โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“หาดใหญ่” ทรุดฉุดเศรษฐกิจใต้ ร้านทองเจ๊ง-นักท่องเที่ยววูบรับตรุษจีน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.พ. เวลา 06.18 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 06.17 น.

อุทกภัยหาดใหญ่ทำเศรษฐกิจภาคใต้ไตรมาส 4 ปี 2568 โตต่ำ กำลังซื้ออ่อน โดยเฉพาะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ธุรกิจรายย่อยยังไม่ฟื้น นักท่องเที่ยวหาย ร้านทองเจ๊ง-ยุติกิจการ กิจกรรมแจกทองเทศกาลปีใหม่-ตรุษจีนหายเกลี้ยง

เศรษฐกิจภาคใต้ยังคงเผชิญแรงกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ช่วงปลายปี 2568 ซ้ำเติมกำลังซื้อที่อ่อนแอ ส่งผลให้ภาคการค้าและบริการฟื้นตัวได้ช้า โดยเฉพาะร้านทองและผู้ประกอบการรายย่อยในย่านเศรษฐกิจสำคัญ

ขณะที่ นายทัดลาภ เผ่าเหลืองทอ ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไตรมาส 4 ปี 2568 การขยายตัวของเศรษฐกิจภาคใต้ชะลอตัวลงตามกำลังซื้อที่อ่อนแอ เนื่องจากรายได้ภาคเกษตรและภาคท่องเที่ยวลดลง รวมถึงผลกระทบจากน้ำท่วมที่กระทบภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย และอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ทั้งในหมวดยานยนต์ สินค้ากึ่งคงทน รวมถึงภาคบริการ และนักท่องเที่ยวมาเลเซียจำนวนลดต่ำลงในช่วงปลายปีในพื้นที่ฝั่งอ่าวไทยจากเหตุน้ำท่วม แต่พื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันมีนักท่องเที่ยวตามปกติ

ส่วนทิศทางเศรษฐกิจภาคใต้ ปี 2569 ด้านการท่องเที่ยวยังเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภาคใต้ ที่อยู่ในสภาวะที่กำลังซื้อภาคครัวเรือนยังอ่อนแอ โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วมอย่างรุนแรง ภาคธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม กลุ่มที่มีนักท่องเที่ยวเป้าหมาย สามารถกลับมาเปิดได้ราว 70% แต่สำหรับส่วนร้านรายย่อยเพียง 20-30% อาจต้องใช้เวลาฟื้นฟูกว่า 3-6 เดือน ซึ่งอาจไม่ทันต่อเทศกาลตรุษจีนในกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้

หวังรัฐบาลใหม่เร่งฟื้นฟู

นายสลิล โตทับเที่ยง รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ประธานหอการค้าภาคใต้ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจภาคใต้ ไตรมาส 4 ปี 2568 ชะลอตัวเนื่องจากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างการฟื้นฟู คาดว่าจะกลับสู่ภาวะปกติในไตรมาส 1 ปี 2569 ส่วนด้านการท่องเที่ยวโดยเฉพาะที่เทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ได้รับความเสียหายหนัก ทำให้บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา นักท่องเที่ยวยังคงบางตา แม้ร้านค้าบางรายอยู่ระหว่างการฟื้นฟู และบางรายยังไม่สามารถกลับมาเปิดกิจการได้ เนื่องจากไม่มีเงินทุนสำหรับการซ่อมแซมและฟื้นฟูหลังน้ำท่วม

สลิล โตทับเที่ยง

คาดว่าสถานการณ์โดยรวมจะดีขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านการเมือง การเลือกตั้งเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟู หากมีการจัดตั้งรัฐบาลเร็ว จะทำให้การอนุมัติงบประมาณรวดเร็ว สร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจกับนักลงทุนได้

ท่องเที่ยวสะดุดรับตรุษจีน

ทางด้าน ดร.สิทธิพงศ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่สงขลา กล่าวว่า ปัจจุบันสถานบริการหาดใหญ่สงขลา โรงแรม ห้างโมเดิร์นเทรดขนาดใหญ่ เปิดบริการแล้วเกือบ 100% กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร ภัตตาคาร สถานบันเทิง เปิดให้บริการเพียง 30% ขณะเดียวกันกำลังซื้อของคนในพื้นที่ยังค่อนข้างอ่อนแรง

สำหรับเทศกาลตรุษจีน ปี 2568 มีนักท่องเที่ยวสิงคโปร์และมาเลเซียเดินทางมาอย่างหนาแน่น เคยสร้างเงินสะพัดกว่า 500 ล้านบาท แต่ในปี 2569 แม้ผู้ประกอบการจะพยายามประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวอีกครั้ง แต่นักท่องเที่ยวยังคงไม่เชื่อมั่นถึงความพร้อมของเมือง คาดว่าจะสร้างรายได้เพียง 50% เพราะมีบุ๊กกิ้งเข้ามาล่วงหน้าไม่ถึง 50% แต่อาจเป็นไปได้ว่าในช่วงวันเทศกาลจะมีนักท่องเที่ยววอล์กอินเข้ามาเพิ่มเติม และยังคาดหวังว่าช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่หาดใหญ่จะกลับมาเป็นเมืองมีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาอีกครั้ง

