 20 ล้านดอง

มาตรการดังกล่าวมีขึ้นไม่กี่เดือนหลังจากรัฐบาลเวียดนามยกเลิกการผูกขาดการค้าทองคำและการผลิตทองในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ เวียดนามซึ่งเป็นรัฐพรรคเดียว เคยควบคุมตลาดทองคำเบ็ดเสร็จนานกว่าทศวรรษ

ในปี 2555 รัฐบาลได้กำหนดให้ State Bank of Vietnam เป็นศูนย์กลางการผลิตทองคำแท่งและการค้ากับต่างประเทศ และแต่งตั้ง Saigon Jewelry Company เป็นผู้ผลิตทองคำรายเดียวในประเทศ

การผูกขาดประกอบกับความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) ทำให้ราคาทองในประเทศสูงกว่าราคาตลาดโลก ขณะเดียวกัน ราคาทองคำในตลาดโลกก็พุ่งแรงอยู่แล้ว โดยปีที่แล้วปรับตัวขึ้นราว 70% และเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด

ทางการกรุงฮานอยระบุว่า ต้องการลด “กระแสคลั่งทองคำ” ที่ผลักดันความต้องการเข้าสู่ตลาดมืด และหวังว่าการเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทมากขึ้น จะช่วยเพิ่มอุปทานที่ถูกกฎหมายและกดราคาทองในประเทศให้ใกล้เคียงตลาดโลก

นอกจากนี้ทั้งภาครัฐและเอกชนบางส่วนต้องการให้ประชาชนลดการสะสมทองคำแท่งไว้ในบ้าน และหันนำเงินออมไปลงทุนในกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตแทน

เมื่อปีที่แล้ว อดีตผู้อำนวยการของ Saigon Jewelry Company ถูกตัดสินจำคุก 25 ปี ในคดีทุจริตและใช้อำนาจโดยมิชอบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามคอร์รัปชันครั้งใหญ่ของเวียดนาม บทความแสดงความเห็นในเว็บไซต์ข่าวของรัฐ VietNamNet ระบุว่า การผูกขาด “เปิดเงื่อนไขที่สมบูรณ์แบบให้พลังอำนาจกลายเป็นอภิสิทธิ์ที่ไร้การตรวจสอบ” และเมื่อไม่มีการแข่งขัน การกำกับดูแลก็อ่อนแอ ขณะที่โอกาสแสวงหากำไรก็เพิ่มขึ้น

ตามข้อมูลของ World Gold Council เวียดนามเป็นตลาดทองคำแท่งใหญ่อันดับ 3 ของเอเชีย รองจากจีนและอินเดีย โดยผลสำรวจปีที่แล้วพบว่า ประมาณ 80% ของชาวเวียดนาม มองว่าทองคำเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และความไม่มั่นคงระยะยาว

ทั้งนี้ทองคำ อสังหาริมทรัพย์ และหุ้นในประเทศ ถือเป็นช่องทางการลงทุนหลักของชาวเวียดนาม ขณะที่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่สามารถโอนเงินออกนอกประเทศได้อย่างเสรี

ที่ผ่านมา สื่อเวียดนามมักรายงานราคาทองคำเป็นประจำ และทองคำยังคงเป็นที่พึ่งสำคัญหลังสงครามในทศวรรษ 1970 และความผันผวนทางเศรษฐกิจในทศวรรษ 1980 จนผู้คนคุ้นชินกับการประเมินมูลค่าสินค้าเป็น “ตำลึงทอง” แทนค่าเงินดองที่ผันผวน

ขณะนี้รัฐบาลเริ่มออกใบอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์และสถาบันอื่น ๆ สามารถผลิตทองคำและค้าทองในรูปวัตถุดิบได้ โดยผู้ฝ่าฝืนกฤษฎีกา 340 ซึ่งยังจำกัดการขายเครื่องประดับและสถานที่ค้าทอง อาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตหรือยึดทองคำที่ครอบครอง

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วอาเซียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...