'ดอกไม้ในกาบระเบิด' ผลงาน 'ปันยา พันทะพานิด'
รายงานพิเศษ | ปราโมทย์ ในจิต
‘ดอกไม้ในกาบระเบิด’
นวนิยายซีไรต์ ‘นักเขียนลาว’
ผลงาน ‘ปันยา พันทะพานิด’
ปันยา พันทะพานิด อายุ 56 ปี เกิดในปี พ.ศ.2512 ที่นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เริ่มต้นเส้นทางอาชีพนักเขียนในปี พ.ศ.2529 ขณะที่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษา ผลงานในช่วงแรกของเขา ได้แก่ บทกวี เรื่องสั้น และบทความต่างๆ ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์และนิตยสารหลายฉบับ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 ถึง พ.ศ. 2550
เขาเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ใหม่ และเขียนคอลัมน์ให้กับสื่อสิ่งพิมพ์อื่นๆ อีกหลายฉบับ
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะอักษรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว และศึกษาต่อระบบเร่งรัดด้านเทคนิคการกระจายเสียงวิทยุและโทรทัศน์ ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
ช่วงระหว่างปี พ.ศ.2550 ถึง พ.ศ.2557 เขาดำรงตำแหน่งหัวหน้ากองบรรณาธิการของสถานีโทรทัศน์ลาวสตาร์ ในช่วงเวลาดังกล่าว เขาได้เขียนบทโทรทัศน์ และภาพยนตร์สั้น รวมถึงกำกับดูแล และ เขียนบทรายการ “ที่นี่เมืองลาว” รายการสารคดีท่องเที่ยว ซึ่งเป็นรายการที่ได้รับรางวัลนาคราชทองคำ ในฐานะบทยอดเยี่ยมและรายการสารคดียอดเยี่ยม
ตั้งแต่ปี พ.ศ.2558 จนถึงปัจจุบัน เขาได้ร่วมงานกับสำนักพิมพ์ลาวดวงเดือน ในฐานะหัวหน้าฝ่ายบรรณาธิการ ซึ่งเขาได้ตีพิมพ์ผลงานของตนเอง และผลงานวรรณกรรมอื่นๆ ออกสู่สังคมลาวอย่างสม่ำเสมอ ในปี พ.ศ.2565 เรื่องสั้น “รักระหว่างรบ” ของเขาได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศจากงาน “ปีแห่งความสามัคคีลาว-เวียดนาม”
ปี 2567 นวนิยาย “ดอกไม้ในกาบระเบิด” ได้รับรางวัลซีไรต์ลาว (ค.ศ.2024)
ผลงานรวมเล่มที่ผ่านมา
-สืบทาว ลาวมะโหลี (ศึกษารากเหง้าดนตรีและนาฏศิลป์ลาว) พ.ศ.2562
-เสียงเรียกตามหลังของใครบางคน (รวมเรื่องสั้นและบทกวี) พ.ศ.2563
-เส้นเสียงจากปลายปากกา (ประสบการณ์และผลงานในการประพันธ์เพลง) พ.ศ.2565
-ด้วยแรงระลึกถึง (รวมเรื่องสั้น) พ.ศ.2567
-ดอกไม้ในกาบระเบิด (นวนิยาย) พ.ศ.2567
-บทกวีของนก (รวมบทกวีนิพนธ์) พ.ศ.2568
-วาดหัวใจบนแผ่นฟ้า (นวนิยาย) พ.ศ. 2568
นอกจากผลงานนวนิยาย บทกวี และเรื่องสั้นแล้ว ปันยา พันทะพานิด เขายังเป็นนักแต่งเพลงชั้นนำของลาว โดยได้แต่งเพลงให้กับศิลปินดังทั้งลาวและไทย
: นวนิยาย “ดอกไม้ในกาบระเบิด” ได้แรงบันดาลใจมาจากไหน? ต้องการนำเสนออะไร?
เริ่มจากชื่อเรื่อง “ดอกไม้ในกาบระเบิด” ได้แรงบันดาลใจจากที่มีโอกาสเดินทางไปเชียงขวาง และได้เห็นตามบ้านเรือนในชนบทเขาใช้เปลือกหรือกาบของลูกระเบิดที่แงะออกมาทำเป็นแปลงปลูกผัก ปลูกดอกไม้ จากนั้นมันก็กลายเป็นแนวความคิดที่ว่า บนความโหดร้ายเศษซากแห่งสงครามทำลายก็ยังมีความงามที่ก่อเกิดขึ้นมาได้
ส่วนเนื้อหาที่อยากนำเสนอก็คือ เราเอาดอกไม้ที่เบ่งบานในกาบของระเบิดเหล่านั้นมาเปรียบเทียบกับประเทศลาวที่ถูกทำลายล้างอย่างหนักจากระเบิดอเมริกา ลาวฟื้นประเทศมาได้ปีนี้ครบ 50 ปีพอดี มันเป็นการเบ่งบานที่สวยงาม แต่มันก็ยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ เพราะใต้พื้นดินหลายแห่งยังมีระเบิดที่ฝังอยู่ และเก็บกู้เท่าไรก็ไม่หมดไม่สิ้น…
เนื่องด้วยเคยเป็นนักข่าว และมีโอกาสเดินทางไปทำข่าว เขียนสารคดีเรื่องระเบิดตกค้าง จึงสะสมข้อมูลเรื่องนี้ค่อนข้างมากก็เลยนำมาเรียงร้อยว่าจะให้มันเป็นนวนิยายอย่างไรที่จะสะท้อนการหันหน้ามาดูแลอย่างจริงจังจากผู้ที่เอามันมาทิ้งลงมาเพื่อทำลาย ขณะเดียวกันก็หวังจะให้ปัญหานี้ได้เป็นที่กล่าวถึงอย่างต่อเนื่อง ทั้งต่อคนรุ่นใหม่ของลาวเองหรือเป็นเสียงเรียกร้องเล็กๆ เสียงหนึ่งที่ส่งไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน ก็คือความเป็นสากล
แต่เพื่อไม่ให้ออกแนวสารคดีเกินไป จึงหาวิธีนำเสนอในแบบทั้งการเรียกร้อง มีมิตรภาพ และความรัก ระหว่างผู้มาช่วยเก็บกู้ระเบิดที่วางตัวให้เป็นพระเอกซึ่งเป็นชาวอเมริกา ได้เข้ามาเห็นด้วยตา กับนางเอกที่ทำงานเป็นนักเก็บกู้ระเบิด และอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย
นางเอกก็เปรียบดังดอกไม้ที่บอบบาง แต่ความกล้าหาญที่จะทำเพื่อพี่น้องคนลาว และเพื่อผืนแผ่นดินประเทศชาติ
: เห็นบอกว่าชอบเขียนเรื่องสั้นมากกว่าแนวอื่น กล่าวถึงผลงานเรื่องสั้นตนเองที่ชอบให้ฟังบ้าง?
ความจริงเรื่องสั้นนั้นเขียนมามาก ตั้งแต่สมัยที่หนังสือพิมพ์ วารสารเฟื่องฟู ซึ่งเริ่มจากแนวรักๆ ใคร่ๆ แบบหนุ่มสาว และค่อยๆ พัฒนามาแบบสะท้อนสังคม มีอยู่หลายเรื่อง ผลงานผมเองที่ชอบและพอใจที่สุดก็มีเช่น หมาเข้าบ้านดอมหาง, ประวัติมืด, วันเข้าการปฏิวัติ, น้ำคำสังคม เป็นต้น ซึ่งเรื่องสั้นต่อๆ มานี้กำลังจะรวบรวมเป็นรูปเล่ม คาดว่าจะออกมาช่วงต้นหรือกลางปีหน้านี้
ปกหนังสือภาษาลาว
: เป็นนักแต่งเพลงให้ค่ายเพลง ทั้งปั้นนักร้องด้วย ทั้งลาวและไทยด้วย?