ค้าทองรายได้เป็นศูนย์

นายเริงชัย วิริยะกุล ประธานชมรมร้านทองหาดใหญ่ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ส่งผลให้ร้านทองในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ได้รับความเสียหายกว่า 90% จากจำนวน 110 ร้านที่กระจายอยู่ทั้งในห้างโมเดิร์นเทรด อาทิ โลตัส บิ๊กซี เซ็นทรัล รวมถึงร้านค้าตามซอยต่าง ๆ ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ส่งผลให้มีอย่างน้อย 3 รายที่แจ้งยุติกิจการถาวร ขณะเดียวกันยังเผชิญแรงกดดันจากราคาที่ปรับตัวสูงขึ้น เกิดผันผวนไม่นิ่งที่เพิ่มขึ้น จากปัจจัยความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

ผลกระทบดังกล่าวทำให้การค้าทองหน้าร้านในช่วงเทศกาลสำคัญ ตั้งแต่ปีใหม่จนถึงตรุษจีนซบเซาลงอย่างหนัก รวมถึงกำลังซื้อคนในพื้นที่อ่อนแอ ทำให้ยอดขายหน้าร้านแทบเป็นศูนย์ ไม่ว่าจะเป็นทองของขวัญ ทองชิงรางวัล และทองซื้อขายทั่วไป ซึ่งเมื่อก่อนจัดงานเลี้ยง แจกทองรางวัลทอง 1 สลึง ราคา 10,000 บาท แต่วันนี้ 1 สลึงราคาถึง 20,000 บาท ส่วนทอง 1 บาทขยับขึ้นมาราคา 80,000 บาท กิจกรรมแจกทองทั้งปีใหม่ ตรุษจีน งานเลี้ยงหายไปทั้งหมด

ด้วยปัจจัยจากกำลังซื้ออ่อนแอ และราคาทองพุ่งสูงขึ้น ทำให้ประชาชนนำทองเก่าที่เคยสะสมไว้ในช่วงราคาต่ำ นำมาขายเพื่อนำเงินไปเป็นต้นทุนหมุนเวียนประกอบอาชีพ รวมถึงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและสถานประกอบการ เนื่องจากเงินเยียวยาและเงินเคลมประกันไม่เพียงพอกับความเสียหายที่เกิดขึ้นอีก เช่น จากเคยซื้อสมัยทอง 1 บาท ราคา 400 บาท และราคา 10,000-20,000 บาท ปัจจุบันขายได้ 70,000-80,000 บาท

นายเริงชัยกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยที่ทำให้ต้องยุติกิจการ นอกจากเจอความเสียหายจากน้ำท่วมแล้ว ยังเผชิญกับการขาดแคลนช่างทอง การปรับตัวไม่ทันต่อการค้าทองยุคใหม่ที่ต้องใช้ความเข้าใจเพื่อให้ทันต่อเศรษฐกิจโลกและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ปัญหาการขาดผู้สืบทอดกิจการในรุ่นถัดไป

นอกจากนี้ยังมีการยกระดับการซื้อขายทองคำ โดยเน้นการระบุผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง (Ultimate Beneficial Owner : UBO) ให้เข้มข้นขึ้นเพื่อป้องกันการใช้ตัวแทนอำพราง (Nominee) ในการซื้อขายทองคำปริมาณมาก และกระทรวงพาณิชย์ที่ตรวจเข้มมาตรฐานเครื่องชั่งและป้ายราคา ทำให้ร้านทองต้องเพิ่มความระมัดระวังในการทำธุรกรรม

“ขอฝากเตือนประชาชนให้เพิ่มความรอบคอบในการสวมใส่ทอง เพราะในสภาวะเศรษฐกิจยากลำบาก มีแนวโน้มที่ปัญหาอาชญากรรมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น พร้อมขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเยียวยาผู้ประสบภัย ทั้งเงินเยียวยา โครงการพักชำระเงินต้น พักดอกเบี้ย และสินเชื่อซอฟต์โลนสำหรับผู้ประกอบการ SMEs เพื่อให้สามารถฟื้นฟูกิจการและเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งคาดหวังว่าภายหลังการเลือกตั้งปี 2569 เสร็จสิ้น จะมีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน” นายเริงชัยกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “หาดใหญ่” ทรุดฉุดเศรษฐกิจใต้ ร้านทองเจ๊ง-นักท่องเที่ยววูบรับตรุษจีน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...