อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขู่เผาเรือทุกลำที่กล้าผ่าน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างอิงสื่อทางการอิหร่าน เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569 ระบุว่านายเอบราฮิม จาบารี ที่ปรึกษาอาวุโสของผู้บัญชาการสูงสุดกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้ประกาศคำเตือนที่รุนแรงที่สุดว่า"ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดแล้ว" และหากเรือลำใดพยายามฝ่าฝืนน่านน้ำนี้ กองกำลัง IRGC และกองทัพเรืออิหร่านจะระดมยิงจนเรือเหล่านั้นลุกเป็นไฟ
การประกาศครั้งนี้ถือเป็นความพยายามของอิหร่านในการตอบโต้ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมุ่งเป้าโค่นล้มระบอบการปกครองของอิหร่าน โดยก่อนหน้านี้อิหร่านได้ระดมยิงขีปนาวุธใส่ประเทศเพื่อนบ้านที่ให้ที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ เช่น กาตาร์, คูเวต และบาห์เรน มาแล้ว
เส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลกถูกตัดขาด
ช่องแคบฮอร์มุซมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากเป็นเส้นทางเดินเรือที่เชื่อมต่อผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของอ่าวเปอร์เซีย ทั้งซาอุดีอาระเบีย, อิหร่าน, อิรัก และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เข้ากับทะเลอาหรับ
ปริมาณน้ำมัน: ประมาณ 20% ของปริมาณการบริโภคน้ำมันดิบทั่วโลกในแต่ละวันต้องขนส่งผ่านช่องแคบนี้
ความแคบ: จุดที่แคบที่สุดของเส้นทางนี้มีความกว้างเพียง 33 กิโลเมตร ทำให้การปิดกั้นทางทหารทำได้ง่ายและส่งผลกระทบรุนแรง
วิกฤตซ้อนวิกฤต: การปิดช่องแคบครั้งนี้เกิดขึ้นซ้ำเติมปัญหาการเดินเรือในทะเลแดงและอ่าวเอเดนที่ถูกกลุ่มฮูตีโจมตีมาตั้งแต่ปี 2023
ตลาดน้ำมันโลกส่อแววปั่นป่วน
นักวิเคราะห์เตือนว่าการทำตามคำขู่ของเตหะรานในครั้งนี้จะทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและอาจนำไปสู่ภาวะชะงักงันของอุปทานพลังงานทั่วโลก หากสหรัฐฯ และพันธมิตรไม่สามารถเปิดเส้นทางเดินเรือได้ในเร็ววัน ความขัดแย้งที่ขยายตัวสู่สงครามเต็มรูปแบบในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เขย่าความมั่นคงในตะวันออกกลาง แต่กำลังลามไปถึงกระเป๋าสตางค์ของคนทั่วโลกในรูปแบบของราคาเชื้อเพลิงที่พุ่งกระฉูด