โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทย หลังเลือกตั้ง เปิดตลาดพุ่ง 2.32 % ดัชนีบวก 31.47 จุด ขานรับพรรคภูมิใจไทย แลนด์สไลด์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ก.พ. เวลา 10.38 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 03.21 น.

วันที่ 9 ก.พ.2569 ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET)ปรับตัวขึ้นแรงขานรับผลเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทย ได้เสียงข้างมากชนะถล่มทลาย (แลนด์สไลด์)

ณ เวลา 10.00 น.ดัชนีหุ้นไทยเปิดตลาดที่ 1,835.48 จุด เพิ่มขึ้น 31.47 จุด(+2.32 %) ถือว่าดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะพุ่งแตะระดับสูงสุดที่ 1,380 จุด

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย และนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) หรือสมาคมบลจ. มีมุมมองว่าตลาดหุ้นไทย (SET)ปี 2569 ดีกว่าปีที่ผ่านมา คาดปีนี้ได้เห็นจุดสูงสุดที่ 1,400 จุด

โดยช่วงผลการเลือกตั้งออกมาอย่างเสร็จสมบูรณ์รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างมีเสถียรภาพและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจคาดว่าได้เห็น SET ทะลุ 1,400 จุดได้เช่นกัน

“เป้าหมายดัชนีหุ้นไทย 1,400 จุด ไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน แต่คือบทพิสูจน์ความเชื่อมั่น ความท้าทายที่แท้จริงไม่ใช่แค่ตัวเลขดัชนี แต่คือการรอคอยความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจจากรัฐบาลชุดใหม่ที่จะเกิดขึ้น”

นางชวินดามองว่าในช่วงครึ่งปีหลัง หากการจัดตั้งรัฐบาลไม่ถูกหน่วงเหนี่ยวด้วยกระบวนการร้องเรียนจนล่าช้าเกินไป ทิศทางของเศรษฐกิจก็จะชัดเจนขึ้น

ดังนั้นหัวใจสำคัญในการผลักดันตลาดทุนให้เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขกำไรในหน้าจอ แต่คือการผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน เพราะเมื่อเศรษฐกิจพื้นฐานดี ประชากรอยู่ดีกินดี ตลาดทุนก็จะเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งและเป็นธรรมชาติในที่สุด

นางชวินดา กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยภายหลังการเลือกตั้ง จากสถิติในอดีตพบว่ามักมีโอกาสปรับตัวในทิศทางบวกต่อเนื่อง แม้จะยังมีความกังวลเกี่ยวกับกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลที่อาจล่าช้าจากการร้องเรียนต่าง ๆ แต่ตลาดได้สะท้อนความคาดหวังต่อโครงสร้างรัฐบาลใหม่ไปในระดับหนึ่งแล้ว ส่งผลให้แรงกดดันเชิงลบเริ่มจำกัด

ขณะเดียวกัน บรรยากาศการลงทุนหลังการเลือกตั้งยังเต็มไปด้วยความคาดหวังควบคู่กับความระมัดระวัง โดยตลาดทุนไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ แม้ภาพในอดีตจะชี้ว่าตลาดมีแนวโน้มเดินหน้าต่อได้หลังการเลือกตั้ง แต่ในครั้งนี้นักลงทุนยังคงจับตาปัจจัยแวดล้อมอย่างใกล้ชิด

“เริ่มเห็นสัญญาณการขยับของเม็ดเงินลงทุนอย่างค่อยเป็นค่อยไป นักลงทุนสถาบันในประเทศไม่ได้รอเพียงความชัดเจนทางการเมืองเท่านั้น แต่เริ่มทยอยสะสมหุ้นเข้าพอร์ตอย่างเงียบ ๆ สะท้อนมุมมองเชิงบวกในระยะกลางถึงยาว”

ขณะที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มแสดงความเชื่อมั่นมากขึ้นผ่านกระแสเงินทุนที่ไหลเข้า (ฟันด์โฟลว์)มาอย่างสม่ำเสมอตั้งแต่ต้นปี โดยเน้นการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ (บิ๊กแคป)ที่เป็นแกนหลักของตลาด ส่วนแรงขายจากบางสถาบัน เช่น กลุ่มประกันหรือกองทุนประกันสังคม เป็นเพียงการปรับสัดส่วนการลงทุนตามรอบปกติ และไม่ได้สะท้อนสัญญาณการลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามเมื่อดัชนีทะลุระดับ 1,400 จุดแล้ว ความท้าทายคือจะยืนระยะได้ถึงสิ้นปีหรือไม่ เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยลงทุนในกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) หรือ กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG)

บล.ทิสโก้ คาดว่า Upside ตลาดไม่น่าจะไปได้ไกลเรื่อย ๆ จนถึง 1500 จุด และห่วงอาจมีปรับฐานลงในช่วงปลายไตรมาส 2 ต่อเนื่องไตรมาส 3 จากปัจจัยพื้นฐานในแง่ของเศรษฐกิจและกำไรบจ.ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงได้เร็วในระยะสั้น และไม่ว่ารัฐบาลใหม่จะเป็นใครต่างมีข้อจำกัดการใช้งบประมาณ เนื่องจากหนี้สาธารณะต่อ GDP ในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 66% เข้าใกล้เพดานที่ 70% และความล่าช้างบประมาณปี 2570 ที่จะกดดันเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...