“หาดใหญ่” ทรุดฉุดเศรษฐกิจใต้ ร้านทองเจ๊ง-นักท่องเที่ยววูบรับตรุษจีน
อุทกภัยหาดใหญ่ทำเศรษฐกิจภาคใต้ไตรมาส 4 ปี 2568 โตต่ำ กำลังซื้ออ่อน โดยเฉพาะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ธุรกิจรายย่อยยังไม่ฟื้น นักท่องเที่ยวหาย ร้านทองเจ๊ง-ยุติกิจการ กิจกรรมแจกทองเทศกาลปีใหม่-ตรุษจีนหายเกลี้ยง
เศรษฐกิจภาคใต้ยังคงเผชิญแรงกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ช่วงปลายปี 2568 ซ้ำเติมกำลังซื้อที่อ่อนแอ ส่งผลให้ภาคการค้าและบริการฟื้นตัวได้ช้า โดยเฉพาะร้านทองและผู้ประกอบการรายย่อยในย่านเศรษฐกิจสำคัญ
ขณะที่ นายทัดลาภ เผ่าเหลืองทอ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไตรมาส 4 ปี 2568 การขยายตัวของเศรษฐกิจภาคใต้ชะลอตัวลงตามกำลังซื้อที่อ่อนแอ เนื่องจากรายได้ภาคเกษตรและภาคท่องเที่ยวลดลง รวมถึงผลกระทบจากน้ำท่วมที่กระทบภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ทั้งในหมวดยานยนต์ สินค้ากึ่งคงทน รวมถึงภาคบริการ และนักท่องเที่ยวมาเลเซียจำนวนลดต่ำลงในช่วงปลายปีในพื้นที่ฝั่งอ่าวไทยจากเหตุน้ำท่วม แต่พื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันมีนักท่องเที่ยวตามปกติ
ส่วนทิศทางเศรษฐกิจภาคใต้ ปี 2569 ด้านการท่องเที่ยวยังเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภาคใต้ ที่อยู่ในสภาวะที่กำลังซื้อภาคครัวเรือนยังอ่อนแอ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมอย่างรุนแรง ภาคธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม กลุ่มที่มีนักท่องเที่ยวเป้าหมาย สามารถกลับมาเปิดได้ราว 70% แต่สำหรับส่วนร้านรายย่อยเพียง 20-30% อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูกว่า 3-6 เดือน ซึ่งอาจไม่ทันต่อเทศกาลตรุษจีนในกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้
หวังรัฐบาลใหม่เร่งฟื้นฟู
นายสลิล โตทับเที่ยง รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ประธานหอการค้าภาคใต้ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจภาคใต้ ไตรมาส 4 ปี 2568 ชะลอตัวเนื่องจากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างการฟื้นฟู คาดว่าจะกลับสู่ภาวะปกติในไตรมาส 1 ปี 2569 ส่วนด้านการท่องเที่ยวโดยเฉพาะที่เทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับความเสียหายหนัก ทำให้บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา นักท่องเที่ยวยังคงบางตา แม้ร้านค้าบางรายอยู่ระหว่างการฟื้นฟู และบางรายยังไม่สามารถกลับมาเปิดกิจการได้ เนื่องจากไม่มีเงินทุนสำหรับการซ่อมแซมและฟื้นฟูหลังน้ำท่วม
คาดว่าสถานการณ์โดยรวมจะดีขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านการเมือง การเลือกตั้งเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟู หากมีการจัดตั้งรัฐบาลเร็ว จะทำให้การอนุมัติงบประมาณรวดเร็ว สร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจกับนักลงทุนได้
ท่องเที่ยวสะดุดรับตรุษจีน
ทางด้าน ดร.สิทธิพงศ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลา กล่าวว่า ปัจจุบันสถานบริการหาดใหญ่สงขลา โรงแรม ห้างโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่ เปิดบริการแล้วเกือบ 100% กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร ภัตตาคาร สถานบันเทิง เปิดให้บริการเพียง 30% ขณะเดียวกันกำลังซื้อของคนในพื้นที่ยังค่อนข้างอ่อนแรง