เริ่มจากทำงานร่วมกับค่ายเพลงลาวอินเตอร์เทนเมนต์ ในเครือไชชะนะกรุ๊ป เป็นค่ายเพลงใหญ่ในช่วงปี 1992 (2535) มีโอกาสแต่งเพลงให้ศิลปินในค่าย ชื่อ สุดใจ พูเฮืองหง เพลงที่ดังคือ เพลงจะไปก็ไป ซึ่งนำทำนองเพลงจีนเปาบุ้นจิ้นมาใส่เนื้อลาว
พอค่ายเพลงปิดตัวลงก็ถูกทาบทามให้มาทำงานเป็นผู้ดูแลงานโฆษณาและแต่งเพลงในบริษัทซันนี่โปรโมชั่น แต่งเพลงให้ศิลปินในค่าย เช่น สมบัด อินทะนาไล นักร้องชนะเลิศระดับชาติแจ้งเกิดในเพลงฝากรักสาวโพนต้อง เมื่อบริษัทปิดตัวลงก็มาทำกันเองในนามกลุ่มลาวดวงเดือน แต่งเพลงหลายแนว และเขียนเพลงแนวเพื่อชีวิตให้ ให้ศิลปินแม็ก วงสะกุน มีเพลงที่คนรู้จักคือ เสียงเรียกจากป่า, คน-สัตว์-ป่าไม้
…ขณะเดียวกันก็ได้ตั้งกลุ่มคนทำงานด้านดนตรีชื่อว่า “สหายเร็กคอร์ด” ผลิตเพลงให้กับค่ายเพลงสบายดีมีเดีย ปั้นนักร้องหน้าใหม่ให้กับวงการ ได้แก่ สิดทิพน เสียงสะหวัน, ขันไช ไชนำโชก, คม ชะนะ เพลงที่ดังได้รับความนิยมสูงก็มีเพลง กำปั้นตีดิน, เสน่ห์สาวเมืองอุบล, เหงาในคืนฟ้าหม่น…สร้างศิลปินสาวชื่อ พุดสา พาสะหวัด แจ้งเกิดดังทันทีด้วยเพลงแรกโนเกีย-โนเมีย จากนั้นก็แต่งเพลงเรื่อยๆ มาจนกระทั่งปัจจุบัน
ส่วนศิลปินไทย เนื่องจากได้มีโอกาสเดินทางมาแลกเปลี่ยนศิลปวัฒนธรรม 2 ฝั่งโขง ได้รู้จักฮักแพงกันกับผู้เล่นดนตรีทางฝั่งไทยหลายคน จึงมีค่ายเพลงฝั่งไทยสนใจ และติดต่อซื้อเพลง นำมาให้ศิลปินไทยร้อง ได้แก่ แมน มณีวรรณ เพลงหัวใจหล่นที่เมืองพล ไพจิตร อักษรณรงค์ เพลงกงพนังที่ฝังใจ และเพลงพรมแดนบ่กั้นรัก
และก็มีการร่วมงานกับเพื่อนฝูง น้องรักที่ฮักแพง อย่างเช่น พิทักษ์ เสริมราษฎร์, หยิน ศิลาแรง และนิด ลายสือ เป็นต้น
ที่ชนบทลาว แขวงเชียงขวาง นำเปลือกหรือกาบระเบิดมาทำแปลงปลูกผักและดอกไม้ รวมทั้งทำเรือด้วย
: การทำงานตั้งแต่บัดนี้ และต่อๆ ไป วางแผนทำอะไรบ้าง?
ปัจจุบัน ก็รวบรวมงานพิมพ์เป็นเล่มออกมาทั้งเรื่องสั้น บทกวี และนวนิยาย ซึ่งน่าจะเป็นปีหน้าสืบต่อๆ ไป
ส่วนงานแต่งเพลง ก็หันมาผลิตออกทางสื่อ YouTube และแต่งเพลงต่อไปเรื่อยๆ
: มีข้อคิดเห็นอะไรบ้างที่จะฝากถึงแวดวงวรรณกรรมลาว ไทย และอาเซียน?
โดยส่วนตัวคิดว่า วรรณกรรมเป็นดั่งหนึ่งสะพานที่เชื่อมต่อถึงกันทั้งลาว-ไทย-อาเซียน มีงานวรรณกรรมไทยที่ผมอ่านแล้วชื่นชอบและศรัทธาอยู่หลายๆ ท่าน มีเพื่อนฝูงเพื่อนพ้องที่เป็นนักเขียน นักกวี เป็นนักร้อง นักดนตรีของเมืองไทย ก็คิดว่าการอ่านวรรณกรรมระหว่างกันและกันจึงเป็นเรื่องที่ดี ก็ถือเป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองการนำเสนอ มุมมองการสะท้อนชีวิต-สังคม หลายแง่มุม
ก็อยากฝากผลงาน “ดอกไม้ในกาบระเบิด” นี้ไว้ด้วย ซึ่งน่าจะได้พิมพ์สองภาษาที่จะสามารถสื่อออกไปได้กว้างไกล ทั้งไทยและอาเซียน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ดอกไม้ในกาบระเบิด’ ผลงาน ‘ปันยา พันทะพานิด’
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly