โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SHR กำไรปกติทะลุ600ล.เคาะปันผลทำสถิติสูงสุด

ทันหุ้น

อัพเดต 02 มี.ค. เวลา 02.28 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 02.28 น.

#SHR #ทันหุ้น –SHR โชว์กำไรปกติแตะ 615 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ รายได้รวม 1.02 หมื่นล้านบาท รับแรงหนุนโรงแรมในไทยโต 21% ฟากบอร์ดเคาะปันผล 0.055 บาทต่อหุ้น รวมทั้งปี 0.070 บาทต่อหุ้น เป็นระดับสูงสุด เล็งทุ่มงบลงทุนโครงการใหม่มูลค่า 3-3.5 พันล้านบาท

มร. ไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด(มหาชน) หรือ SHR เปิดเผยว่า ผลประกอบการประจำปี 2568 มีรายได้จากการดำเนินงานรวมที่ 10,299 ล้านบาท รับแรงหนุนแกร่งจากโรงแรมในประเทศไทยที่รายได้เติบโตขึ้นกว่า 21% จากปีก่อน

โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากความสามารถในการปรับเพิ่มอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย(ADR) และการดึงดูดกลุ่มลูกค้าศักยภาพที่มีกำลังใช้จ่ายสูงประกอบกับการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กลุ่มบริษัทรายงานกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว (Normalised Net Profit) ในปี 2568 ที่จำนวน 615 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

** ตั้งด้อยค่าปรับพอร์ต

ทั้งนี้มีบริษัทได้มีการตั้งด้อยค่าจากการปรับพอร์ตโฟลิโอเพื่อเสริมสร้างศักยภาพการทำกำไรในอนาคต โดยเฉพาะจากการลงนามสัญญาจำหน่ายหุ้นทั้งหมดของ Juputer Hotels Limited ที่มีการดำเนินธุรกิจโรงแรมจำนวน 15 แห่งในสหราชอาณาจักร ที่ไม่ได้อยู่ในทำเลที่มีศักยภาพ และมีข้อจำกัดด้านการเติบโตและการทำกำไร

การตั้งด้อยค่าดังกล่าวทำให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4,264.7 ล้านบาท ซึ่งหากไม่รวมรายการดังกล่าวค่าใช้จ่ายบริหารจะอยู่ที่ 2,232.4 ล้านบาท ดังนั้นบริษัทจึงมีผลขาดทุนสุทธิที่ 1,586 ล้านบาท ในปี 2568

ด้านคณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัตินำเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นการจ่ายเงินปันผลประจำปี 2568 ในอัตรา 0.055 บาทต่อหุ้น โดยเมื่อรวมกับเงินปันผลระหว่างกาลที่ได้จ่ายไปก่อนหน้า คิดเป็นเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 0.070 บาทต่อหุ้น เป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ที่บริษัท เคยประกาศจ่ายเงินปันผลมา สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งและสม่ำเสมอให้แก่ผู้ถือหุ้น

** ลงทุนโครงการใหม่

ขณะที่ในปี 2569 บริษัทตั้งงบการลงทุนในโครงการใหม่จำนวน 3,000 – 3,500 ล้านบาท โดยมุ่งลงทุนในโครงการบราวน์ฟิลด์ (Brownfield) ที่มีศักยภาพในการสร้างผลกำไรหรือการเพิ่มมูลค่า (Uplift) ในอนาคต เนื่องจากสามารถขับเคลื่อนผลตอบแทนกลับมาได้ในระยะเวลาที่รวดเร็วกว่าการลงทุนในรูปแบบอื่น

นอกจากนี้ บริษัทยังได้บรรลุความคืบหน้าสำคัญในการปรับพอร์ตการลงทุนและดำเนินการตามแผนกลยุทธ์หมุนเวียนสินทรัพย์ (Asset Rotation) ผ่านการเข้าทำรายการจำหน่ายโรงแรมจำนวน 15 แห่งที่มีข้อจำกัดด้านศักยภาพการเติบโตและการทำกำไร (Non-core assets) ในสหราชอาณาจักรแม้จะส่งผลให้ต้องมีการรับรู้ขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (Non-recurring expenses) แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพการทำกำไรและสร้างผลตอบแทนของบริษัท ในอนาคต

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะเข้ามาสนับสนุนให้อัตราการทำกำไรปรับตัวสูงขึ้น คือผลลัพธ์จากการปรับโครงสร้างพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มสินทรัพย์ที่ถูกพิจารณาขายออกไปได้บันทึกผลขาดทุนสุทธิอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นปัจจัยลบสำคัญที่กดดันความสามารถในการทำกำไร โดยคาดว่าอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นเป็นประจำ หรือ Recurring EBITDA Margin จะสูงขึ้นจากระดับ 25-26% มาอยู่ที่ระดับ 27–30%

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...