สำหรับเทศกาลตรุษจีน ปี 2568 มีนักท่องเที่ยวสิงคโปร์และมาเลเซียเดินทางมาอย่างหนาแน่น เคยสร้างเงินสะพัดกว่า 500 ล้านบาท แต่ในปี 2569 แม้ผู้ประกอบการจะพยายามประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวอีกครั้ง แต่นักท่องเที่ยวยังคงไม่เชื่อมั่นถึงความพร้อมของเมือง คาดว่าจะสร้างรายได้เพียง 50% เพราะมีบุ๊กกิ้งเข้ามาล่วงหน้าไม่ถึง 50% แต่อาจเป็นไปได้ว่าในช่วงวันเทศกาลจะมีนักท่องเที่ยววอล์กอินเข้ามาเพิ่มเติม และยังคาดหวังว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่หาดใหญ่จะกลับมาเป็นเมืองมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาอีกครั้ง
ค้าทองรายได้เป็นศูนย์
นายเริงชัย วิริยะกุล ประธานชมรมร้านทองหาดใหญ่ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ส่งผลให้ร้านทองในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ได้รับความเสียหายกว่า 90% จากจำนวน 110 ร้านที่กระจายอยู่ทั้งในห้างโมเดิร์นเทรด อาทิ โลตัส บิ๊กซี เซ็นทรัล รวมถึงร้านค้าตามซอยต่าง ๆ ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ส่งผลให้มีอย่างน้อย 3 รายที่แจ้งยุติกิจการถาวร ขณะเดียวกันยังเผชิญแรงกดดันจากราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น เกิดผันผวนไม่นิ่งที่เพิ่มขึ้น จากปัจจัยความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
ผลกระทบดังกล่าวทำให้การค้าทองหน้าร้านในช่วงเทศกาลสำคัญ ตั้งแต่ปีใหม่จนถึงตรุษจีนซบเซาลงอย่างหนัก รวมถึงกำลังซื้อคนในพื้นที่อ่อนแอ ทำให้ยอดขายหน้าร้านแทบเป็นศูนย์ ไม่ว่าจะเป็นทองของขวัญ ทองชิงรางวัล และทองซื้อขายทั่วไป ซึ่งเมื่อก่อนจัดงานเลี้ยง แจกทองรางวัลทอง 1 สลึง ราคา 10,000 บาท แต่วันนี้ 1 สลึงราคาถึง 20,000 บาท ส่วนทอง 1 บาทขยับขึ้นมาราคา 80,000 บาท กิจกรรมแจกทองทั้งปีใหม่ ตรุษจีน งานเลี้ยงหายไปทั้งหมด
ด้วยปัจจัยจากกำลังซื้ออ่อนแอ และราคาทองพุ่งสูงขึ้น ทำให้ประชาชนนำทองเก่าที่เคยสะสมไว้ในช่วงราคาต่ำ นำมาขายเพื่อนำเงินไปเป็นต้นทุนหมุนเวียนประกอบอาชีพ รวมถึงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและสถานประกอบการ เนื่องจากเงินเยียวยาและเงินเคลมประกันไม่เพียงพอกับความเสียหายที่เกิดขึ้นอีก เช่น จากเคยซื้อสมัยทอง 1 บาท ราคา 400 บาท และราคา 10,000-20,000 บาท ปัจจุบันขายได้ 70,000-80,000 บาท
นายเริงชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยที่ทำให้ต้องยุติกิจการ นอกจากเจอความเสียหายจากน้ำท่วมแล้ว ยังเผชิญกับการขาดแคลนช่างทอง การปรับตัวไม่ทันต่อการค้าทองยุคใหม่ที่ต้องใช้ความเข้าใจเพื่อให้ทันต่อเศรษฐกิจโลกและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ปัญหาการขาดผู้สืบทอดกิจการในรุ่นถัดไป
นอกจากนี้ยังมีการยกระดับการซื้อขายทองคำ โดยเน้นการระบุผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner : UBO) ให้เข้มข้นขึ้นเพื่อป้องกันการใช้ตัวแทนอำพราง (Nominee) ในการซื้อขายทองคำปริมาณมาก และกระทรวงพาณิชย์ที่ตรวจเข้มมาตรฐานเครื่องชั่งและป้ายราคา ทำให้ร้านทองต้องเพิ่มความระมัดระวังในการทำธุรกรรม
“ขอฝากเตือนประชาชนให้เพิ่มความรอบคอบในการสวมใส่ทอง เพราะในสภาวะเศรษฐกิจยากลำบาก มีแนวโน้มที่ปัญหาอาชญากรรมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น พร้อมขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเยียวยาผู้ประสบภัย ทั้งเงินเยียวยา โครงการพักชำระเงินต้น พักดอกเบี้ย และสินเชื่อซอฟต์โลนสำหรับผู้ประกอบการ SMEs เพื่อให้สามารถฟื้นฟูกิจการและเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดหวังว่าภายหลังการเลือกตั้งปี 2569 เสร็จสิ้น จะมีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน” นายเริงชัยกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “หาดใหญ่” ทรุดฉุดเศรษฐกิจใต้ ร้านทองเจ๊ง-นักท่องเที่ยววูบรับตรุษจีน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net