โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ปริญญา จี้กกต.เคลียร์ นับ 100 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มเฉพาะเลือกปาร์ตี้ลิสต์ ถึง 6.6 หมื่นคน

Khaosod

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ปริญญา จี้กกต.เคลียร์ นับ 100 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มเฉพาะเลือกปาร์ตี้ลิสต์ ถึง 6.6 หมื่นคน

อ.ปริญญา โพสต์เฟซบุ๊ก จี้ กกต. เคลียร์บัตรเขย่ง นับครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ข้องใจเพิ่มเฉพาะเลือก สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ถึง 6.6 หมื่นคน

วันที่ 3 มี.ค. 2569 นายปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ความแปลกประหลาดเมื่อ กกต.ประกาศจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งครบ 100% หน่วยเลือกตั้งที่นับเพิ่ม 5,784 หน่วย มีผู้เลือกแบบบัญชีรายชื่ออย่างเดียว 66,942 คน

นายปริญญา ระบุว่า วันเสาร์ที่ 28 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา ตนได้เขียนถึงความผิดปกติ หลายประการของการประกาศจำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 100% ของ กกต. เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2569 ที่ประกาศหลังการเลือกตั้งถึง 18 วัน และประกาศหลังการประกาศผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน

แต่เรื่องผิดปกติดังกล่าวก็จะเบาไปทันที เมื่อเทียบกับประเด็นเรื่องบัตรเขย่ง ในตอนนับคะแนน 94.33% (ขาด 5.68%) จากที่เคย ‘เขย่ง’ กัน โดยบัตรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งมากกว่าบัตรแบบบัญชีรายชื่อถึง 66,939 ใบ พอประกาศนับคะแนนครบ 100% (นำอีก 5.67% มารวม) บัตรเขย่งก็ลดลงอย่างฉับพลันทันทีโดยเหลือเพียงแค่ 3 ใบ

เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ผิดปกติที่สุด จึงขอหยิบยกเรื่องนี้มากล่าวถึงเป็นการเฉพาะ โดยขอแยกประเด็นให้เข้าใจง่ายๆ ดังนี้ 1.ในตอนนับคะแนน 94.33% มีผู้ไปใช้สิทธิ์แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 34,632,581 คน พอประกาศครบ 100% มีผู้ไปใช้สิทธิ์เพิ่มเป็น 37,807,778 คน จำนวนที่เพิ่มขึ้นคือ 3,175,197 คน

2.ส่วนจำนวนผู้ไปใช้สิทธิ์แบบบัญชีรายชื่อ ในตอนนับคะแนน 94.33% มีผู้ไปใช้สิทธิ์ 34,565,642 คน ประกาศครบ 100% ผู้ไปใช้สิทธิ์เพิ่มเป็น 37,807,781 คน จำนวนที่เพิ่มขึ้นคือ 3,242,139 คน

3.หักลบกันคือ 3,242,139 - 3,175,197 = 66,942 คน นั่นคือคะแนนส่วนที่นับเพิ่มขึ้นมาอีก 5.67% มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อมากกว่าแบบแบ่งเขตจำนวน 66,942 คน

4.การนับคะแนนแล้ว 94.33% ในเว็บ ECT report 69 หมายถึงจากหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 101,331 หน่วย (รวมล่วงหน้าและนอกราชอาณาจักร) นับเสร็จ 95,583 หน่วย นั่นคือในตอนนั้นเหลืออีก 5,784 หน่วย ซึ่งคิดเป็น 5.67% ยังไม่ได้เอามานับ

5.นั่นหมายความว่า ใน 5,784 หน่วยที่เอาคะแนนมานับเพิ่มให้เป็น 100% นี้ มีผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง 66,942 คน ลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) อย่างเดียว โดยไม่ลงคะแนนในบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต (บัตรสีเขียว) และทำให้บัตรสีเขียวที่เขย่ง 66,939 ใบหายไปฉับพลัน แล้วบัตรสีชมพูกลายเป็นมากกว่าแทน โดยมากกว่า 3 ใบ

คำถามคือ จะเป็นไปได้อย่างไรที่คนมากถึง 66,942 คนใน 5,784 หน่วยนี้ จะพร้อมใจกันจะเลือกแบบบัญชีรายชื่อแต่เพียงอย่างเดียว ทุกคนได้รับบัตร 2 ใบ ทำไมจึงเลือกแค่ใบเดียว หรือหย่อนลงหีบบัตรแค่หีบเดียวมากถึงขนาดนี้ การทำลายบัตร หรือนำบัตรออกมาก็ผิด พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส.

ทำไม กปน. จึงไม่เห็น และถ้าจะเลือกใบเดียว ก็จะน่าจะเลือก สส.แบบแบ่งเขตมากกว่า ทำไมไปเลือกแต่แบบบัญชีรายชื่อ

นายปริญญา ระบุว่า สรุป ในบรรดาความผิดปกติทั้งหมด เรื่องนี้ผิดปกติที่สุด หาก กกต.จะบอกว่าที่ประกาศ 94.33% เป็นประกาศไม่เป็นทางการจึงนำมาอ้างอิงไม่ได้ แต่อย่าลืมว่า กกต.ได้ปล่อยข้อมูลนี้ไว้ถึง 10 วันจนถึงวันที่ 18 ก.พ. จึงได้ปิดเว็บนี้ไป ถ้ามีข้อมูลไม่ถูกต้องทำไม 10 วันจึงไม่แก้ไข

“จนทำให้คนสงสัยว่า การแก้ไขมาเกิดกับคะแนนจาก 5.67% หรือจาก 5,784 หน่วยที่เหลือหรือไม่ แล้วจะสงสัยกันต่อไปอีกว่า ที่ประกาศจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลังวันเลือกตั้งผ่านไป 18 วันเกี่ยวกันกับเรื่องนี้หรือไม่ นี่เป็นเรื่องที่ กกต. ต้องทำให้เกิดความกระจ่างโดยเร็วที่สุด หาไม่แล้ว คนจะไม่มีทางหายสงสัยเรื่องความสุจริตและเที่ยงธรรมของการเลือกตั้งครั้งนี้” นายปริญญา ระบุ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปริญญา จี้กกต.เคลียร์ นับ 100 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มเฉพาะเลือกปาร์ตี้ลิสต์ ถึง 6.6 หมื่นคน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...