SET ร่วงแรง 29 จุด หลุด 1,500 หลังความกังวลสงครามอิหร่าน ดันน้ำมันพุ่ง 7%
ความเคลื่อนไหวดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดการซื้อขายภาคเช้าวันนี้ (2 มี.ค. 69) ที่ระดับ 1,499.07 จุด ลดลง 29.19 จุด หรือเปลี่ยนแปลง 1.91% จากปิดตลาดก่อนหน้า ในช่วงระหว่างเปิดการซื้อขายภาคเช้าดัชแกว่งตัวชนกรอบสูงสุดและต่ำสุดที่ระดับ 1,515.99-1,489.36 จุด มีมูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 60,913.42 ล้านบาท
5 หุ้นมูลค่าซื้อขายสูงสุด
- GULF ราคา 58.75 บาท ลดลง 3.25 บาท หรือ 5.24% มูลค่าซื้อขาย 4,179.92 ล้านบาท
- PTTEP ราคา 139.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท หรือ 1.89% มูลค่าซื้อขาย 3,855.27 ล้านบาท
- TRUE ราคา 14.00 บาท ลดลง 0.50 บาท หรือ 3.45% มูลค่าซื้อขาย 3,821.28 ล้านบาท
- DELTA ราคา 282.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท หรือ 1.08% มูลค่าซื้อขาย 3,163.62 ล้านบาท
- ADVANC ราคา 369.00 บาท ลดลง 11.00 บาท หรือ 2.89% มูลค่าซื้อขาย 2,933.778 ล้านบาท
หุ้นไทย sideway down
นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด เปิดเผยว่า ประเมิน SET Index แกว่งตัว sideway down ในกรอบ 1,500-1,530 จุด ตลาดกังวลความขัดแย้งในอิหร่านที่สร้าง “geopolitical risk premium” สูงขึ้นในระยะสั้นหลังสหรัฐฯ และอิสราเอล เข้าปฏิบัติการทหารสังหารผู้นําอิหร่าน
ขณะที่อิหร่านก็ได้มีการตอบโต้โจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศรอบข้างเช่นเดียวกัน ซึ่งประเด็นสําคัญมาจากการเจรจาเกี่ยวกับโครงการพัฒนาขีปนาวุธและโครงการนิวเคลียร์ที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีความเห็นไม่ตรงกัน
นอกจากนี้ ทางการอิหร่านออกคําเตือนเกี่ยวกับการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เบื้องต้นราคาน้ำมันดิบ WTI เช้านี้ปรับตัว +7.12% แตะระดับ 71.79 ดอลลาร์ ส่วนราคาทองคำปรับตัว +2.18%
ในเชิงกลยุทธ์ มองเป็น sentiment เชิงบวกต่อกลุ่มพลังงานน้ามัน-ปิโตรฯ และกลุ่มเดินเรือ แนะนำเก็งกำไร PTTEP BANPU PTTGC IVL TOP RCL TTA และPSL รวมถึงทองคำ GOLD19 ขณะที่กลุ่มที่ได้รับ sentiment เชิงลบที่พึ่งพาตลาดตะวันออกกลาง เช่น กลุ่มท่องเที่ยว โรงพยาบาล มองเป็นจังหวะสะสมเมื่ออ่อนตัว เช่น AOT MINT BH และBCH
ขณะที่กลุ่มส่งออกไปจีนอาจได้รับผลกระทบเชิงอ้อม เนื่องจากอิหร่านส่งออกน้ำมันไปจีนในสัดส่วนสูงอาจกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจจีนให้อ่อนแอลง เช่น CPF GFPT TFG TKN และ COCOCO เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ตลาดพลังงานเคลื่อนไหวผันผวนตามข่าวการเจรจานิวเคลียร์โดยสัญญา WTI ปิดที่ 67.02 ดอลลาร์/บาร์เรล (+2.78%) และ Brent ที่72.48 ดอลลาร์/บาร์เรล (+2.45%) จากความเสี่ยงอุปทานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม OPEC+ มีมติทยอยเพิ่มกําลังการผลิต 206,000 บาร์เรล/วัน ในเดือนเม.ย. เพื่อลดแรงกดดันด้านราคา