เที่ยวบินป่วนหนักจากเหตุโจมตีอิหร่าน ทำไมประกันการเดินทางถึงอาจไม่คุ้มครอง
สายการบินต่างๆ ได้ยกเลิกเที่ยวบินหลายพันเที่ยวตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้คนจำนวนมากที่ต้องแวะเปลี่ยนเครื่องในสนามบินกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง
แต่หลายคนที่ซื้อประกันการเดินทางไว้เพื่อเป็นเบาะรองรับทางการเงินจากเหตุหยุดชะงักเหล่านี้ อาจจะต้องผิดหวัง
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินทางระบุว่า นั่นเป็นเพราะกรมธรรม์การเดินทางมาตรฐานมักจะยกเว้นความคุ้มครอง สำหรับเหตุหยุดชะงักที่เกี่ยวข้องกับการทำสงครามและการปฏิบัติการทางทหาร
ข้อสรุปคือนักท่องเที่ยวที่พลาดการเดินทางบางส่วนหรือทั้งหมด อาจไม่ได้รับการชดเชยจากบริษัทประกันสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ขอคืนเงินไม่ได้ เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน โรงแรม หรือทัวร์ ส่วนผู้ที่ติดอยู่ต่างประเทศก็อาจไม่ได้รับเงินชดเชยสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่จ่ายไปสำหรับค่าอาหารหรือค่าที่พักเพิ่มเติม
“มีหลายสถานการณ์ที่ประกันการเดินทางจะไม่คุ้มครองคุณ” Sally French ผู้เชี่ยวชาญด้านการเดินทางจาก NerdWallet กล่าว
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับบริษัทประกันแต่ละราย รวมถึงรายละเอียดเงื่อนไขย่อยในกรมธรรม์ด้วย ตัวอย่างเช่น ปฏิกิริยาลูกโซ่จากการปฏิบัติการทางทหาร เช่น เที่ยวบินล่าช้า หรือต่อเครื่องไม่ทัน อาจได้รับความคุ้มครองภายใต้กรมธรรม์บางฉบับที่มีผลประโยชน์ครอบคลุมกรณีการเดินทางล่าช้า
“ด้วยเหตุนี้ สายการบินหลักๆ จึงได้ระงับเที่ยวบินที่มุ่งหน้าไปและบินผ่านภูมิภาคนี้ พร้อมกับปิดศูนย์กลางการบินระดับโลกที่สำคัญอย่างดูไบ อาบูดาบี และโดฮา” Lauren McCormick โฆษกของ Squaremouth เว็บไซต์เปรียบเทียบประกันการเดินทาง เปิดเผยผ่านเว็บไซต์เมื่อวันจันทร์ (2 มีนาคม)
โดยภาพรวม มีเที่ยวบินหลายพันเที่ยวถูกระงับเนื่องจากการปิดน่านฟ้าเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ความปั่นป่วนยังคงดำเนินต่อไปในวันจันทร์ โดยมีเที่ยวบินถูกยกเลิกไป 1,560 เที่ยว หรือคิดเป็นประมาณ 41% ของเที่ยวบินที่มีกำหนดเดินทางมายังกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง ตามข้อมูลจาก Cirium บริษัทข้อมูลด้านการบิน
ประกันการเดินทางอาจคุ้มครองอะไรบ้างในเหตุโจมตีอิหร่าน?
McCormick บอกกับ CNBC ว่าแต่ละกรมธรรม์และสถานการณ์การเดินทางนั้นมีความแตกต่างกัน อาจมีบางกรณีที่กรมธรรม์ให้ความคุ้มครองครอบคลุมถึงผลกระทบจากการปฏิบัติการทางทหาร ดังนั้นสิ่งสำคัญคือต้องอ่านเงื่อนไขย่อยของกรมธรรม์อย่างละเอียดเพื่อดูว่ามีเงื่อนไขใดเข้าข่ายบ้าง
ตัวอย่างเช่น ข้อจำกัดความคุ้มครองเหล่านั้นมักจะเจาะจงใช้กับ การยกเลิกและการหยุดชะงักของการเดินทาง (Trip cancellation and interruption) ซึ่งหมายถึงกรณีที่นักเดินทางต้องการยกเลิกทริปทั้งหมดก่อนออกเดินทาง หรือต้องตัดจบทริปกลางคัน
นักเดินทางบางรายอาจได้รับความคุ้มครอง หากการปฏิบัติการทางทหารทำให้สายการบินต้องเปลี่ยนเส้นทางบินเนื่องจากปัจจัยต่อเนื่อง เช่น ศูนย์กลางการบินหยุดชะงัก การจัดตารางเวลาของลูกเรือใหม่ หรือปัญหาขัดข้องทางกลไกที่เกิดจากตารางการบินที่แน่นขึ้น
นอกจากนี้ นักเดินทางที่ซื้อความคุ้มครองเสริมเฉพาะทาง เช่น ความคุ้มครองแบบ “ยกเลิกด้วยเหตุผลใดก็ได้” (Cancel for any reason) หรือ “หยุดชะงักด้วยเหตุผลใดก็ได้” (Interruption for any reason) อาจสามารถเรียกคืนค่าใช้จ่ายในการเดินทางบางส่วนได้
โดยกรมธรรม์แบบ “ยกเลิกด้วยเหตุผลใดก็ได้” จะมีผลสำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ออกเดินทาง ส่วนกรมธรรม์แบบ “หยุดชะงักด้วยเหตุผลใดก็ได้” มีไว้สำหรับผู้ที่อยู่ระหว่างทริปการเดินทางแล้ว
โดยทั่วไป กรมธรรม์เหล่านี้จะมีราคาสูงกว่าและมาพร้อมกับข้อแม้ เช่น การจำกัดเพดานจำนวนเงินที่สามารถเบิกคืนได้ และกรอบเวลาที่นักเดินทางสามารถแจ้งยกเลิกได้
อ้างอิง: